[อ่านฟรี500ตอนถึง15พ.ย.นี้] ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
ข้อมูลเบื้องต้น
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย [ 农女致富记 ]
*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. EnJoyBook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : Alibaba
---------------------------------------
นิยายแปลเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย [ 农女致富记 ]
ผู้แต่ง : 秦喜儿 ผู้แปล : ไหหม่า(海馬)
จำนวนตอน 2,754 ตอน
อ่านตอนล่วงหน้าก่อนใคร คลิก >> https://bit.ly/3rJqVDn
กู้เสี่ยวหวานเป็นสาวนักวิจัยด้านการเกษตรวัยเฉียดสามสิบผู้เพียบพร้อมในทุกด้าน เว้นแต่ด้านความรักที่ยังไม่มาทักทาย จนพ่อแม่กลุ้มใจและจัดนัดบอดให้หลายหน และความซวยก็มาเยือนในนัดบอดครั้งนี้ หลังได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้าทีมวิจัยว่าการทดลองล้มเหลว ทำให้เธอต้องรีบทำการทดลองก่อนเวลานัดบอด จนประสบอุบัติเหตุโทรศัพท์มือถือระเบิดกลางห้องแลบและพาตัวเธอทะลุมิติมาเกิดใหม่ในร่างสาวน้อยสมัยราชวงศ์ชิงผู้แบกภาระเลี้ยงดูน้องๆ ท่ามกลางครอบครัวที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น
เพิ่มเพื่อน ทักรับวอลเปเปอร์ลายสาวนาผู้ร่ำรวยฟรีได้ที่ >> https://lin.ee/z8Hp5V9
มี E-Book จำหน่ายแล้ว คลิกที่นี่ https://bit.ly/3UjtNDwฃ
คุณอาจจะชอบเรื่องเหล่านี้
ตอนที่ 1 วสันตฤดูในห้วงฝัน
ตอนที่ 1 วสันตฤดูในห้วงฝัน
ภายในห้องอันสลัวรางล้วนประดับประดาด้วยผ้าม่านสีแดง ดูแปลกตายิ่งนัก
เทียนแดงขนาดใหญ่คู่หนึ่งกำลังเผาไหม้อยู่เคียงกัน บนเล่มเทียนทั้งสองปรากฏอักษรมงคลสมรส เปลวเพลิงลุกไหม้อย่างร้อนแรงจนเล่มเทียนเกิดเสียงลั่นเปรี๊ยะเล็กน้อย ฟังดูชัดเจนยิ่งในคืนที่เงียบงันเช่นนี้
บนโต๊ะเต็มไปด้วยของมงคล อาทิเช่น พุทราจีน ลำไย ถั่วลิสง เมล็ดบัว และอื่นๆอักษรมงคลสมรสสีแดงขนาดใหญ่ถูกติดอยู่บนกำแพง ดูรื่นเริงไม่น้อย
บนเตียงขนาดใหญ่ภายในม่านสีแดงได้ตกอยู่ในห้วงวสันตฤดู เสียงครวญครางหอบกระหายดังกระเส่าเร่าร้อน สีสันยามวสันต์อันมีเสน่ห์แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องหอ
ร่างกายของบุรุษและสตรีนัวเนียกันพัลวันดั่งมัจฉาว่ายคลอเคล้า
ทั้งคู่หายใจหอบถี่และมีเหงื่อผุดพรายตามร่างกาย
ดวงหน้าดั่งบุปผาของหญิงสาวกลายเป็นสีแดงระเรื่ออย่างที่ไม่เคยเป็น บนดวงหน้าแดงเรื่อนั้นปรากฏแววสะเทิ้นอาย พร้อมกับในใจที่บังเกิดความขวยเขิน
แขนเรียวเล็กดั่งหยกขาวโอบไหล่กว้างของบุรุษตรงหน้าไว้อย่างเอียงอาย ร่างบางแนบชิดไปกับร่างกายกำยำราวกับเถาวัลย์พันกระหวัด
เรือนผมของชายหนุ่มแผ่สยายบนเนินอกขาวนวลของหญิงสาวราวผืนผ้าสีดำอันงดงาม
หญิงสาวรู้สึกปิติกับความสุขสมอันเอ้อล้นจากการกระทำตรงหน้า ริมฝีปากสีแดงอวบอิ่มเองก็ตอบสนองอย่างกระตือรือร้นด้วยการเปล่งเสียงครางตามท่วงทำนอง
ดวงตาของหญิงสาวพร่ามัว ใบหน้าแดงก่ำเนื้อตัวสั่นสะท้าน ความรู้สึกที่แม้จะเจ็บปวดแต่ก็หวานล้ำทำให้สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปโดยสิ้นเชิง
เส้นผมสีดำหมึกของชายหนุ่มสยายรุ่ยร่าย ลมหายใจถี่กระชั้น ในน้ำเสียงเจือไปด้วยอาการหอบหายใจแรง
นัยน์ตาลึกล้ำจ้องมองหญิงสาวเบื้องล่างอย่างเสน่หา แก้มของนางแดงเรื่อดุจลูกท้อ เมื่อมองดูแล้วช่างมีเสน่ห์งดงามยิ่งนัก
ในห้วงเสน่หาอันเลือนราง ชายหนุ่มค่อยๆ ลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังไหวสะท้านด้วยแรงหอบหายใจ พร้อมกับร้องเรียกด้วยน้ำเสียงเปี่ยมกำหนัดแรงกล้า “หวานเอ๋อร์ หวานเอ๋อร์…”
กระแสความอบอุ่นชาหนึบอันสุขสมบังเกิดขึ้นอีกระลอกจนหญิงสาวรู้สึกล่องลอยราวกับเหยียบย่างบนปุยเมฆ ส่งเสียงร้องอย่างไม่รู้สึกตัว นิ้วมือเรียวยาวราวหยกสลักอันงดงามกลึงเกลาของนางจิกหนั่นเนื้อของชายหนุ่มตรงหน้าแน่นขณะกรีดร้องออกมา “อ๊าาา…เย่จือ…”
“เสี่ยวหวาน เสี่ยวหวาน ตื่นแล้วเหรอ? รีบลุกขึ้นเร็วเข้า!”
