โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

โว้ก ฮูส ออน เน็กซ์ สูบฉีดวงการแฟชั่น กับ 4 ดีไซเนอร์เลือดใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 มิ.ย. 2565 เวลา 04.47 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 04.45 น.
4 แบรนด์ผู้เข้ารอบได้เปิดร้าน Vogue Who's on Next, The Vogue Fashion Fund 2022 Shop

โว้ก ฮูส ออน เน็กซ์ สูบฉีดวงการแฟชั่น กับ 4 ดีไซเนอร์เลือดใหม่

เดินหน้าสนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ให้ได้รับโอกาสและต่อยอดธุรกิจในวงการแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง โว้ก ประเทศไทย จัดงานเปิดตัว“Vogue Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund 2022 Shop” (โว้ก ฮูส ออน เน็กซ์ เดอะ โว้ก แฟชั่น ฟันด์ 2022 ช็อป)

นำเสนอผลงานจากเหล่าดีไซเนอร์เลือดใหม่ 4 ผู้ชนะการแข่งขันในโครงการ ได้แก่แบรนด์Anuruq, Marchmay, Piccoro และ Wildblueyonder ด้วยการสานฝันเปิดหน้าร้านเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันนี้-17 กรกฎาคม 2565 ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์

กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารโว้ก ประเทศไทย เผยว่า โครงการนี้โว้กเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะส่งเสริมยังก์ ดีไซเนอร์ เพราะวงการแฟชั่นจะต้องมีเลือดใหม่เข้ามาสูบฉีดอยู่เสมอ จะทำให้วงการแฟชั่นของไทยตื่นเต้นมากขึ้น จุดแตกต่างของโครงการนี้อยู่ตรงที่เรามาหยิบเอาดีไซเนอร์ อาจจะหน้าใหม่ หรือเพิ่งเคยทำธุรกิจ 2-3 ปี ยังไม่คุ้นชินกับอุตสาหกรรมนี้ แต่เราเล็งเห็นศักยภาพจึงนำเขาเข้ามาเพื่อช่วยสร้างแบรนด์ให้เก่งทั้งด้านการออกแบบและการบริหารจัดการธุรกิจ เก่งทุกมิติถึงจะอยู่รอดได้ โครงการนี้คิดว่าน่าจะเป็นอนาคตในการช่วยเหลือยังก์ ดีไซเนอร์ ประคับประคองธุรกิจของเขาให้อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ได้

วาริณี พิสิฏพันธ์ หรือ ผ้าฝ้าย จากแบรนด์ Marchmay เผยว่า แบรนด์เปิดมา 4 ปี เอกลัษณ์ของแบรนด์เป็นเสื้อผ้าหวานอมเก๋ ที่เป็นการนำผ้าเก่า ยุค 90 กับผ้าใหม่มารวมกัน เน้นงานปัก จึงทำให้ชุดมีอย่างละชิ้นถึงสองชิ้น เป็นลิมิเต็ด สำหรับคนที่ชอบความแตกต่างไม่อยากเหมือนกัน การเข้าร่วมโครงการกับโว้กทำให้เราได้รับความรู้ที่ไม่เคยได้มาก่อน เป็นความรู้ที่ใช้ได้จริง

“เราอยากช่วยลดขยะในอุตสาหกรรมผ้า ซึ่งตอนนี้เป็นฟาสแฟชั่นเยอะ ทุกอย่างมันเร็วไปหมด จึงนำผ้าเก่าที่ดีไซน์รวมกับผ้าไหม เกิดเป็นโปรดักซ์ใหม่ขึ้นมา เน้นงานปักที่ละเอียดประณีต ที่ หายากในชีวิตปัจจุบัน เป็นแบบหวานอมเก๋ และช่วยสังคมในการลดการใช้ผ้า” ผ้าฝ้ายกล่าว

