‘ม้าลายแก้บน-กุมารทอง-มโนราห์’ คนรุ่นใหม่หยิบ ‘ความเป็นไทย’ ขึ้นรันเวย์
จากม้าลายแก้บน ผ้าแพรสามสี กุมารทอง งานใบตอง ไปจนถึงมโนราห์ สิ่งคุ้นตาในชีวิตคนไทยกำลังถูกคนรุ่นใหม่หยิบขึ้นมาตีความใหม่บนรันเวย์ Bangkok International Fashion Week 2026 เปลี่ยนภาพจำแฟชั่น 'ความเป็นไทย' ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิม อีกต่อไป
ถ้าพูดถึง ‘แฟชั่นแบบไทยๆ’ ภาพแรกในหัวของหลายคนอาจยังวนอยู่กับผ้าไทย ลายไทย หรือชุดที่อิงกับเครื่องแต่งกายที่มีกลิ่นอายประเพณี แต่สำหรับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ปีนี้มีภาพที่ต่างออกไปพอสมควร
มันอาจเป็น ‘ม้าลายแก้บน’ มาอยู่บนเสื้อผ้าได้ กุมารทองกลายเป็นกราฟิก งานใบตองถูกแปลงเป็นรายละเอียดของชุด ของเล่นสังกะสี พวงมาลัยดอกไม้ในปากคลองตลาด หรือแม้แต่เรื่องเล่ารุ่นปู่ย่าอย่างไกรทองกับชาละวัน ก็อาจถูกนำไปผสมกับท่าทางของมวยไทย
ของธรรมดาเหล่านี้ถูกหยิบขึ้นมาเป็นตีความทางความคิดใหม่บน Bangkok International Fashion Week 2026 – Visionary Stage at Siam Center ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 1–4 ตุลาคม 2569 ปีนี้มี 16 โชว์ จาก 13 มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ รวมถึง 3 แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ภายใต้แนวคิด NEXT TH-PHENOMENON
‘ความเป็นไทย’ ที่เจอได้ข้างทาง
จุดที่น่าสนใจของงานBangkok International Fashion Week 2026 (BIFW 2026) ปีนี้ อยู่ที่วิธีมองวัฒนธรรมไทยผ่านสายตาคนรุ่นใหม่ตั้งแต่เรื่องใหญ่ระดับวัฒนธรรมท้องถิ่น ไปจนถึงของที่เราเห็นในชีวิตประจำวันจนชิน
ภาคใต้มีทั้งผ้าบาติก ลวดลายแกะสลักมลายู ช่องลมของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ว่าวเบอร์อามัส และลูกปัดจากเครื่องแต่งกายมโนราห์
ภาคอีสานมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ ขณะที่ภาคเหนือมีตุงนักษัตร และความเชื่อเรื่องการสะเดาะเคราะห์แบบล้านนามาเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ
พอมาอยู่บนเสื้อผ้าบนรันเวย์ ‘Thai Fashion’ เหล่านี้ไม่ได้ถูกถอดแบบมาตรงๆ ดีไซเนอร์เลือกหยิบบางส่วนออกมาเล่นกับสี รูปทรง ลวดลาย และวัสดุ ให้เข้ากับภาษาของแฟชั่นปัจจุบัน ดีไซน์จึงมีหลายหน้าตา ตามพื้นที่ ความเชื่อ และวิธีใช้ชีวิตที่คนออกแบบเติบโตมา
ม้าลายแก้บน-กุมารทอง ก็เป็นแฟชั่นได้
ความสนุกอยู่ตรงที่บางแรงบันดาลใจแทบไม่เคยถูกมองว่าเป็นแฟชั่นมาก่อน คอลเลกชันพิเศษ ‘ไทยแลนด์ ไทยเริ่ด’ ที่สยามเซ็นเตอร์ร่วมกับ Epson เปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ออกแบบ มีทั้งสีสันของดอกไม้จากปากคลองตลาด อาหารและบรรยากาศแสงสียามค่ำคืน จิตรกรรมฝาผนังไทยก็ถูกนำมาเล่นใหม่ ใส่ของร่วมสมัยอย่างจอ LED เข้าไป ไปจนถึงม้าลายแก้บนกับผ้าแพรสามสี
ยังมีของเล่นสังกะสี ตุ๊กตาไขลาน พวงมาลัย ตุ๊กตานางรำ ไอ้เท่ง และกุมารทอง ก็กลายมาเป็นองค์ประกอบของงานออกแบบได้เช่นกัน
