โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘Gyaru’ สาวแกลผิวแทน ผมทอง ชูสองนิ้ว เมื่อฮาราจุกุคัลเจอร์ปี 90s กลับมาทวงคืนยุคสมัย

becommon.co

อัพเดต 27 ก.ค. 2565 เวลา 18.26 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2565 เวลา 11.19 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple

‘เกาหลีเขามีลูกเล่น’

ตั้งแต่ซารางเฮโยมาจนมินิฮาร์ต เกาหลียังไม่หยุดคิดเทรนด์ถ่ายรูป ล่าสุด ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ท่าที่นิยมกันในหมู่ไอดอลเกาหลีอยู่ช่วงหนึ่งเห็นจะเป็น ‘เกียรุพีซ’ ชูสองนิ้ว หงายมือยื่นไปทางกล้องแบบซนๆ

หลายคนอาจคิดว่านี่เป็นเทรนด์ใหม่ของเกาหลี แต่ที่จริงแล้วเกียรุพีซนั้นเป็นลูกเล่นที่ถูกหยิบยืมมาจาก พี่สาวชาว ‘แกล’ หนึ่งในวัฒนธรรมย่อยยุค 90s ที่มีสีสันบนหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

(Photo : flickr – tokyofashion)

‘Gyaru’ (เกียรุ)หรือ แกล (Gal)เป็นวัฒนธรรมย่อยของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างถึงขีดสุดในปี 2000 สมัยนั้นถ้าเดินไปตามย่านชิบูย่าหรือฮาราจุกุ แหล่งรวมตัวของวัยรุ่น ถนนทุกเส้นคงเต็มไปด้วยกลุ่มสาวแกลที่มาเดินอวดชุด เล่นสนุก เสียงดังโหวกเหวก ครึกครื้นไปทั้งย่าน

จุดเด่นของพวกเธอคือผิวสีแทน ผมสีบลอนด์ แต่งหน้าจัด ขนตาหนาเป็นแพ แต่งตัวเก่ง และมักจะโพสท่าชูสองนิ้วหงายเวลาถ่ายรูปเรียกว่า ‘เกียรุพีซ’

‘เรย์’ จากวงไอฟ์

แฟชั่นสาวแกลคืนชีพอีกครั้งในหมู่ไอดอลเกาหลีตั้งแต่เมื่อราวๆ ต้นปี 2022 ที่ผ่านมา ‘เรย์’ สมาชิกชาวญี่ปุ่นหนึ่งเดียวจากเกิร์ลกรุ๊ปวง ไอฟ์ (IVE)เซลฟี่ด้วยท่า ‘เกียรุพีซ’ หลังจากนั้นไอดอลเกาหลีเกือบทั้งวงการก็พากันสแนปภาพสองนิ้วฉบับพี่สาวชาวแกลลงไอจีกันเป็นว่าเล่น

ดูโพสต์นี้บน Instagram

โพสต์ที่แชร์โดย aespa 에스파 (@aespa_official)

จนกระทั่ง PANXI ศิลปินชาวเกาหลีใต้ก็ได้นำเพลง GAL ของ OHAYO feat. Shake Pepper & Yvngboi Pไปรีมิกซ์เป็นเวอร์ชันเกาหลีด้วยบีตแน่นๆ กับเสียงร้องกวนๆ กลายเป็นชาเลนจ์ ‘Gal Jjang Yeppeuda’ที่เป็นกระแสใน TikTok ตีตื้นเกียรุพีซมาอย่างรวดเร็ว

@aespa_official 뒤늦게 합류🫡#aespa #KARINA #GISELLE ♬ 갸루 짱 예쁘다 GAL Kor ver by 판시 – *⸜ PANXI ⸝*