ด้าน ยุวรินทร์ รัชตะชัยอนันต์ หรือเมษา และ สุทธิวงศ์ นุ่มอุไร หรือเซนเซอร์ แห่งแบรนด์ Wildblueyonder เผยว่า แบรนด์เปิดมา 4 ปี เป็นเสื้อผ้าสไตล์รีสอร์ท เหมาะกับการท่องเที่ยวและเดินทาง ซึ่งเกิดจากความชอบของเราที่ชอบท่องเที่ยวและเดินทาง และชอบศิลปะ จึงทำลายผ้าออกมาเอง สินค้าจะมีชุดว่ายน้ำ และเป็นเสื้อผ้าสำหรับท่องเที่ยวพริ้วๆ สีสัน ใส่สบาย การได้เข้ามาร่วมโครงการกับโว้กเป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้ได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการที่ทำให้เรามีโอกาสได้เติบโต มีโฟกัสชัดขึ้น เป็นไดเรคชั่นที่ชัดเจน

“ฝากถึงดีไซเนอร์ที่เพิ่งเริ่มทำแบรนด์ สิ่งสำคัฐคืออย่าหยุดทำ มันไม่มีทางที่มาถึงแล้วประสบความสำเร็จหรือเจอทางของเราเลย เราจะต้องผ่านการเรียนรู้จากตัวเราเอง เป็นประสบการณ์ที่เราเจอจริงๆเอง เหมือนต้องหาสูตรของตัวเองให้เจอ สูตรของแต่ละแบรนด์จะไม่เหมือนกันในการที่จะไปถึงเป้าหมาย” ดีไซเนอร์ทั้งสองกล่าว

ชนิกานต์ สิทธิศักดิ์สมพร และ มิติ ธรรมเจริญ เจ้าของแบรนด์ Piccoro กล่าวว่า แบรนด์เสื้อผ้าเน้นความเซ็กซี่ ปลุกความมั่นใจให้ผู้หญิงกล้าแต่งตัว สามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวัน หรือนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ สินค้าขายออนไลน์เป็นหลัก ทำธุรกิจมา 3 ปีแล้ว เอกลักษณ์ของแบรนด์ชัดเจน คนเห็น

เสื้อผ้ารู้ว่าแบรนด์อะไรโดยไม่ต้องเห็นป้าย เข้าแข่งขันโครงการนี้ได้เรียนรู้ระบบการบริหารจัดการหลังบ้าน วางแผนการตลาด จัดทำบัญชี จัดการสต็อก องค์ความรู้ต่างๆ จาก โว้ก ประเทศไทย ทำให้เราบริหารธุรกิจดีขึ้น ที่ผ่านมา เคยออกร้านงานแฟร์ นี่เป็นครั้งแรกขึ้นห้างขายสินค้าจริง ปัจจุบันรายได้หลักมาจากออนไลน์ และเริ่มบุกตลาดออนไลน์ที่เกาหลีขยายตลาดต่างประเทศ วันที่ 25 มิ.ย.จะจัดอินสตอลเลชันของ Piccoro อยากชวนลูกค้ามาถ่ายรูป เช็คอินกัน รับส่วนลดพิเศษ

ส่วน อนุรักษ์ ใจดี ดีไซเนอร์เลือดใหม่แบรนด์ Anuruq กล่าวว่า คอลเลคชั่นพิเศษ“Diversity” เสนอความหลากหลายทางอารมณ์และจินตนาการถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ ดูดี มีสไตล์ มีดีเทล แต่ละตัวให้ความรู้สึกแตกต่างกัน ไอเทมของแบรนด์เป็นหนังสังเคราะห์ที่ใส่แมทซ์กับแจ็คเก็ตสูท สร้างสไตล์แปลกใหม่

“แบรนด์ Anuruq เริ่ม 2 ปี ช่วงโควิดพอดี เราปรับตัวด้วยการขายของออนไลน์แบบ Made to oder ไม่มีหน้าร้าน จัดทำตารางไซส์ส่งให้ลูกค้าเพื่ออำนวยความสะดวก มีบริการปรับแก้ทรงหลังการขาย รู้จักโครงการ Vogue Who’s on Next ตั้งแต่เรียนแฟชั่น ฝันว่าถ้ามีแบรนด์ของตัวเอง จะนำแบรนด์ร่วมโครงการ เพราะทำให้รู้ข้อดีและข้อเสียนำสู่การปรับเปลี่ยนให้แบรนด์ได้ไปต่อ การมีหน้าร้านเป็นโอกาสให้ลูกค้าทำความรู้จักแบรนด์และเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ “ อนุรักษ์เผยถ้าธุรกิจเติบโตอาจจะมีหน้าร้าน

เลือดใหม่วงการแฟชั่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...