โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ตม.1 ผนึก ปปส. บุกทลายเครือข่ายโคเคน รวบชาวไนจีเรีย 3 ราย ย่านนวมินทร์

มุมข่าว

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • neen
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 1 (บก.ตม.1) สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไนจีเรียได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดโคเคนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาเสพติด โดยพบผู้ต้องหารายหนึ่งอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนดอนุญาตนานเกือบ 3 ปี และอีกรายหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 1 (บก.ตม.1) สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไนจีเรียได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดโคเคนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาเสพติด โดยพบผู้ต้องหารายหนึ่งอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนดอนุญาตนานเกือบ 3 ปี และอีกรายหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินการภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.), พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ และ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม. รวมถึง พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล รอง ผบช.สทส. ช่วยราชการ สตม. พล.ต.ต.ก้องชาติ เลี้ยงสมทรัพย์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (ผบก.ตม.1) พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผู้กำกับการสืบสวน บก.ตม.1 โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 ประสานกำลังกับ กก.ปอพ. บก.สส.สตม. นปส.นานา กก.1 บก.ปส.1 บช.ปส. และสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกันสืบสวนและขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติด

จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรอง เจ้าหน้าที่พบว่า นายเอ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี สัญชาติไนจีเรีย มีพฤติการณ์ลักลอบส่งมอบยาเสพติดให้กลุ่มชาวต่างชาติเป็นประจำ ฝ่ายสืบสวน บก.ตม.1 จึงวางแผนให้สายลับติดต่อล่อซื้อและนัดหมายส่งมอบยาเสพติด กระทั่งนายเอขับรถยนต์เก๋งนำโคเคนบรรจุในห่อพลาสติกสีดำจำนวน 4 ก้อน น้ำหนักประมาณ 2.4 กรัม มาส่งให้สายลับบริเวณหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตาม ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจค้นเมื่อผู้ต้องหาพยายามวิ่งหลบหนี โดยพบธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อซุกซ่อนอยู่ จึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน

จากการตรวจสอบประวัติของนายเอ พบว่าเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างถูกต้องและมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ โดยจะหมดอายุในปี 2570 อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์แฝงตัวเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่

หลังจับกุมผู้ต้องหารายแรก เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนและขยายผลจากข้อมูลที่ได้รับ จนนำไปสู่การตรวจค้นจุดที่สอง ซึ่งเป็นร้านอาหารบริเวณถนนรามอินทรา-นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร พร้อมจับกุม นายบี (นามสมมติ) อายุ 21 ปี สัญชาติไนจีเรีย ซึ่งเป็นสมาชิกในเครือข่ายเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบตรวจคนเข้าเมืองพบว่า นายบีอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต (Overstay) เป็นเวลานานถึง 894 วัน หรือเกือบ 3 ปี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด

จากนั้นชุดจับกุมยังขยายผลไปยังจุดส่งยา ซึ่งเป็นสถานที่เก็บยาเสพติดและใช้เป็นที่พักพิงหลักของเครือข่าย ก่อนเข้าจับกุม นายซี (นามสมมติ) อายุ 42 ปี สัญชาติไนจีเรีย ภายในห้องพัก พร้อมตรวจพบโคเคนซุกซ่อนอยู่ น้ำหนักรวมกว่า 100 กรัม เมื่อตรวจสอบเอกสารไม่พบหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตนใด ๆ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเดินหน้าขยายผลตรวจสอบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของ บก.ตม.1 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และสำนักงาน ป.ป.ส. ในการสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ รวมถึงตรวจสอบและสกัดกั้นการกระทำผิดของบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาพัวพันกับอาชญากรรมในประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...