‘เกียรุพีซ’ ฟีเวอร์ไม่ได้ฮิตแค่ในเกาหลีเท่านั้น แต่ระบาดไปยังฝั่งยุโรปด้วย แม้แต่ ทอม ครูซ (Tom Cruise)นักแสดงฮอลลีวูดรุ่นเก๋ายังแพ้เสียงเรียกร้อง ต้องชูสองนิ้วใส่กล้องเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ชาวเกาหลีใต้สนั่นในงานพรมแดงเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Top Gun: Maverickณ กรุงโซล เมื่อ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เกียรุพีซและแดนซ์ชาเลนจ์ที่เพิ่งกลับมา ได้พาให้แฟชั่นสาวแกลฟื้นคืนชีพด้วย ล่าสุดเจนนี่ (Jennie Kim)แบล็คพิงค์ (Blackpink) ที่ถ่ายแบบคอลเล็กชันใหม่ของชาแนลให้กับนิตยสาร W Koreaฉบับเดือนกรกฎาคม 2022 ก็มาในลุคผมบลอนด์ทองเหยียดตรง ผิวสีแทน ลิปสีนู้ด และกรีดอายไลน์เนอร์สีดำแบบสาวแกลไม่มีผิด ส่วนสองไอดอลฝั่งญี่ปุ่นจาก 48 กรุ๊ป ฮอนดะ ฮิโตมิ (Honda Hitomi)และ ยาบุกิ นาโกะ (Yabuki Nako)อดีตสมาชิกวงไอโซน (I*ZONE)ก็จับคู่กันมาถ่ายแบบธีมสาวแกลก๋ากั่น หยิบมินิสเกิร์ตสั้นๆ แมทช์กับเสื้อยืดรัดรูปพาลุคของสาวแกลกลับมาอีกครั้งในนิตยสาร NYLON Japan ฉบับเดือนกรกฎาคม 2022

ดูโพสต์นี้บน Instagram

โพสต์ที่แชร์โดย 本田仁美 Honda Hitomi (@10_hitomi_06)

คำว่า ‘แกล’ คือภาษาอังกฤษที่เพี้ยนจากคำว่า Girl มาเป็น Gal และเขียนทับศัพท์ในภาษาญี่ปุ่นได้ว่า Gyaru (ギャル) อ่านว่า ‘เกียรุ’ในยุคนั้นนี่คือวัฒนธรรมย่อยอันแข็งแรงที่ได้รับความนิยมในวงกว้างในหมู่หญิงสาวชาวญี่ปุ่น

พวกเธอมักจะฟอกสีผิวให้แทน กัดสีผมให้บลอนด์ทอง แต่งตัวจัดจ้านตามซึ่งแตกต่างกันไปตามความชอบส่วนบุคคล ช่วงที่วัฒนธรรมแกลได้รับความนิยม มีแบรนด์เสื้อผ้ามากมายทำคอลเล็กชันออกมาตีตลาดสาวแกลแทบทุกซีซัน ไม่ว่าจะเป็น Cocolulu, LIZ LISA หรือ ma*rsฯลฯ บ้างเป็นแนวพังค์ บ้างเป็นตุ๊กตาหวานๆ บ้างเป็นเอี๊ยมแบบฝั่งตะวันตก แต่ทุกแบบล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความแปลกใหม่ เป็นแฟชั่นสมัยนิยม (ในยุคหลังๆ สาวแกลหันมาแต่งตัวตามแฟชั่นกระแสหลักอย่าง Zara หรือ H&M)

สไตล์การแต่งหน้าก็เป็นเอกลักษณ์ เพราะพวกเธอจะให้ความสำคัญกับดวงตาเป็นพิเศษ ขนตาต้องหนาเป็นแพ ดัดให้งอน กรีดอายไลน์เนอร์สีดำขลับและใส่คอนแท็กเลนส์แฟชั่น รวมถึงไฮไลต์จัดๆ ที่แก้มพร้อมปาดลิปสติกสีนู้ดไปจนเกือบขาว

ในปี 2008 ช่วงที่แกลกำลังรุ่งเรือง คอนแทคเลนส์แฟชั่นได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้หญิงญี่ปุ่น จนกลายเป็นปัญหาสุขภาพระดับชาติ เนื่องจากใช้คอนแทคเลนส์ที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นทำให้เกิดเคสตาอักเสบหลายร้อยเคส

(Photo : นิตยสาร Egg)

