อธิบดี ปภ. สวน ศุภณัฐ ปมเงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. ยันไม่ได้บีบ
24 ตุลาคม 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกมาชี้แจงกรณี นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์อ้าง กทม. ถูกบีบสมทบเงินเยียวยาน้ำท่วม 200 ล้านบาท โดยยืนยันว่าการให้ กทม. ร่วมจ่ายเป็นไปตามหลักเกณฑ์สำนักงบประมาณ เนื่องจาก กทม. เป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่และมีฐานะทางการคลังดีที่สุดในประเทศ ซึ่งเป็นการทำงานแบบให้เกียรติกัน พร้อมระบุว่า ปภ. ได้เร่งโอนเงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนวันต่อวัน จึงขอให้ติเพื่อก่อและอย่าบั่นทอนขวัญกำลังใจของคนทำงานในพื้นที่ประสบภัย
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ชี้แจงถึงกรณีที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงการจ่ายเงินเยียวยาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่ง กทม. โดนบีบให้สมทบเงินน้ำท่วมสูงถึง 200 ล้าน ว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ได้อยู่ในแผนงบประมาณของรัฐบาล ของกรม หรือกระทรวงใด รวมไปถึง กทม. อบจ. หรือเทศบาลใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากไม่มีใครรู้มาก่อนว่าจะมีเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่เกิดขึ้นที่ใด ก็จะเป็นการเตรียมแผนเผชิญเหตุตามปกติ และหากมีความเสียหายในระดับที่เทศบาล อบต. หรือ กทม. ทำไหว ก็จะใช้งบฉุกเฉินของเขา แต่ครั้งนี้เป็นอุทกภัยขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่กว้างมาก รัฐบาลจึงให้การช่วยเหลือและดูแลอย่างเต็มที่ทั่วประเทศ ซึ่งรวมทั้ง กทม. ด้วย
นายนิรัตน์ยังชี้แจงว่า ได้มีการจ่ายเงินที่เรียกว่าเงินฉุกเฉินที่ไม่ได้อยู่ในงบประมาณออกไปจำนวนมาก ทั้งเงินที่มีอยู่แล้วในระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดลองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ และเงินตามระเบียบของ กทม. แต่ละหน่วยก็จ่ายออกไป และเทศบาล อบต. ตามต่างจังหวัดก็จ่ายออกไปเช่นกัน โดยรัฐบาลได้เพิ่มเงินเยียวยาครัวเรือน 5,000 บาทและ 9,000 บาทให้ ซึ่งก่อนที่จะสิ้นปีงบประมาณ นายกรัฐมนตรีได้เชิญมาหารือกัน ซึ่งในการหารือครั้งนั้นก็มีทาง กทม. อยู่ด้วย และผู้ว่าฯ กทม. มาเอง สำนักงบประมาณก็มา และทุกหน่วยมาร่วมกัน มีการตกลงกันว่าในส่วนของ กทม. มีประมาณ 3 แสนครัวเรือน ณ วันนั้น ซึ่งมีจำนวนมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ
นายกรัฐมนตรีจึงชวน กทม. ต้องช่วยกันออก ซึ่งเป็นไปตามหลักงบประมาณ ซึ่งหนังสือของสำนักงบประมาณแจ้งอย่างชัดเจนว่า การให้เงินช่วยเหลือท้องถิ่นที่มีศักยภาพหรือมีฐานะทางการคลังดี จะต้องใช้เงินของท้องถิ่นนั้นก่อน ซึ่ง กทม. ถือเป็นท้องถิ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีฐานะทางการคลังดีที่สุด จึงต้องช่วยและรัฐบาลก็จะเติมเข้าไป นี่ถือเป็นหลักปฏิบัติปกติ ซึ่งตามต่างจังหวัด เทศบาลหรือ อบต. เขาก็ทำกันอยู่ เพียงแต่ในพื้นที่ กทม. เราไม่เคยประสบภัยใหญ่มา อย่างน้อยปี 2554 ย้อนหลังกลับไป 15 ปี