ด้านนอกประตูมีหญิงวัยกลางคนยืนอยู่และทุบประตูอย่างแรง ตะโกนเสียงดังเข้าไปข้างในห้อง
เสียงของเจ้าหล่อนดังมาก!
กู้เสี่ยวหวานที่อยู่ในห้องกำลังนอนหลับหายใจติดขัด ใบหน้าและร่างกายของเธอร้อนผ่าวจนดูน่ากลัว อีกทั้งตามใบหน้าและเนื้อตัวก็มีแต่เหงื่อผุดพราย…
เสียงตะโกนข้างนอกทำให้ร่างกายของเธอขยับไหว คิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เสียงดังอะไรขนาดนั้น?
เหตุการณ์ผิดปกติที่เธอไม่เคยเจอมาก่อนทำให้กู้เสี่ยวหวานสะดุ้งและลืมตาขึ้นมาทันที
หลังจากผ่านพ้นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้า เธอเพิ่งได้สติกลับมางั้นเหรอ? ดูเหมือนเมื่อครู่นี้เธอจะอยู่กับชายแปลกหน้านี่เอง…
เดี๋ยวนะ…
ไม่จริงน่า
ทันทีที่ความคิดเข้ามาในหัว กู้เสี่ยวหวานก็ตื่นจากภวังค์และลุกขึ้นนั่งทันที!
ดวงตาของกู้เสี่ยวหวานเบิกกว้างด้วยความหวาดผวาขณะมองไปรอบ ๆ เป็นเวลาขณะหนึ่ง แล็ปท็อปบนโต๊ะที่ยังไม่ได้ปิดปรากฏหน้าจอเป็นสีฟ้า เมื่อคืนเธอทะเลาะกับมันจนถึงตีหนึ่ง ค่อยยังชั่วที่เธอยังอยู่ในห้องของเธอ
เมื่อมองลงมาที่ตัวเอง ค่อยยังชั่ว ชุดนอนสีฟ้าสดใสยังอยู่ในสภาพดี ติดที่ว่าเปียกโชกไปหมดเท่านั้น
มันอาจจะเป็น…
จู่ๆ เธอก็หน้าแดง ฝันหรือเปล่า?
เป็นไปได้ไหมว่าเธอฝันจนมีความสุขขนาดนั้น?
นอกจากนี้ ผู้ชายคนนั้นยังเรียกเธอว่า…หวานเอ๋อร์?
อ๊ะ!
ใบหน้าของกู้เสี่ยวหวานพลันเปลี่ยนเป็นสีแดง มือบอบบางของเธอพลันยกขึ้นปิดใบหน้าที่ร้อนฉ่า พระเจ้า!
เธอเกลียดการแต่งงานมากแค่ไหน! เหมือนเธอเรียกชื่อผู้ชายตอนหลับว่าไงนะ?
เย่จือ? เหมือนจะเรียกชื่อนี้อย่างคลุมเครือด้วย? พระเจ้าช่วย!
กู้เสี่ยวหวานรู้สึกละอายใจมากจนถ้ามีรูอยู่บนพื้นก็จะมุดเข้าไปหลบอยู่ในนั้น!
โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ในห้อง ถ้าใครรู้ว่าเธอฝันอะไรแบบนั้นขึ้นมา มันต้องเป็นเรื่องน่าอายมากแน่ๆ ให้ตายเถอะ
กู้เสี่ยวหวานอยู่มาเกือบ 30 ปีแล้ว และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกอับอายมาก
ดูเหมือนว่าจากคำพูดของพี่หมิงวัย 30 ปีที่มีลูกสองคน กู้เสี่ยวหวานของครอบครัวเธอไม่ได้ขาดทุกอย่าง เธอมีใบปริญญา มีเงิน แต่ที่ไม่มีก็คือผู้ชาย!
