โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“กองทุนน้ำมัน” ติดลบทะลุแสนล้าน จ่อลดอุ้มดีเซล จับตาราคาน้ำมัน-ค่าครองชีพพุ่ง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบกว่า 100,000 ล้านบาท หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งจากวิกฤตตะวันออกกลาง รัฐทยอยลดอุดหนุนดีเซล เหลือ 2–3 บาทต่อลิตร จับตาแผนลดภาษีสรรพสามิตและกู้เงินเสริมสภาพคล่อง ท่ามกลางเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2.82%

ราคาน้ำมันโลกที่อยู่ในระดับสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กำลังส่งแรงกระแทกกลับมายังเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่รัฐบาลใช้พยุงราคาน้ำมันและก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน

สถานะกองทุนที่ติดลบระดับ 100,000 ล้านบาท ทำให้ภาครัฐต้องพิจารณาปรับลดการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล พร้อมหาแนวทางเสริมสภาพคล่อง ทั้งการลดราคาหน้าโรงกลั่น การลดภาษีสรรพสามิต และการกู้เงินเพิ่มเติมโดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน

อย่างไรก็ตาม ทุกแนวทางยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะผลกระทบต่อรายได้ภาครัฐและภาระหนี้สาธารณะ ขณะที่การลดอุดหนุนดีเซลอาจทำให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนตลาดโลกมากขึ้น

กองทุนน้ำมันติดลบแสนล้าน บัญชีน้ำมัน–LPG แบกภาระหนัก

ข้อมูลสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่รายงานในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2026 ระบุว่า กองทุนมีฐานะติดลบระดับแสนล้านบาท โดยแบ่งภาระออกเป็นสองส่วนสำคัญ ได้แก่

  • บัญชีน้ำมันติดลบประมาณ 60,000 ล้านบาท
  • บัญชี LPG ติดลบประมาณ 40,000 ล้านบาท

ภาระดังกล่าวสะท้อนผลของการใช้เงินกองทุนรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานในประเทศ ท่ามกลางต้นทุนนำเข้าน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นตามตลาดโลก

กองทุนน้ำมันมีหน้าที่ลดความผันผวนของราคาพลังงาน โดยใช้เงินอุดหนุนในช่วงที่ราคาตลาดโลกสูงขึ้น แต่เมื่อราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน เงินที่ต้องจ่ายเพื่อพยุงราคาก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนส่งผลต่อสภาพคล่องของกองทุน

อุ้มดีเซล5–6 บาทต่อลิตร เงินไหลออกกว่า 700 ล้านบาทต่อวัน

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฐานะกองทุนอ่อนแอลง คือการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ

ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กองทุนน้ำมันต้องอุดหนุนราคาดีเซลสูงถึง 5–6 บาทต่อลิตร

ส่งผลให้ภาระเงินไหลออกจากกองทุนมากกว่า 700 ล้านบาทต่อวัน หรือคิดเป็นกว่า 20,000 ล้านบาทต่อเดือน หากอัตราการอุดหนุนยังอยู่ในระดับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ดีเซลถือเป็นเชื้อเพลิงสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคขนส่งสินค้า โลจิสติกส์ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม การรักษาราคาดีเซลจึงช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนธุรกิจในระยะสั้น

แต่ในอีกด้านหนึ่ง การอุดหนุนจำนวนมากต่อเนื่องย่อมทำให้ภาระทางการเงินของกองทุนเพิ่มขึ้น และลดความสามารถในการรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันในอนาคต

กระทรวงพลังงานทยอยลดอุดหนุนดีเซล เหลือ2–3 บาทต่อลิตร

เพื่อชะลอการขาดดุล กระทรวงพลังงานเริ่มทยอยปรับลดอัตราการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล จากเดิม 5–6 บาทต่อลิตร เหลือประมาณ 2–3 บาทต่อลิตร

การปรับลดดังกล่าวช่วยให้ภาระเงินไหลออกของกองทุนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 300–400 ล้านบาทต่อวัน

แม้จะช่วยลดแรงกดดันด้านสภาพคล่อง แต่ก็ยังเป็นภาระรายวันที่สูง และหากราคาน้ำมันโลกกลับมาปรับเพิ่มขึ้นอีก กองทุนอาจต้องใช้เงินอุดหนุนเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน การลดอัตราอุดหนุนหมายความว่า ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศมีโอกาสสะท้อนต้นทุนตลาดโลกมากขึ้น

หากราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นจากสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผู้ใช้ดีเซลและภาคธุรกิจที่พึ่งพาการขนส่งอาจต้องรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น

เปิด3 แนวทางพยุงกองทุนน้ำมัน ลดหน้าโรงกลั่น–ลดภาษี–กู้เงินใหม่

ท่ามกลางสถานะกองทุนที่ติดลบระดับแสนล้านบาท มีข้อเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการเสริมสภาพคล่องและลดภาระอุดหนุน 3 แนวทางสำคัญ