"คน กทม. ยุคปัจจุบันอาจจะไม่เข้าใจวิธีปฏิบัติบ้าง ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. กระทรวงมหาดไทย และ กทม. จะต้องคุยกัน ตนขอใช้คำว่าเราถกกันเพื่อหาทางออกและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ถกเพื่อก่อ ไม่มีการบีบกันใด ๆ ทั้งสิ้น อย่าไปคิดว่า กทม. จะถูกใครบีบง่าย ๆ เป็นไปไม่ได้ ไม่มีใครบีบใคร เรามีแต่การทำงานแบบให้เกียรติกันและกัน ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ก็เป็นแบบนี้"
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ต้องการอะไร จ่ายปกติ เร็วปกติ ก็บอกว่าจ่ายช้า เราก็เร่งเวลาให้ ตามความห่วงใยของท่านนายกรัฐมนตรี จ่ายเร็ววันต่อวัน เงินก้อนแรกใช้หมด ก็บอกว่าเงินหมด ต้องถามว่าต้องการอะไร เงินหมดตรงนั้น มันก็แค่หมดล็อตแรก ถ้ามีความจำเป็นก็ไปขอมาใหม่ ไม่ได้แปลกอะไร วันนี้ขึ้นปีงบประมาณ 2570 แล้ว กรุงเทพมหานครมีเวลาตั้งหลัก เพื่อนำเงินตัวเองออกมาช่วยกับรัฐบาล ช่วยเหลือประชาชน ยืนยันว่าไม่แปลกอะไร รอคำตอบ รอตัวเลขที่จะเข้ามา กทม. โอนเข้ามาปุ๊บ ปภ. ก็จ่ายออกไป วันนี้เงินก็เข้าแล้วตอนบ่าย ๆ ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ไม่ใช่การบีบกันแบบนั้น
"สงสัยอะไร ปรึกษาหรือมีคำแนะนำอะไรดี ๆ แนะนำได้ ติเพื่อก่อดีกว่า อย่าทำให้คนปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็น ปภ. หรือรัฐบาล หรือท้องถิ่นต่าง ๆ ต้องเสียกำลังใจ เราช่วยกันให้ผ่านพ้นสถานการณ์ไปได้ด้วยดี"
เมื่อถามว่า หากเกิดกับจังหวัดอื่น ซึ่งไม่ได้มีเงินเหมือนกับ กทม. จะมีวิธีการปฏิบัติอย่างไรนั้น นายนิรัตน์กล่าวว่า สำนักงบประมาณใช้คำว่าตามฐานะทางการคลัง ถ้าไปเกิดกับ อบต. ตามต่างจังหวัด เขาก็ช่วยตามศักยภาพ ดังนั้น กทม. มีงบประมาณเกือบแสนล้านต่อปี 200 ล้านไม่ใช่ว่าบีบเอามา แต่เป็นเรื่องที่ กทม. เขาพิจารณาเอาให้มาก่อนก้อนแรก แล้วจะกลับไปดูว่าเงินกองไหนที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน เขาก็ปรับเปลี่ยนงบประมาณได้ ก็เป็นไปตามหลักปฏิบัติงบประมาณ เอาออกมาเพิ่มเติมตามฐานะทางการคลัง
ทั้งนี้ เงินสมทบท้องถิ่นใช้กันทั่วประเทศอยู่แล้ว ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าต้องจ่ายเท่ากัน แต่เรียกว่าตามฐานะทางการคลัง งบประมาณมากก็ให้มากได้ งบประมาณน้อยก็สมทบน้อย
ส่วนบางกระแสที่มองเป็นความเหลื่อมล้ำว่าทำไม กทม. ต้องร่วมจ่ายเยียวยาด้วย ขอยืนยันว่ากรุงเทพมหานครเป็นท้องถิ่นที่มีรายได้มากที่สุดในประเทศไทย มีฐานะทางการคลังที่ดีที่สุดในประเทศไทย เขามีศักยภาพที่จะร่วมกันจ่ายกับรัฐบาลอยู่แล้ว
ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ ตามที่ กทม. โอนมาให้ ปภ. 10 โมงครึ่งเมื่อเช้าของวันนี้ เมื่อตรวจสอบรายละเอียด ก็ส่งออมสินในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เงินก็เข้า กทม. ไปอีกล็อต ยืนยันว่าเราทำงานรวดเร็ว วันต่อวัน ไม่เว้นเสาร์อาทิตย์