ไม่จริงน่า สิ่งที่ขาดมากที่สุดคือสิ่งที่เธอฝันถึงมากที่สุดงั้นเหรอ?
“กู้เสี่ยวหวาน ลูกตื่นหรือยัง?” คุณแม่กู้ที่ด้านนอกพยายามเคาะประตู เมื่อเห็นว่าในห้องนั้นไม่มีการตอบสนองเป็นเวลานาน จึงอดไม่ได้ที่จะตะโกนอีกครั้ง
สติของกู้เสี่ยวหวานเริ่มกลับมา เธอทบทวนคำพูดของผู้เป็นแม่ และพบว่านี่คือความจริง
กู้เสี่ยวหวานค่อยๆ ปรับอารมณ์ที่ยุ่งเหยิงของตนอย่างรวดเร็วและพยายามรักษาน้ำเสียงให้สงบที่สุดพลางตอบกลับไปว่า "ค่ะแม่ หนูตื่นแล้ว แม่มีอะไรหรือเปล่า?"
กู้เสี่ยวหวานพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้น้ำเสียงของเธอดูสงบและเหมือนเดิม แต่ถึงกระนั้นอีกฝ่ายก็คือแม่ คุณแม่กู้รับรู้ได้ถึงความแตกต่างแม้เพียงเล็กน้อยและอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา "เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมวันนี้น้ำเสียงอ่อนโยนจัง!"
แต่คุณแม่กู้ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก และยังคงพูดเสียงดังผ่านประตูต่อไป “สุดสัปดาห์นี้อย่าลืมที่แม่บอกเมื่อวานนะ เวลา 11 โมงครึ่ง ที่ร้านอาหารมิลาน อีกฝ่ายเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแซ่ห่าว”
สวรรค์! นัดบอด!
กู้เสี่ยวหวานเพิ่งจำได้ว่าเมื่อคืนนี้ตอนที่เธอกลับมาบ้าน คุณแม่กู้เหมือนจะพูดเรื่องนี้กับตัวเอง แต่ตอนนั้นเธอรู้สึกเหนื่อยและง่วงมากจึงไม่ได้สนใจนัก
เธอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย
กู้เสี่ยวหวานอยากจะเป็นลม เมื่อคืนเธอฝันถึงผู้ชายคนหนึ่ง แต่คราวนี้แม่ของเธอกำลังจะคลุมถุงชนเธอกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง!
“คุณให้ลูกได้พักผ่อนเถอะ เมื่อคืนลูกยุ่งจนถึงเช้าเลย ให้ลูกได้พักผ่อนก่อนเถอะน่า” เสียงของคุณพ่อกู้ดังขึ้น
กู้เสี่ยวหวานยกย่องพ่อของเธออยู่ในใจว่าเขายังคงเป็นพ่อของตน ว่ากันว่าลูกสาวคือคู่รักในชาติที่แล้ว และพ่อต้องไม่เต็มใจที่จะให้เธอแต่งงานกับใครก็ไม่รู้แน่
จากนั้นก็ได้ยินคุณแม่กู้ตอบเสียงดังว่า “เหล่ากู้คะ อาจารย์ห่าวคนนี้เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งเชียวนะ เขาเพิ่งเรียนจบจากต่างประเทศและได้บรรจุเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่งเลย ได้ยินว่าอาจารย์ห่าวคนนี้หล่อเหลา เหมือนดาราชายที่ตัวสูงๆ คนหนึ่งเลย เขาชื่ออะไรนะ…ชื่อ…"
………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
เปิดเรื่องมาอย่างฟินจิกเท้า ปรากฏว่าเป็นความฝัน แง…ดับฝันผู้แปลมากๆ
นัดบอดคราวนี้จะสมหวังไหมน้า เสี่ยวหวานจะได้ผู้ในชีวิตจริงไหม
ไหหม่า(海馬)
ตอนที่ 2 ลางบอกเหตุ
ตอนที่ 2 ลางบอกเหตุ
คุณแม่กู้คิดหนัก “หวงเสี่ยวหมิง ใช่ เขาดูเหมือนกับหวงเสี่ยวหมิงเลย หวงเสี่ยวหมิงน่ะดูดีและหล่อขนาดไหนล่ะ อายุ 33 แล้วแต่ก็ยังโสดอยู่ นี่ไม่ใช่เพชรธรรมดาที่จะหาได้ทั่วไปนะ ฉันได้ยินมาว่าพ่อแม่ของเขาก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยกันทั้งคู่ด้วย พวกเขาเป็นครอบครัวนักวิชาการ คนที่อ่านหนังสือเป็นคนมีเหตุมีผล หากเขาแต่งงานกับเสี่ยวหวาน ฉันจะไม่โกรธแม่สามีเลย แม่สามีของเธออ่านหนังสือเยอะมาก และเธอก็ใจกว้างมากด้วย! เขาแก่กว่าเสี่ยวหวานแค่ 5 ปีเอง ฉันไม่เคยเห็นผู้ชายที่อายุมากกว่าผู้หญิง 5 ปีที่ไหนจะเหมาะสมเท่านี้มาก่อน จะหาแบบนี้ได้ที่ไหนอีกล่ะ?”