นอกจากหน้าตาจะดูเข้มคม ผมยังกัดให้เป็นสีบลอนด์ทอง จัดทรงตามอัธยาศัย บ้างหนีบตรง บ้างม้วนให้เป็นวอลลุ่มเหมือนตุ๊กตา แต่ทรงผมที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ ซุจิโมะริ (Sujimori : スジ盛り) ทรงนี้ทำได้หมดไม่ว่าจะผมสั้น ผมยาว จะเป็นสาวแกลหรือหนุ่มแกล วิธีทำค่อนข้างซับซ้อน เพราะใช้หลายเทคนิคผสมผสานกัน ส่วนใหญ่จะม้วนผมให้เป็นวอลลุ่ม ยีให้พองฟูใหญ่ๆ เข้าไว้ ถ้าใหญ่ไม่พอก็ใช้วิกช่วยเสริมอีกชั้น เพราะสาวแกลเชื่อว่ายิ่งใหญ่ยิ่งสวย ยิ่งพองยิ่งเด่น

ทรงผมแบบซุจิโมะริ (Photo : Youtube – Kinowear)

แกลเป็นวัฒนธรรมย่อยที่เหมือนต้นไม้ใหญ่ มีรากแก้วเดียวกันและเติบโตแผ่กิ่งก้านไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แบ่งเป็นกลุ่มตามสไตล์และความสนใจ ผสมผสานความเป็น ‘แกล’ เขากับแฟชั่นแห่งยุคสมัยจนบัญญัติชื่อเรียกประเภทไว้ได้ไม่หมด ที่โดดเด่น เช่น

แกงกุโระ (Ganguro)สาวแกลที่ฟอกผิวแทนเข้มจัด กัดผมสีอ่อน สไตล์การแต่งหน้าโดดเด่น เพราะมักจะไฮไลต์สีขาวรอบดวงตาเป็นวงใหญ่ๆ ทาลิปสติกสีนู้ดสว่างจนเกือบขาว ติดขนตาปลอมเป็นแพหนาๆ ติดกลิตเตอร์วาววับหรือสติกเกอร์ดอกไม้ประดับรอบดวงตา เรียกได้ว่าค่อนไปทางแฟนซีที่สุดในหมู่สาวแกลเลยก็ว่าได้ ชื่อเรียก ‘แกงกุโระ’ นั้นมาจากการผสมคำว่า คะโอะ (Kao : 顔)ซึ่งหมายถึงใบหน้า และ คุโระ (Kuro : 黒)ซึ่งหมายถึงสีดำ โดยรวมหมายถึงสาวแกลที่ใบหน้ามีสีแทนจัดๆ นั่นเอง

เอริมกโกะริ (Erimokkori) ตอนอายุ 24 ปี ซึ่งเป็นแกลกุโระมานานกว่า 10 ปี (Photo : www.fragmentsmag.com)

โคเกียรุ (Kogyaru)หรือ โคแกลสาวแกลวัยกระเตาะในชุดนักเรียนม.ปลาย (แบบผิดระเบียบ) ที่สวมกระโปรงสั้นกว่าปกติ มีทั้งที่เป็นนักเรียนจริงๆ และคนที่อยากจะแต่งชุดนักเรียนเนียนเป็นโคแกลกับเขาด้วย จุดเด่นของสไตล์นี้คือถุงเท้าย้วยๆ ที่ลงมากองอยู่ตรงข้อเท้า แม้จะผิดระเบียบแต่ก็ฮิตมากในหมู่นักเรียนม.ปลายยุคนั้น แบรนด์ถุงเท้าที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ E.G. Smith จากฝั่งอเมริกา

โคแกลในปี 2015 (Photo : flickr – tokyofashion)

เกียรุโอะ (Gyaruo)ผู้ชายที่แต่งตัวสไตล์แกล ยังคงคอนเซ็ปต์ผมสีบลอนด์ทองและผิวสีแทนเช่นเดียวกัน และมักควงคู่มากับสาวแกลเป็นคู่รัก แต่งตัวมาเดินเล่นกันในย่านการค้าของญี่ปุ่น

(Photo : flickr tokyofashion)

