กินเจไม่ได้มีแต่ผัดหมี่กับจับฉ่าย! ส่องแบรนด์-ห้างใหญ่ร่วมเกาะกระแส
ก่อนหน้านี้เมื่อพูดถึง“เทศกาลกินเจ” เมนูที่ลอยขึ้นมาในหัวอาจหนีไม่พ้น ผัดหมี่ เจ จับฉ่าย เต้าหู้ หรือโปรตีนเกษตร แต่ในยุคนี้ภาพจำกำลังเปลี่ยนไป
เพราะ “อาหารเจ” กำลังเข้าไปอยู่ในเมนูของแบรนด์ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเครื่องดื่ม ไปจนถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ที่น่าสนใจคือ แบรนด์ไม่ได้ขายเพียง “อาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์” แต่กำลังขาย ประสบการณ์การกินเจในแบบที่ผู้บริโภคคุ้นเคย
มีแบรนด์ไหนลงมาเล่นกับการตลาดกินเจปีนี้กันบ้างรวมไว้ให้แล้ว
1. MK
หนึ่งในแบรนด์ที่เห็นภาพชัดที่สุด ปีนี้จัดแคมเปญ MK J FESTIVAL 2026 ระหว่างวันที่ 1–18 ตุลาคม 2569 โดยไม่ได้หยุดอยู่แค่การมี “เมนูเจ” แต่ยกเมนูเจเข้ามาอยู่ในโลกของสุกี้ที่มีทั้ง ชุดสุกี้หม้อแดงเจ ชุดสุกี้เจ สุกี้ผัดแห้งเจรวมถึงวัตถุดิบอย่างเห็ด เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ และเมนูจานเดียวอีกหลายรายการ
รวมไปถึงอาหารทานเล่น เครื่องดื่ม ตั้งแต่เกี๊ยวผักเจ เต้าหู้ทอด ผักรวมทอด ไปจนถึงบัวลอย ทับทิมกรอบ น้ำแตงโมปั่น ชามะนาว และน้ำเก๊กฮวยเจ
2. ร้านอาหารญี่ปุ่น ปีนี้แคมเปญ Thailand J Food Festival 2026 ของเซ็นทรัลพัฒนา มีร้านอาหารญี่ปุ่นหลายแบรนด์เข้าร่วม เช่น FUJI JAPANESE RESTAURANT, ZEN JAPANESE RESTAURANT และ SUKISHI KOREAN CHARCOAL GRILL รวมถึงร้านอาหารอื่น ๆ อีกกว่า 20 แบรนด์
3. คาเฟ่และเครื่องดื่ม
อีกสนามที่น่าสนใจคือ เครื่องดื่มและคาเฟ่ ซึ่งใน EMDINING J Festival 2026 ของเอ็ม ดิสทริค มีร้านเครื่องดื่มและคาเฟ่เข้าร่วมจำนวนมาก เช่น KOI THÉ, BEARHOUSE, KARUN THAI TEA, BEANS COFFEE ROASTER และ ACAl STORY รวมอยู่ในกว่า 30 ร้าน 100 เมนูเจ
ขณะที่แคมเปญของเซ็นทรัลพัฒนาก็มีทั้ง KOI THÉ และ SUPER MATCHA รวมถึงเครื่องดื่มเจในโซน CENTRAL FOOD และเมนูพิเศษจาก SO! COFF
4. ศูนย์การค้า
ซึ่งขณะนี้ศูนย์การค้าไม่ได้มองเทศกาลเจเป็นเพียง Event แต่กำลังทำให้ตัวเองเป็น Destination สำหรับคนกินเจ
เซ็นทรัลพัฒนาเปิดแคมเปญ Thailand J Food Festival 2026 ภายใต้แนวคิด “The Joy of J” ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569 พร้อมกว่า 500 เมนูจาก 20 แบรนด์ และกิจกรรมที่ขยายไปไกลกว่าอาหาร ทั้งเวิร์กชอปสุขภาพ กิจกรรมสายแอ็กทีฟ และ Mascot Marketing
ส่วนเอ็ม ดิสทริค จัด EMDINING J Festival 2026 รวมกว่า 30 ร้าน 100 เมนู ตั้งแต่อาหารคาว ของหวาน ไปจนถึงเครื่องดื่ม
ขณะที่เดอะมอลล์ กรุ๊ปเลือกใช้กลยุทธ์ Food Destination ผ่าน “ย่านเทศกาลเจ” รวมอาหารจากแหล่งดังอย่างเยาวราช ตลาดน้อย ตลาดพลู และภูเก็ตเข้ามาไว้ในศูนย์การค้า
จะเห็นว่าตอนนี้ศูนย์การค้า “ไม่ได้ขายแค่เมนู แต่ขาย Traffic” เพราะคนที่เดินทางมากินเจไม่ได้สร้างรายได้ลเฉพาะร้านอาหาร แต่ยังมีโอกาสซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต ช้อปปิ้ง ดื่มกาแฟ ดูหนัง หรือใช้บริการอื่น ๆ ภายในศูนย์การค้า ดังนั้น “เทศกาลเจ” จึงกลายเป็นเครื่องมือในการดึงคนเข้าศูนย์และเพิ่มระยะเวลาการใช้ชีวิตในพื้นที่
แล้วทำไมปีนี้แบรนด์ถึงสนใจ “เจ” มากขึ้น?
สิ่งที่น่าสนใจคือ เซ็นทรัลพัฒนาระบุว่า จากอินไซต์ผู้บริโภคปีนี้ 83% ของกลุ่มที่ไม่เคยกินเจเปิดใจที่จะลองมากขึ้นสะท้อนว่าการกินเจกำลังขยับจากเทศกาลเฉพาะกลุ่ม ไปสู่เรื่องของ Health & Lifestyle มากขึ้น นั่นหมายความว่า “ตลาดเจ” ในวันนี้ไม่ได้มีเพียงคนที่กินเจเป็นประจำแต่ยังมีคนอีกกลุ่มที่เข้ามาด้วยเหตุผลอื่น เช่น อยากลองกิน Plant-Based อยากลดเนื้อสัตว์ อยากกินอาหารเพื่อสุขภาพหรือเพียงแค่อยากลองเมนูใหม่ในช่วงเทศกาล
และนี่จึงเป็นโอกาสของแบรนด์อาหารจำนวนมาก