คุณแม่กู้พอใจกับนัดบอดในครั้งนี้มาก ทันทีที่พูดถึงอาจารย์คนนี้ คุณแม่กู้ก็ให้คะแนนเขาเต็มร้อยโดยไม่ลังเล ทางคุณพ่อกู้เองเมื่อได้ยินก็รู้สึกว่าน่าสนใจมาก เขาพยักหน้าอย่างรวดเร็วและตอบกลับไปว่า “ใช่ รีบไปเรียกเสี่ยวหวานให้ลุกขึ้นแต่งตัวเร็ว”
ภายในห้องนอน ครั้นกู้เสี่ยวหวานที่เพิ่งชื่นชมพ่อของตนไปก่อนหน้าได้ยินคำพูดของเขาแล้ว เธอก็ต้องยอมแพ้ทันที
“ลูกเอ๋ย ลุกเร็ว พ่อกับแม่จะไปทำธุระ แล้วจะกลับมาตอนเที่ยงเพื่อรอข่าวดีนะ” คุณพ่อกู้ดีใจมาก
ลูกสาวอายุ 28 ปีที่ยังไม่แต่งงานของเขาคือสิ่งที่เขากังวลมากที่สุด คราวนี้เขาได้เจออาจารย์มหาวิทยาลัยหนุ่มหล่อที่ยังเป็นโสดและยังไม่แต่งงาน นับเป็นข่าวดีไม่น้อย แค่คิดเรื่องนี้ คุณพ่อกู้ก็รู้สึกว่าลูกเขยในอนาคตคนนี้คือคนที่ดีที่สุดคนหนึ่งแล้ว
เขาเคยคิดว่าหญิงชรามักขอให้กู้เสี่ยวหวานไปนัดบอดเสมอ ทั้งที่การนัดบอดพวกนี้ดูไม่น่าเชื่อถือนัก แต่ตอนนี้เมื่อเขาได้ยินเรื่องดีๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วให้คุณแม่กู้ เมื่อคุณแม่กู้เห็นว่าสามีพอใจ เธอก็รู้สึกพึงพอใจมากขึ้นไปอีก
คุณแม่กู้อดไม่ได้ที่จะเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ ราวกับว่าอาจารย์ห่าวเป็นลูกเขยของเธอเองไปแล้ว
“เสี่ยวหวาน เร็วเข้า อย่าให้เสี่ยวห่าวรอนาน”
เส้นสีดำสามเส้นปรากฏขึ้นบนหน้าผากของกู้เสี่ยวหวาน โอ้ยให้ตายเถอะ แม่หยุดทำว่าตัวเองสนิทกับเขาแบบนี้ได้ไหม ฉันไม่เคยเห็นแม่เป็นแบบนี้มาก่อนเลย เรียกเสี่ยวห่าว ๆ อยู่นั่น
กู้เสี่ยวหวานทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องจำยอมตอบกลับไป "รู้แล้วค่า"
เมื่อคุณพ่อกู้และคุณแม่กู้ได้ยินว่าลูกสาวตกลงรับ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ดีมาก ลูกสาวสุดที่รักของแม่ แม่จะออกไปกับพ่อแล้วรอข่าวดีของลูกนะ!”
คุณแม่กู้สลัดความเจ้ากี้เจ้าการในแบบฉบับหญิงวัยกลางคนออกไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง ราวกับว่าลูกสาวได้พบสามีและพร้อมที่จะแต่งงาน
คุณพ่อกู้และคุณแม่กู้ออกจากบ้านไปอย่างมีความสุข ส่วนลูกสาวผู้น่ารักอย่างกู้เสี่ยวหวานได้ถูกทิ้งอยู่ในห้อง เมื่อได้ยินเสียงของทั้งสองออกไปพร้อมเสียงประตูปิดลง เธอก็ถอนหายใจและทอดตัวนอนบนเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก
ให้ตายสิ เธออายุแค่ 28 ไม่ใช่เหรอ? พ่อแม่จำเป็นต้องอยากให้เธอแต่งงานขนาดนั้นเลยหรือไง? สาวอายุมากอย่างเธอนี่ช่างน่าสมเพชเสียจริง…
จักรพรรดิไม่รีบแต่ขันทีรีบแทน…
ไม่สิ พูดผิดๆ
สาวอายุมากไม่รีบ แต่พ่อแม่รีบ!
