Paramount ปิดดีลซื้อ Warner Bros. 1.1 แสนล้านดอลลาร์ ผงาดอาณาจักรบันเทิง Skydance
Paramount Skydance ปิดดีลซื้อ Warner Bros. Discovery มูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์ รวม HBO Max-CNN-CBS ไว้ในอาณาจักรเดียว พร้อมลุยชน Netflix-Disney
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 08.56 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Paramount Skydance ปิดดีลซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery มูลค่า 1.10 แสนล้านดอลลาร์อย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคาร (6 ต.ค.) ถือเป็นหนึ่งในดีลควบรวมกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมสื่อ และนำไปสู่การก่อตั้งบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่แห่งใหม่ภายใต้ชื่อ“Skydance” โดยมี David Ellison ขึ้นกุมอำนาจเหนือหนึ่งในธุรกิจบันเทิงและข่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก
การควบรวมครั้งนี้นำสตูดิโอเจ้าของแฟรนไชส์ระดับโลกอย่าง “Mission: Impossible”, “Harry Potter” และ DC Studios มาอยู่ภายใต้บริษัทเดียวกัน พร้อมเครือข่ายโทรทัศน์ ข่าว และสตรีมมิงรายใหญ่อย่าง CBS, CNN, Paramount+ และ HBO Max ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจภาพยนตร์ โทรทัศน์ สตรีมมิง ไปจนถึงข่าว
Ellison ระบุในบันทึกถึงพนักงานว่า การควบรวมเป็นโอกาสในการสร้างบริษัทสื่อและความบันเทิงแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการเพิ่มขนาดธุรกิจ แต่ต้องการสร้างบริษัทที่สามารถแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมได้
บริษัทใหม่จะใช้ชื่อว่า Skydance และหุ้นได้ย้ายจากตลาด Nasdaq มาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ภายใต้ตัวย่อ “SKYD” ตั้งแต่วันอังคาร หลังการบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐและสหภาพนักเขียนฮอลลีวูด ช่วยขจัดอุปสรรคทางกฎหมายสำคัญที่ขวางการควบรวม
ดีลดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมสื่อแบบดั้งเดิมกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ตั้งแต่จำนวนสมาชิกเคเบิลทีวีที่ลดลง ต้นทุนมหาศาลในการแข่งขันในตลาดสตรีมมิง ไปจนถึงการแข่งขันจากบริษัทเทคโนโลยีและการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
Ellison ระบุว่า Skydance ไม่ได้แข่งขันเพียงกับบริษัทบันเทิงอย่าง Netflix และ Disney เท่านั้น แต่ยังต้องรับมือกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Apple, Meta และ Amazon รวมถึงความเปลี่ยนแปลงจาก AI
เขามองว่าอุตสาหกรรมสื่อแบบดั้งเดิมปรับตัวช้าเกินไป จนเปิดทางให้ Netflix และ Amazon Prime Video เข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาด โดยบริษัทสื่อจำนวนมากยังคงยึดติดกับรูปแบบธุรกิจในอดีตเป็นเวลานานเกินไป
หนึ่งในแผนสำคัญหลังการควบรวมคือการรวมบริการสตรีมมิงของบริษัท ซึ่งรวมถึง HBO Max และ Paramount+ ให้กลายเป็นบริการเดียว เพื่อเพิ่มขนาดฐานสมาชิกและลดต้นทุนซ้ำซ้อนในการแข่งขันกับแพลตฟอร์มสตรีมมิงรายใหญ่
Skydance ยังให้คำมั่นว่าจะออกภาพยนตร์อย่างน้อยปีละ 30 เรื่องในช่วง 2 ปีแรกหลังปิดดีล ก่อนเพิ่มเป็นปีละ 32 เรื่องในช่วง 3 ปีถัดมา ขณะที่ Ellison วางแผนใช้เงินอย่างน้อย 3 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีสำหรับการผลิตและลงทุนด้านคอนเทนต์
อย่างไรก็ตาม บริษัทใหม่จะมีภาระหนี้รวมประมาณ 8 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้ Ellison ต้องเร่งขยายธุรกิจสตรีมมิง รักษากระแสเงินสดจากธุรกิจเคเบิลทีวี และยกระดับผลประกอบการจากภาพยนตร์ที่เข้าฉายในโรง เพื่อรองรับภาระทางการเงินหลังการควบรวม