นอกจากหนุ่มสาววัยรุ่นแล้ว ยังมี เกียรุมามา (Gyaru mama) หรือ แกลมามา คุณแม่ที่มีใจรักจะเป็นแกล พวกเธอแต่งตัวและมีไลฟ์สไตล์เหมือนสาวแกลปกติ เพียงแต่บางทีอาจจะกระเตงลูกมาด้วย พามาพบปะเพื่อนๆ เป็นแก๊งหรือแต่งตัวให้เข้าชุดกันกับคุณแม่ อายุไม่ใช่ปัญหาเมื่อมีใจรักแกล ปรากฏการณ์ของแกลมาม่านั้นน่าสนใจ ถือว่ามีอิทธิพลเปลี่ยนแปลงเทรนด์ตลาดแม่และเด็กในญี่ปุ่นยุคนั้นไปเลยด้วย

(Photo : นิตยสาร I Love Mama)

อะยะโคะ ยะมะชิตะ (Ayako Yamashita)บรรณาธิการนิตยสาร I love Mama เผยว่าคุณแม่ชาวแกลนั้นมีรสนิยมที่แปลกใหม่ พวกเธอมักจะเลือกของเล่นสีดำที่ประดับด้วยเพชรสีชมพูแสบสันให้ลูกแทนที่จะเป็นสีพาสเทลซอฟต์ๆ แบบเดิม จนกระทั่งหลังๆ ของเล่นที่คุณแม่ชาวแกลเลือกก็ขายดิบดีในหมู่คุณแม่คนอื่นๆ ด้วย

มิโฮะโกะ นิชิอิ (Mihoko Nishii)จากเครือ เดนสึ (Denstu)เอเจนซี่โฆษณาขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นได้ทำการสำรวจในผู้หญิงชาวญี่ปุ่นอายุระหว่าง 18-34 พบว่า 12 เปอร์เซ็นต์เป็นสาวแกลเต็มตัว และในจำนวนนั้นกว่าครึ่งเป็น‘พาแกล’ (Pa gal)ที่ไม่ได้ระบุว่าตัวเองเป็นแกล แต่กลับแสดงออกผ่านสไตล์การแต่งหน้า เช่น ใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่น ติดขนตาปลอมหนาๆ ใช้ข้าวของวิบวับ

แต่งตัว แต่งหน้าแล้วไปไหน?

พอสวยพร้อมแล้ว สาวแกลทั้งหลายก็พากันมาเดินเล่นอวดชุดกันในย่านฮาราจูกุหรือชิบูย่า ซึ่งเป็นย่านคึกคักที่วัยรุ่นมารวมตัวกัน แต่จะให้เดินเล่นเฉยๆ ก็กระไร เพราะสาวแกลมักจะอยู่กันเป็นแก๊งและชวนกันไปทำกิจกรรมสนุกๆ กัน ไม่ว่าจะไปร้องคาราโอเกะ ปะสังสรรค์กันในกลุ่ม นั่งเม้าท์ในคาเฟ่ ไปเต้นสตรีทแดนซ์ กิน ดื่ม เที่ยว และใช้ชีวิตสนุกสุดเหวี่ยง

ตู้ถ่ายภาพปุริคุระ (Photo : Laurent Neyssensas)

ที่ฮิตสุดๆ เห็นจะเป็นถ่ายรูปสติกเกอร์ในตู้ ‘ปุริคุระ’ (Purikura)ยอดนิยมตลอดกาลของญี่ปุ่น เป็นตู้ที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้ตาโต หน้าใส เป็นตุ๊กตาได้ในพริบตา นอกจากจะได้รูปกลับบ้านแล้ว ยุคแกลเฟื่องฟูเจ้าตู้นี้ยังเป็นประตูสู่การเป็นคนดังอีกด้วย เพราะภาพถ่ายจากตู้จะถูกส่งตรงไปยัง Egg นิตยสารแฟชั่นแห่งยุค ถ้าคนไหนถูกใจแมวมอง ก็อาจเป็นนางแบบคนต่อไปที่ได้ขึ้นปกฉบับหน้าเลยก็ได้

แต่ถึงอย่างนั้น สาวแกลก็ไม่ได้เป็นแค่ตัวแทนของความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว

เพราะบางครั้งแกลก็ถูกมองในแง่ลบว่าเป็น ‘ผู้หญิงอันตราย’ อีกด้วย

‘โคะโคะโระ’ (Photo : ภาพยนตร์เรื่อง Sunny : Our heart beat together)

เราขอยกตัวอย่างตัวละคร ‘โคะโคะโระ’ หนึ่งในสมาชิกแก๊งซันนี่ จากภาพยนตร์เรื่อง Sunny : Our heart beat together เธอเป็นนักเรียนชั้นม.ปลายที่เริ่มหัดเป็นสาวแกล ชอบไปเตร็ดเตร่ตามย่านคึกคัก แต่งตัวจัด สวมถุงเท้าข้อยาวที่ย่นลงมากองตรงข้อเท้าแบบสาวแกลเต็มขั้น โคะโคะโระมักมีของแบรนด์เนมมาอวดชาวแก๊งเสมอ จนถูกเพื่อนแซวว่าเธอรวยเพราะไปรีดเงินพวกพนักงานออฟฟิศผู้ชายมาแน่ๆ

ในยุคนั้นจะเป็นแกลต้องมีต้นทุน เพราะต้องแต่งตัว แต่งหน้า ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย ทำให้มีสาวแกลบางคนที่ไปเกาะแกะน้าๆ ลุงๆ พนักงานออฟฟิศเพื่อหลอกเอาเงินมาปรนเปรอตัวเองและซื้อของแพงๆ ซึ่งบางครั้งอาจหมายถึงมีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างระหว่างกันด้วย

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสาวแกลทุกคนตั้งใจจะมาหลอกเอาเงินจากผู้ชาย เพราะสาวแกลส่วนใหญ่แค่ชอบแต่งตัวแล้วอยากออกมาใช้ชีวิตสนุกๆ กับกลุ่มเพื่อนแกลด้วยกันเท่านั้น

(Photo : ภาพยนตร์เรื่อง Liar x Liar)

ด้วยอัตลักษณ์อันโดดเด่น แม้ว่าปัจจุบันแกลจะเสื่อมความนิยมลงจนแทบไม่มีให้เห็น แต่ภาพของ ‘สาวแกล’ ยังคงโลดแล่นอยู่ในสื่อญี่ปุ่นมากมาย เช่น ‘มินาโตะ’ตัวเอกจากภาพยนตร์เรื่อง Liar x Liarที่แต่งตัวเป็นสาวแกลตลอดทั้งเรื่องเพื่อปลอมตัวหลอกน้องชายของตัวเอง เธอสวมวิกผมสีบลอนด์ทองและใส่ชุดนักเรียนญี่ปุ่นกระโปรงสั้นๆ แบบโคแกลเต็มตัว หรือ ‘มิโกะจัง’จากมังงะเรื่อง ‘ไซคิ หนุ่มพลังจิตอลเวง’ (Saiki Kusuo no Sai Nan)นักเรียนใหม่นักพยากรณ์ มาในลุคสาวแกล ผิวแทน สุดเซ็กซี่ มีญาณวิเศษเห็นออร่าของคนและชอบดูดวง

‘มิโกะจัง’ (Photo : อนิเมะเรื่อง ‘ไซคิ หนุ่มพลังจิตอลเวง’)

แกลในบริบทแฟชั่นนั้นเป็นวัฒนธรรมที่มีสีสันของญี่ปุ่น ส่วน ‘แกล’ ในบริบทสังคม มุมหนึ่งพวกเธอเปรียบได้กับดอกไม้ที่เบ่งบานบนพื้นคอนกรีต เป็นความสนุกสนานที่ท้าทายสังคมเคร่งเครียด

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามี ‘ปิตาธิปไตย’ เข้มข้น หากจะสืบสาวราวเรื่องว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นเราคงต้องหยิบยกประวัติศาสตร์การสร้างชาติมาเล่าได้อีกยาว แต่พอจะสรุปอย่างกระชับได้ว่าในญี่ปุ่นทั้งชายและหญิงนั้นมีหน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน ผู้ชายเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ออกไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงคนในบ้าน ส่วนผู้หญิงนั้นเมื่อถึงวัยอันสมควรก็ต้องแต่งงาน มีฐานะเป็นภรรยา เป็นแม่ และเป็นคนที่ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของคนในครอบครัว

หนึ่งสาเหตุที่ทำให้วัฒนธรรมของสาวแกลได้รับความนิยมมาเป็นทศวรรษเป็นเพราะญี่ปุ่นมีแรงกดดันที่เรามองเห็นในรูปแบบของบทบาททางเพศ ในยุคสังคมที่กำหนดสถานะผู้หญิงเป็นได้เท่านี้ ก็ยิ่งทำให้วัฒนธรรมแกลเบ่งบาน เพราะ ‘แกล’ หมายถึงการต่อต้าน ภาพลักษณ์ของ ‘สาวแกล’ นั้นแตกต่างจากผู้หญิงญี่ปุ่นในอุดมคติอย่างสิ้นเชิง

ถ้าผู้หญิงต้องผมดำ ฉันจะทำผมทอง

ถ้าผู้หญิงต้องผิวขาว ฉันจะทำผิวแทน

ถ้าผู้หญิงต้องเรียบร้อย ฉันจะร่นกระโปรงให้สั้น

ถ้าผู้หญิงต้องเงียบ ฉันจะตะโกนเสียงดังๆ

ถ้าผู้หญิงต้องอยู่บ้าน อย่างนั้น…ฉันจะออกมาเต้นให้สุดเหวี่ยง

(Photo : ภาพยนตร์เรื่อง Flying Colors)

เมื่อสังคมพยายามยัดผู้หญิงคนหนึ่งลงไปในกล่องแคบๆ ที่ชื่อว่าภรรยาหรือแม่ และยิ่งพยายามจะปิดกล่องขังพวกเธอไว้ในนั้น กล่องก็ยิ่งปริขาด ‘สาวแกล’ นั้นพยายามฉีกทุกกฎ ทำสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสร้างสรรค์ ถือเป็นปรากฏการณ์ต่อต้านสังคมที่มีสีสันครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

ยุคของแกลนั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่ปลายๆ ปี 70 ทั้งแบรนด์เสื้อผ้าและนิตยสารต่างก็พากันนำเสนอเรื่องราวของแกลมาเป็นทศวรรษทำให้วัฒนธรรมนี้ยังคงรุ่งเรืองมาเรื่อยๆ และพุ่งสู่จุดสูงสุดในปี 2000 ก่อนที่ความนิยมจะค่อยๆ ร่วงลงมาและค่อยๆ หายไปในที่สุดราวๆ ปี 2015

(Photo : นิตยาร Egg)

และส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้แกลได้รับความนิยมน้อยลงเรื่อยๆ คือ ‘นิตยสาร’ อันเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงนำเทรนด์ของแกลนั้นทยอยปิดตัวลง เช่น นิตยสาร Egg ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1995 ก็ปิดตัวลงในปี 2014 ประกอบกับเรื่องราวของแกลนั้นไม่ได้น่าสนใจอีกต่อไป แฟชั่นเริ่มเปลี่ยนทิศทาง ผู้หญิงเริ่มกลับมาแต่งหน้าธรรมชาติ สบายๆ มากขึ้น แกลเซเลปซึ่งเป็นผู้นำเทรนด์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงสไตล์การแต่งตัวไปเป็นตามสมัยนิยม ทำให้สมาชิกชาวแกลเริ่มบางตาลงไป จนปัจจุบันแทบจะไม่มีให้เห็นแล้ว

วัฒนธรรมแกลเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่ทำให้ชีวิตวัยรุ่นมีสีสันและแสดงตัวตนออกมาเต็มที่ ก่อนที่หนุ่มสาวฮาราจุกุที่เคยแตกแถวจะเริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่กลับเข้ามาต่อแถวอีกครั้ง พวกเขาก็เริ่มปล่อยให้ผมสีดำขลับธรรมชาติก็ค่อยๆ ยาวมาแทนที่สีบลอนด์ทองซีดๆ

แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าครั้งหนึ่งพวกเขาได้เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างยุคสมัยอันน่าจดจำ มีสีสัน สนุกสนาน และมีพลังเอาไว้

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...