กู้เสี่ยวหวานไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากมายนัก และเมื่อคิดถึง ‘อาจารย์สุดเพอร์เฟค’ ที่เธอกำลังจะไปหา ความหงุดหงิดก็ปรากฏขึ้นทันที
กู้เสี่ยวหวานคือใครน่ะเหรอ?
เธอคือผู้ที่เกิดมามีชีวิตค่อนข้างเพียบพร้อม ชีวิตในวัยเด็กมีแต่ความราบรื่นสมหวัง จากนั้นก็ได้เรียนต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ก่อนทำงานเป็นนักวิจัยที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การเกษตร
ตั้งแต่ยังเล็ก กู้เสี่ยวหวานเป็นเด็กดีอยู่ในโอวาทมาโดยตลอด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสัญญาณของการมีความรักในวัยเรียนเลย… แม้แต่กับเด็กผู้ชายที่นั่งโต๊ะเดียวกัน คุณครูก็จ้องคาดโทษแล้ว ใครใช้ให้เธอเป็นดั่งเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดในชั้นเรียน ทั้งโรงเรียน หรือแม้แต่ทั้งเมืองกันล่ะ
การประเมินและการเพิ่มเงินเดือนของคุณครูนั้นขึ้นอยู่กับกู้เสี่ยวหวาน
การสรรหานักเรียนใหม่และพาดหัวข่าวของโรงเรียนก็ขึ้นอยู่กับเธอ…กู้เสี่ยวหวาน
ดังนั้นในช่วงชีวิตนักเรียนของกู้เสี่ยวหวานมากกว่า 10 ปี สายตาของคุณครูทั้งหลายจึงจับจ้องอยู่ที่เธอราวกับมีเรดาร์ แม้เธอจะพูดคุยกับเด็กผู้ชายและยิ้มหัวเราะมากขึ้น บรรดาคุณครูก็จะพากันประหม่าราวกับว่าลูกสาวตัวเองมีความรักในวัยเรียน รีบแนะนำแบบเปิดใจให้กู้เสี่ยวหวานมีเหตุมีผลและคิดถึงอนาคตบ้าง
โชคดีที่ช่วงเวลานั้นกู้เสี่ยวหวานค่อยๆ เติบโต และเป็นเพราะเธอรู้สึกสนุกกับการเรียนหนังสือ ภายใต้สภาวะกดดันเช่นนี้ เธอจึงไม่รู้สึกหดหู่ใจในทุกๆ ครั้งหรือล้มลุกคลุกคลานทุกรอบเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่เดินตามทางที่คุณครู พ่อแม่ของเธอ และทางโรงเรียนปูไว้ให้ จากนั้นก็เข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งอย่างราบรื่นสดใส ทุกคนจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
น่าเสียดายที่เธอไม่มีประสบการณ์กับผู้ชายเลยในช่วง 20 ปีแรก ต่อมาเมื่อเข้ามหาวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอก เธอก็ยังปฏิบัติต่อผู้ชายเหมือนแขกรับเชิญ ความหมายของประโยคนี้ก็คือเธอจะทิ้งระยะห่างสองช่วงแขนเสมอยามได้อยู่ใกล้ชิดกับพวกเขาเสมือนกับว่าเป็นเพียงแขก
คุณแม่กู้และคุณพ่อกู้ตื่นตระหนกไม่น้อย ลูกสาวของตนก็ออกจะดี แต่ทำไมถึงหาผู้ชายไม่ได้กัน? จึงเป็นผลให้การนัดบอดปรากฏขึ้นอยู่เรื่อยมา ต่อให้การเฟ้นหา "คนที่ใช่” จะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่เมื่อมองเหล่าสุภาพบุรุษประวัติดีเหล่านั้นที่ไม่ประสบความสำเร็จในการหาคู่ ก็มีไม่ถึงสิบแปดหรือยี่สิบคนจากที่ติดต่อนัดพบมาทั้งหมด
น่าเสียดาย…กู้เสี่ยวหวานคิด พวกผู้ใหญ่ช่างไม่เข้าใจจริงๆ!
อ๊ะ!?