Ellison และ Ynon Kreiz ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ตั้งเป้าลดต้นทุนรวม 6 พันล้านดอลลาร์ โดย Kreiz อดีตซีอีโอของ Mattel จะรับผิดชอบการดำเนินงานประจำวันและการรวมกิจการ ขณะที่ Ellison ดูแลทิศทางด้านครีเอทีฟและยุทธศาสตร์โดยรวม
Paramount ระบุว่า การประหยัดต้นทุนส่วนใหญ่จะมาจากส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับแรงงาน เช่น การรวมระบบเทคโนโลยีและผู้ให้บริการ Cloud ของทั้งสองบริษัท อย่างไรก็ตาม ขนาดของการลดค่าใช้จ่ายทำให้ตลาดคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในอุตสาหกรรมฮอลลีวูดด้วย
สำหรับธุรกิจข่าว Mark Thompson หัวหน้า CNN และ Bari Weiss บรรณาธิการบริหาร CBS News จะยังคงดำรงตำแหน่งเดิม และรายงานตรงแยกกันต่อ Ellison และ Kreiz
โครงสร้างดังกล่าวช่วยคลายความกังวลบางส่วนว่า Weiss ซึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้นำ CBS News ในปี 2568 อาจได้รับอำนาจควบคุมธุรกิจข่าวทั้งหมดของ Skydance
นอกจากนี้ Ellison ตกลงจัดตั้งคณะกรรมการอิสระด้านบรรณาธิการ เพื่อกำกับดูแล CNN และ CBS News ภายใต้เงื่อนไขการควบรวม ท่ามกลางการจับตาเรื่องความเป็นอิสระของกองบรรณาธิการหลังดีลเสร็จสิ้น
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความเห็นสนับสนุนการควบรวม โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า บริษัทใหม่จะเป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยม และยินดีที่ดีลดังกล่าวได้รับอนุญาตให้เดินหน้าต่อ
Skydance ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 โดย David Ellison บุตรชายของ Larry Ellison ผู้ร่วมก่อตั้ง Oracle ก่อนสร้างชื่อในฐานะผู้สนับสนุนทางการเงินและผู้ผลิตภาพยนตร์ทำเงินของ Paramount เช่น “Top Gun: Maverick”
หลังควบรวมกับ Paramount เมื่อปีที่ผ่านมา Skydance ได้หันเป้าไปยัง Warner Bros. และเข้าสู่การแข่งขันประมูลซื้อกิจการอย่างดุเดือดกับ Netflix ขณะที่ Comcast ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เคยแสดงความสนใจ
ภายในเวลาเพียง 16 ปี Skydance จึงเปลี่ยนจากสตูดิโอภาพยนตร์อิสระมาเป็นศูนย์กลางของหนึ่งในการควบรวมครั้งใหญ่ที่สุดของฮอลลีวูด โดย Ellison ระบุว่าการใช้ชื่อ Skydance สำหรับบริษัทใหม่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของสตูดิโอ Paramount และ Warner Bros. เอาไว้ แทนที่จะนำชื่อทั้งสองมารวมเป็นแบรนด์ใหม่
นักวิเคราะห์จาก MoffettNathanson คาดว่า Skydance จะสร้างรายได้ประมาณ 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2571 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2573 ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานหลัก หรือ EBITDA คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2571 และเพิ่มเป็น 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2573
การควบรวมครั้งนี้จึงไม่เพียงเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในฮอลลีวูด แต่ยังเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของ Skydance ว่า การรวมคอนเทนต์และแบรนด์ระดับโลกไว้ภายใต้บริษัทเดียว จะช่วยสร้างขนาดที่มากพอสำหรับแข่งขันกับทั้ง Netflix, Disney และบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคและอุตสาหกรรมสื่อกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
อ้างอิง : reuters.com