โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมาร์ทโฟนไม่ปัง ‘โนเกีย’ ขอขุดอดีตดัน ‘ฟีเจอร์โฟน’ ปลุกกระแส Retro จับกลุ่มวัยเก๋า!

Positioningmag

อัพเดต 23 ส.ค. 2565 เวลา 04.36 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2565 เวลา 04.36 น.

หากพูดถึงตลาดมือถือเมื่อช่วง 15-20 ปีที่แล้ว แบรนด์ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดนั้นหนีไม่พ้น ‘Nokia’ (โนเกีย) ที่นอกจากจะแข็งแกร่งในแง่การเป็นผู้นำตลาดแล้ว ตัวมือถือที่มีจุดเด่นด้านความ‘อึด ถึก ทน’ และแม้จะมาในยุคสมาร์ทโฟน โนเกียก็ยังคงทำตลาดมือถือ ‘ฟีเจอร์โฟน’ หรือมือถือ‘ปุ่มกด’ มาอย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ปี 2017 ที่ โนเกีย ได้เริ่มกลับมาทำตลาดอีกครั้ง ภายใต้การดำเนินงานของ HMD Global ก็ได้ส่งทั้ง สมาร์ทโฟน, ฟีเจอร์โฟน และ แท็บแล็ต ทำตลาดในไทยแล้วนับสิบรุ่น อย่างสมาร์ทโฟนทางโนเกียก็พยายามทำตลาดครอบคลุมทุกระดับ อาทิ Nokia 3, Nokia 5, Nokia 7 Plus ที่เน้นตลาดเริ่มต้นจนถึงระดับกลาง ส่วนกลุ่มเรือธงก็มี Nokia 8 ขณะที่กลุ่มฟีเจอร์โฟนที่ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการหยิบ มือถือรุ่นคลาสสิกมาอัพเกรดใหม่ให้ทันสมัยขึ้น อาทิ ไม่ว่าจะเป็นNokia 3310 เวอร์ชั่นปี 2017 หรือ Nokia 8110 รุ่นกล้วยหอมในตำนาน และเกาะกระแสฝาพับของสมาร์ทโฟนยุคนี้ด้วย Nokia 2720 และปลายปีนี้โนเกียได้ส่งฟีเจอร์โฟนใหม่อีก 3 รุ่นเพื่อทำตลาด ได้แก่

  • Nokia 8210 รุ่นปี 1999 ที่มีชื่อเล่นว่ารุ่น นางฟ้าชาร์ลี จากที่ปรากฏในภาพยนตร์Charlie’s Angels โดยออกมา 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินเข้ม และสีแดงราคา 2,290 บาท
  • Nokia 5710 XpressAudio โดยมีลูกเล่นที่หูฟัง TWS ติดมากับตัวเครื่อง และฝาหลังสามารถสไลด์ขึ้น-ลง วางจำหน่ายสีดำแดง ราคา 2,690 บาท
  • Nokia 2660 Flip ฟีเจอร์โฟนฝาพับ มีขนาดหน้าจอหลักขนาด 2.8 นิ้ว QVGA กับจอบนฝาพับขนาด 1.77 นิ้ว ราคา 2,490 บาท

ภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) ระบุว่า สาเหตุที่โนเกียยังปลุกชีพตำนานโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะยังคงเป็นที่ต้องการ โดยคาดว่าภาพรวมตลาดทั่วโลกในอีก3 ปีข้างหน้า จะมีความต้องการถึง 157 ล้านเครื่อง มีมูลค่าราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ ส่วนตลาดไทยก็ยังมีความต้องการเป็นหลัก ล้านเครื่อง แม้ตลาดฟีเจอร์โฟนไทยไม่ได้เติบโตมาก แต่ยังมีโอกาสอยู่ในกลุ่มของผู้สูงอายุ หรือ ผู้ที่ต้องมือถือสำรองเครื่องที่สอง รวมถึง ลูกค้าองค์กร ที่อาจต้องการมือถือที่ใช้โทรออกรับสายอย่างเดียว ไม่ได้ต้องการใช้งานฟีเจอร์อื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม เด็ก ที่ผู้ปกครองซื้อมือถือเครื่องแรกให้พกติดตัว แต่ไม่อยากซื้อสมาร์ทโฟน “ผู้บริโภคไม่ได้ต้องเลือกว่าจะใช้สมาร์ทโฟนแล้วซื้อฟีเจอร์โฟนไม่ได้ บางคนมีหาฟีเจอร์โฟนเป็นเครื่องสำรอง หรือกลุ่มที่ไม่อยากใช้สมาร์ทโฟนอย่างผู้สูงอายุที่ต้องการฟังก์ชั่นพื้นฐาน อย่างเสียงชัด แบตอึด และความคงทนของสินค้า”

หากดูจากกลุ่มเป้าหมายก็ไม่น่าแปลกใจที่ฟีเจอร์โฟนจะยังไปต่อได้ เพราะต้องยอมรับว่าผู้สูงอายุเองอาจไม่ถนัดใช้สินค้าเทคโนโลยี อีกทั้งยังต้องการใช้แค่ฟีเจอร์พื้นฐาน ดังนั้น แม้จะราคาใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนตัวล่าง ๆ แต่ก็สะดวกใจจะใช้มากกว่า แต่ถ้ามองลึกลงไปอีก การที่โนเกียเข็นฟีเจอร์โฟนออกมา อาจเป็นเพราะว่าดันยอดขายง่ายกว่าสมาร์ทโฟน เพราะต้องยอมรับว่าในตลาดตอนนี้มีการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะจากแบรนด์จีน ซึ่งในตลาดไทย แม้ว่าโนเกียจะมี สมาร์ทโฟน จำหน่ายถึง 9 รุ่น ส่วนฟีเจอร์โฟน มีแค่ 7 รุ่น แต่กลับกลายเป็นว่าสัดส่วนยอดขาย 70% มาจากฟีเจอร์โฟน ส่วนสมาร์ทโฟน 30% และเชิงมูลค่าฟีเจอร์โฟนคิดเป็น60% สมาร์ทโฟน 40% [caption id="attachment_1397205" align="alignnone" width="700"]

3310 รุ่นปี 2017[/caption] จากตัวเลขสัดส่วนยอดขายฟีเจอร์โฟนและสมาร์ทโฟนของโนเกีย ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนอาจไม่ใช่แบรนด์แรกที่ผู้บริโภคนึกถึงอีกต่อไป แต่กับฟีเจอร์โฟนยังคงเป็นจุดแข็งและเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของผู้บริโภค ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ ภาพจำ ของแบรนด์ บวกกับเทรนด์ Nostalgia Marketing ที่คนโหยหาอดีต ดังนั้น การเลือกมือถือเครื่องที่สองจึงอยากได้แบรนด์ที่คุ้นเคยในอดีต ปัจจุบัน โนเกียถือเป็นผู้นำในตลาดของฟีเจอร์โฟนในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยก็เป็น เบอร์ 1 มีสัดส่วนเกิน 50% ของตลาด และการเปิดตัวฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นใหม่นี้ คาดว่าจะสร้างการเติบโตได้40% ผ่านช่องทางการขายกว่า 4,000 แห่งทั่วไทย รวมถึงช่องทางออนไลน์ อาทิ Shopee, Lazada และ JD.Central โดยโนเกียจะเน้นทำการตลาดออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ และมีกิจกรรม ณ จุดขายหน้าร้านเป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...