เมื่อมองดูนาฬิกาก็เกือบ 9 นาฬิกาแล้ว
คุณแม่กู้กำลังเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด กู้เสี่ยวหวานจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลุกขึ้น แปรงฟัน แต่งตัว และไปที่ภัตตาคาร ซึ่งเวลาตอนนี้ก็ใกล้จะ 11 นาฬิกาแล้ว
กู้เสี่ยวหวานเฝ้ามองเข็มนาฬิกาอย่างไม่เต็มใจทุกนาทีและทุกวินาที เธอไม่สนใจนัดบอดจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบผู้ชายนะ แค่…
เธอเชื่อว่าหากมีพรหมลิขิตต่อกัน พวกเขาทั้งคู่ต้องได้มาเจอกันแน่นอน
“กริ้งงง…” กู่เสี่ยวหว่านยังคงคิดที่จะโกหกและไม่คิดไปนัดบอดเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น
แต่เมื่อเห็นสายเรียกเข้า เธอก็รีบกดปุ่มรับสายทันที “ผู้อำนวยการหวง…”
“เสี่ยวหวาน ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างผิดปกติกับการทดลองเมื่อคืนนี้ คุณควรกลับไปที่ห้องปฏิบัติการแล้วทำอีกครั้งนะ หลังจากเสร็จแล้วส่งข้อมูลมาให้ผมอีกครั้งด้วย” ผู้อำนวยการหวงเป็นผู้เชี่ยวชาญอาวุโสในสถาบัน และอยู่แต่ในสถาบันมาสองสามวันแล้ว ทั้งยังทำงานอยู่ที่นั่นมาหลายสิบปี เกือบทั้งชีวิตของเขาอุทิศให้แก่สถาบัน เขาเป็นคนที่น่านับถือที่สุดในคนทั้งหมด
เมื่อวานนี้กู้เสี่ยวหวานและผู้อำนวยการหวงทำงานวิจัยอยู่ด้วยกันจนถึงเช้า เมื่อรู้ว่าผู้อำนวยการหวงต้องเดินทางไปที่เซี่ยงไฮ้ในวันนี้ กู้เสี่ยวหวานก็โน้มน้าวให้ผู้อำนวยการหวงกลับไปพักผ่อนเสียก่อน
เป็นเรื่องน่าเสียดายที่สิ่งแรกในใจของคนที่อุทิศตนเพื่ออาชีพการงานของเขาคนนี้มักมีแต่งาน ผู้อำนวยการหวงเป็นพวกบ้างานมาก
เมื่อวานกว่าเธอจะทำงานทดลองเสร็จและกลับถึงบ้านก็เกือบ 1 ทุ่มแล้ว ขณะที่เที่ยวบินขาออกคือเวลา 6 โมงเช้า ซึ่งผู้อำนวยการหวงต้องไปที่เซี่ยงไฮ้เพื่อทำรายงาน
…………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
แสดงว่าผู้ชายคนที่จะนัดบอดด้วยในครั้งนี้ยังไม่ใช่พรหมลิขิตล่ะค่ะ จะไปนัดบอดแต่ก็มีเหตุด่วนกะทันหันเข้ามาก่อน
ไหหม่า(海馬)
ตอนที่ 3 ทะลุมิติ
ตอนที่ 3 ทะลุมิติ
เมื่อได้ยินผู้อำนวยการหวงกล่าวว่าต้องนำเอกสารเข้าประชุมในตอนบ่ายนี้ แต่ในเนื้อหาวิจัยยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่ อย่างเช่นส่วนของวัตถุประสงค์ กู้เสี่ยวหวานจึงตรงไปที่สถาบันวิจัยโดยไม่คิดถึงเรื่องอื่นทันที ในใจก็นึกถึงเหตุการณ์ในคืนก่อนซ้ำไปซ้ำมา แอบคิดในใจว่าเหตุและผลของการทดลอง สูตร และขั้นตอนการทดลองตรงไหนกันที่เกิดการผิดพลาด
ดังคำกล่าวที่ว่า ถ้าคุณพลาดไปหนึ่งนิ้ว คุณจะหลงทางเป็นพันลี้! หมายความว่าหากมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยในการทดลอง การทดลองทั้งหมดจะล้มเหลว!
ตอนนี้จิตใจของกู้เสี่ยวหวานมีแต่การทดลองและวัสดุที่ทดลอง ซึ่งการนัดบอดในเวลา 11:30 น.ถูกเธอลืมไปนานแล้ว
ในร้านอาหารมิลาน บางครั้งสามีภรรยาสูงอายุก็ชี้ไปที่คนๆ หนึ่งอย่างลับๆ ตัดสินกันและกัน พยักหน้ากันอย่างมีความสุขด้วยแววตาเป็นประกาย เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีความสุขแค่ไหนเวลาที่พวกเขาหัวเราะ พวกเขาควรจะมีความสุขมากไม่ใช่เหรอ?
ดูจากการแต่งกายและหน้าตา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคือคุณพ่อกู้และคุณแม่กู้
แล้วมองดูชายหนุ่มที่ถูกผู้เฒ่าทั้งสองตัดสิน เขาเป็นชายหนุ่มผอมเพรียวซุกตัวอยู่บนโซฟานุ่มๆ โครงหน้าคมจนเห็นชัด จมูกตรงเป็นสัน ดวงตาเรียวยาว และริมฝีปากบาง เป็นตามที่คุณแม่กู้บอกว่าหล่อเหลาและสุภาพ
ในขณะนี้อาจารย์ห่าวกำลังถือนิตยสารด้วยนิ้วเรียวยาว และพลิกดูเป็นครั้งคราว
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย ราวกับพบว่าตัวเองถูกใครบางคนแอบดู แต่เขากำลังสนุกกับมันและแสร้งทำเป็นไม่รู้
ดูเหมือนว่าคู่สามีภรรยาสูงอายุจะคอยลุ้นแทนลูกสาวอยู่ เมื่อเห็น "ลูกเขยในอนาคต" แล้ว พวกเขาก็ร้อนใจนัก!