แนวทางแรก ลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น 1–2 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยลดต้นทุนก่อนส่งต่อไปยังราคาขายปลีก และบรรเทาภาระเงินอุดหนุนจากกองทุน

แนวทางที่สอง ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลอย่างน้อย 2 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยลดต้นทุนราคาน้ำมันโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเงินอุดหนุนจากกองทุนในสัดส่วนเท่าเดิม

แนวทางที่สาม เปิดทางให้กองทุนน้ำมันกู้เงินรอบใหม่ โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อเสริมสภาพคล่องและรองรับภาระขาดดุลที่สะสมเพิ่มขึ้น

ข้อเสนอกู้เงินเพิ่มเติมเกิดขึ้นเนื่องจากวงเงินกู้เดิม 20,000 ล้านบาท ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับภาระขาดดุลระดับ 100,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ทั้งสามแนวทางยังเป็นข้อเสนอที่ต้องผ่านการพิจารณาเชิงนโยบาย ไม่ใช่มาตรการที่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการทั้งหมดแล้ว

คลังไม่อยากลดภาษีดีเซล หวั่นรายได้รัฐหาย

แม้การลดภาษีสรรพสามิตดีเซลจะช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันและภาระกองทุน แต่กระทรวงการคลังยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อรายได้ภาครัฐ

เนื่องจากภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญ หากปรับลดภาษีลง รัฐบาลจะต้องพิจารณาว่าจะชดเชยรายได้ที่หายไปอย่างไร ท่ามกลางภาระงบประมาณด้านอื่นที่ยังอยู่ในระดับสูง

ขณะเดียวกัน แผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2027 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 29 กันยายน ยังไม่มีแผนค้ำประกันเงินกู้เพิ่มเติมให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ล่าสุดวันที่ 7 ตุลาคม 2026 กระทรวงพลังงานยืนยันว่า ยังไม่มีแผนกู้เงินเพิ่มเติมในขณะนี้ โดยมองว่ากองทุนยังมีกระแสเงินสดหมุนเวียนและสามารถบริหารจัดการได้ พร้อมระบุว่าการกู้เงินจะเป็นทางเลือกสุดท้าย หากสถานการณ์ราคาพลังงานโลกยืดเยื้อและมาตรการที่มีอยู่ไม่เพียงพอ

จึงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะเลือกใช้มาตรการใด ระหว่างการลดภาระกองทุน การรักษาระดับราคาน้ำมัน และการรักษาวินัยทางการคลัง

น้ำมันแพงดันเงินเฟ้อกันยายน2.82% กดดันค่าครองชีพ

ผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นเริ่มสะท้อนผ่านอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทย

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2026 เพิ่มขึ้น 2.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยราคาพลังงานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันต้นทุนสินค้าและบริการให้สูงขึ้น

กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า หมวดพลังงานมีส่วนต่อแรงกดดันเงินเฟ้อมากกว่า 60% พร้อมปรับกรอบคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปี 2026 มาอยู่ที่ 1.8–2.2%

หากราคาดีเซลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผลกระทบอาจส่งผ่านไปยังค่าขนส่งสินค้า ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

สำหรับประชาชน ภาระที่เกิดขึ้นจึงอาจไม่ได้จำกัดอยู่ที่ค่าเติมน้ำมันรถยนต์ แต่รวมถึงค่าครองชีพโดยรวมที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นตามต้นทุนพลังงาน

จับตารัฐบาลลดอุ้มดีเซล ใครรับภาระน้ำมันแพง?

สถานการณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสะท้อนความท้าทายในการบริหารราคาพลังงานของไทย เพราะการอุดหนุนราคาดีเซลต่อเนื่องช่วยบรรเทาภาระประชาชนในระยะสั้น แต่ก็ทำให้กองทุนต้องแบกรับภาระขาดดุลเพิ่มขึ้น

ในทางกลับกัน หากลดการอุดหนุนในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกยังผันผวนจากสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ภาระต้นทุนส่วนหนึ่งก็อาจถูกส่งกลับมายังประชาชนผ่านราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง และราคาสินค้า

โจทย์สำคัญของรัฐบาลจึงไม่ใช่เพียงจะหาเงินมาพยุงกองทุนน้ำมันได้อีกเท่าไร แต่คือจะรักษาสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพกับการลดภาระกองทุนที่ติดลบระดับแสนล้านบาทได้อย่างไร

หากราคาพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง การตัดสินใจเรื่องภาษี การอุดหนุน และการกู้เงินจะยิ่งมีความสำคัญต่อทั้งเสถียรภาพกองทุนน้ำมันและต้นทุนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...