น่าเสียดายที่เข็มนาฬิกาได้ชี้ไปที่เวลา 11:30 น. แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นนางเอกของเรื่องก็ยังไม่ปรากฏตัว
คุณพ่อกู้มองไปที่ประตูอย่างกระวนกระวายใจ และทุกๆ ครั้งที่มีคนเข้ามา เขาก็มีท่าทางเต็มไปด้วยความหวัง แต่เมื่อเห็นว่าไม่ใช่ลูกสาวของตน เขาก็เหมือนกับลูกโป่งที่ถูกเจาะลมจนฟีบ
คุณแม่กู้มองไปที่ ‘อาจารย์ห่าว’ลูกเขยในอนาคตของพลางมองไปรอบๆ อย่างกังวลใจ ขณะที่นางกำลังจะหยิบโทรศัพท์และโทรหากู้เสี่ยวหวาน แม่สื่อแม่ชักก็ได้โทรมาก่อนแล้ว
“พี่กู้คะ ทำไมลูกสาวพี่ยังไม่มาอีกล่ะ? อาจารย์ห่าวอยู่ที่นี่แล้วนะ ถ้าเธอไม่มา เขาจะไปแล้วนะคะ”
ปลายสายโทรศัพท์เสียงดังมากจนคุณแม่กู้กลัว เมื่อได้ยินแบบนั้นนางเองก็กลัวว่าอาจารย์ห่าวจะรู้ จึงลดเสียงลงอย่างรวดเร็วแล้วพูดอย่างหมดหนทางว่า “น้องฮวา ไม่ต้องห่วงนะ เสี่ยวหวานของฉันอยู่บนถนนนี่เอง รถมันติดมากเลยอาจจะล่าช้าหน่อยน่ะจ้ะ ฉันจะรีบตามเธอมาเดี๋ยวนี้แหละ ให้อาจารย์ห่าวนั่งก่อนนะ นั่งก่อนๆ !”
หลังจากพูดจบในชั่วอึดใจ คุณแม่กู้ก็วางสายและโทรไปหาลูกสาวอย่างรวดเร็ว
กู้เสี่ยวหวานกำลังทำการทดลองอย่างเต็มที่ตามขั้นตอนและสูตรของเมื่อวาน เธอทำมันซ้ำอีกครั้ง แต่ข้อมูลที่ได้รับยังคงเหมือนกับเมื่อวาน เธอยุ่งมากจนกระทั่งโทรศัพท์ดังขึ้น
เมื่อวานนี้กู้เสี่ยวหวานลืมชาร์จโทรศัพท์มือถือของเธอ ทำให้แบตหมดระหว่างทาง เมื่อมาถึงห้องแล็บจึงชาร์จโทรศัพท์ทิ้งไว้
ครั้นเห็นว่าเป็นคุณแม่กู้ที่โทรศัพท์มา หัวใจของกู้เสี่ยวหวานก็เต้นแรง แย่แล้ว!
ใกล้เวลา 11:45 น. แล้ว!
กู้เสี่ยวหวานลืมนัดบอดไปอย่างสิ้นเชิง
เธอรีบถอดปลั๊กไฟและกดปุ่มรับสายเพียงเพื่อจะได้ยินเสียงเร่งเร้าอย่างบ้าคลั่งของคุณแม่กู้ แต่แล้วกลับได้ยินเพียงเสียง ‘ตู้ม!’ และห้องทดลองทั้งหมดก็ระเบิดไฟลุกท่วม พร้อมกับร่างของกู้เสี่ยวหวานโดนแรงระเบิดปะทะลอยกระเด็นออกไป
ห้องทดลองทั้งหมดกลายเป็นทะเลเพลิงในทันที
มีเสียงร้องไห้ที่บีบคั้นหัวใจ และเสียงของใครบางคนกำลังตะโกน
กู้เสี่ยวหวานรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง ร่างกายของเธอเจ็บปวดและบอบช้ำ เธอไม่สามารถขยับตัวได้แม้ว่าตนต้องการจะเคลื่อนไหวแค่ไหนก็ตาม
เธอจำได้เพียงว่าพอกดรับสาย โทรศัพท์ก็ระเบิด และห้องทดลองก็ระเบิดไปด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าเธอจะถูกแรงระเบิดอัดกระแทกจนกระเด็นออกมา
ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? เธอได้รับบาดเจ็บและต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสิ แต่ตอนนี้ใครกันที่กำลังส่งเสียงด่าทออยู่?
“ไอ้พวกเด็กเวร หลีกให้พ้นทางไป นี่มันสองวันสองคืนแล้ว พวกแกมัวทำอะไรกับศพหา ถ้าตายก็คือตาย จะคร่ำครวญหาพระแสงอะไรนักหนา? ตาบอดเหรอ?” เสียงแหลมแสบแก้วหูของสตรีดังขึ้น “ก็เหมือนกับบิดามารดาอายุสั้นของพวกแกนั่นแหละ ทั้งคู่ล้วนเป็นผีอายุสั้น มีพวกแกเป็นญาตินับเป็นเรื่องกาลกิณีถึงแปดชั่วอายุคนเสียจริง…”
กู้เสี่ยวหวานต้องการลืมตาเพื่อให้พวกคนฉลาดทั้งหลายนี้เห็นว่าเธอยังไม่ตาย แต่ร่างกายของเธอกลับอ่อนแรงมากเสียจนไม่สามารถขยับแม้แต่เปลือกตาได้
เสียงดังหนวกหูซะมัด!
กู้เสี่ยวหวานอยากจะเปิดปากของเธอเพื่อปิดปากคนที่กำลังด่าทออยู่ แต่ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทั่วร่างกายกำลังรุมกระหน่ำราวกับกำลังทำให้เธอแตกสลาย รุนแรงมากเสียจนเหมือนมีกระแสลมแรงพัดมา
ทันใดนั้นกู้เสี่ยวหวานก็รู้สึกราวกับมีบางอย่างกดทับบนร่างกาย จากนั้นของเหลวอุ่นชื้นก็หยดลงบนใบหน้าและแขนของเธอ
“ไม่ ไม่ พี่สาวยังไม่ตาย” เสียงเล็กๆ ของเด็กผู้ชายดังขึ้น
“อย่าแตะต้องพี่สาวนะ!” เสียงของเด็กผู้หญิงเบาและแหบแห้งมาก แต่ก็ยังคงมีความอ่อนโยน ทันใดนั้นร่างกายอ่อนนุ่มเล็กๆ ก็วิ่งเข้ามาและคลานไปที่ร่างของกู้เสี่ยวหวาน
พี่สาว? กู้เสี่ยวหวานรู้สึกปวดหัวมากยิ่งขึ้น
ทักคนผิดหรือเปล่า?
เธอเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่และพ่อแม่ก็มีแต่เธอเท่านั้น น้องชายและน้องสาวของเธอมาจากไหน? พ่อแม่ของเธอได้รับเงินสงเคราะห์บุตรคนเดียวของประเทศมานานกว่าสิบปีแล้ว และได้รับใบรับรองที่เป็นลูกเพียงคนเดียวส่งมาให้ด้วย
กู้เสี่ยวหวานรู้สึกว่าสิ่งต่างๆ ในร่างกายของเธอเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ และเสียงร้องรอบๆ ตัวเธอก็ดังขึ้นราวกับว่าเด็กทุกคนเป็นเด็กเล็ก ทั้งยังมีเสียงถอนหายใจจากบางคน
"บาปกรรมอะไรเช่นนี้ ยังสาวอยู่เลย"
“ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับเด็กๆ พวกนี้ในอนาคตเลย ไม่มีทั้งพ่อแม่ ไม่มีทั้งพี่สาว เฮ้อ!”
แล้วพ่อกับแม่ฉันล่ะ? ทำไมพวกเขาไม่มาโรงพยาบาล?
เด็กพวกนี้มาจากไหน?
ไม่รู้ว่าทำไม ยามที่ได้ยินเสียงร้องของเด็ก หัวใจของกู้เสี่ยวหวานก็พลันกระตุกโดยไม่ทราบสาเหตุ
กู้เสี่ยวหวานขยับนิ้วของเธอเล็กน้อยและค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ทั้งหมดที่เข้ามาในครรลองจักษุคือใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย ดวงตาของกู้เสี่ยวหวานสามารถลืมขึ้นได้เล็กน้อยเท่านั้น เธอเห็นผู้ใหญ่เพียงไม่กี่คนกำลังชี้ไปมา เธอกลอกตาเล็กน้อย และคราวนี้ก็เห็นสิ่งที่กำลังทับเธออยู่ในที่สุด มันกลายเป็นหัวเด็กที่เหมือนหัวไชเท้าขนาดเล็กร่างกายผอมบางนอนอยู่บนร่างกายของเธอ พร้อมกับร้องไห้ด้วยน้ำมูกและน้ำตานองหน้า
“พี่สาว พี่…พี่สาว เราจะทำอย่างไรถ้าท่านตาย พี่สาว ตื่นเถอะ พี่สาว…”
“พี่สาว! ท่านตายไม่ได้นะ พี่ทิ้งเราไม่ได้!”
………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
ทะลุมิติมาได้ปวดใจแทนพ่อแม่ที่อยู่ปลายสายจริง ๆ เลยค่ะ ลูกกดรับสายยังไม่ทันพูดก็ได้ยินเสียงระเบิดดังตู้มงี้ ใช้มือถือยี่ห้อไหนเนี่ย น่ากลัวมาก
ทะลุมิติแล้วไปเข้าร่างใครกันนะ
ไหหม่า(海馬)