ฟังดูเหมือนของคนละจักรวาล แต่จริงๆ แล้วทั้งหมดอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยมายาวนาน บางทีตั้งอยู่หน้าร้าน อยู่ในตลาด อยู่บนหิ้ง หรือเป็นของที่เราเดินผ่านทุกวันจนเลิกสังเกตมันไปแล้ว เลยไม่ถูกนับรวมอยู่ในภาพจำของคำว่า ‘แฟชั่นไทย’
งานใบตอง ไกรทอง-ชาละวัน และ Pop Art ก็มา
บางผลงานถูกออกแบบไปไกลกว่าการหยิบสัญลักษณ์มาใช้ตรงๆ อย่างริ้วและจีบของงานใบตอง ถูกแปลงเป็นรายละเอียดบนเสื้อผ้า ดอกไม้ป่าของไทยถูกจับคู่กับลายทางคลาสสิก ขณะที่ภาพทุ่งนากลายเป็นลายพิมพ์บนผ้า
แม้แต่เรื่องเล่าที่หลายคนโตมาด้วยอย่าง ‘ไกรทองกับชาละวัน’ ก็ถูกตีความผ่านท่าทางของมวยไทย ส่วนประเพณี ปี๋ใหม่เมือง ของภาคเหนือถูกนำมาเล่าผ่าน Pop Art เครื่องราง ของขลัง และสัญลักษณ์มงคลต่างๆ ก็ถูกดึงออกจากบริบทเดิม แล้วเอามาทดลองกับแฟชั่นร่วมสมัย
ภาพรวมจึงออกมาค่อนข้างสนุก เพราะของที่เคยดู ไทยแท้มากๆ หรือบางอย่างที่ธรรมดาจนเราแทบไม่มอง กลับกลายเป็นจุดตั้งต้นของเสื้อผ้ารุ่นใหม่ได้
เทคโนโลยีดิจิทัลอยู่หลังลายผ้า
งานปีนี้ยังมีเรื่องเทคโนโลยีการผลิตเข้ามาเกี่ยวข้อง โดย Epson นำระบบพิมพ์ผ้าดิจิทัลมาใช้กับคอลเลกชันพิเศษ พร้อมจัด Digital Textile Workshop ให้นักศึกษาได้ลองตั้งแต่กระบวนการออกแบบ เลือกวัสดุ ไปจนถึงการผลิตจริง
เทคโนโลยีการพิมพ์ผ้าดิจิทัลยังสามารถลดการใช้น้ำ พลังงาน และสารเคมี รวมถึงรองรับการผลิตแบบ On-Demand ซึ่งช่วยลดการผลิตส่วนเกินและสินค้าคงค้างได้
ซึ่งตรงกับทิศทางแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้คุยกันแค่เรื่อง ‘ออกแบบชุดสวย’ อีกแล้ว แต่คนออกแบบต้องคิดเลยไปจากหน้าตาของเสื้อผ้า เพราะวิธีผลิต วัสดุที่เลือกใช้ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานดีไซน์ไปแล้ว
จากห้องเรียนสู่รันเวย์จริง
Visionary Stage ปีนี้รวบรวมผลงานจาก 13 มหาวิทยาลัยและสถาบันทั่วประเทศ ตัวอย่างในวันเปิดงานมีผลงานจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย นำ ‘เสน่ห์ปักษ์ใต้ มาตีความผ่านผ้าปาเต๊ะ ผ้าบาติก ดอกชบา ดอกเฟื่องฟ้าและลวดลายมโนราห์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำเสนอผลงานที่พูดถึงความหลากหลาย ผ่านงานออกแบบเชิงทดลอง ส่วนมหาวิทยาลัยกรุงเทพเลือกโจทย์ที่ต่างออกไป ด้วยเสื้อผ้าที่ออกแบบเพื่อใช้งานจริงในการบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติ
นอกจากนักศึกษา ยังมีแบรนด์ไทยอย่าง เต่าทองดำ (Black Beetle), Sleeping Cloud และ Kiera Selbe ร่วมแสดงผลงาน
เต่าทองดำร่วมกับ Mohhomphrae, Heritage และ Kanhom เอาผ้าท้องถิ่นมาชนกับสตรีทแวร์ วินเทจ และกลิ่นร็อก ในคอลเลกชัน ‘เดรัจฉาน’
Sleeping Cloud มาในคอนเซ็ปต์ ‘Your 7 Days Pajamas’ เล่าเสื้อผ้า 7 วัน 7 มู้ด ส่วน Kiera Selbe ใช้โซ่และโครงสร้างโลหะขนาดใหญ่สร้างซิลูเอตที่เคลื่อนไปพร้อมกับร่างกาย
แล้ว ‘แฟชั่นไทย’ วันนี้คืออะไร?
บางทีคำตอบอาจหาได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นบนรันเวย์นี้ คนรุ่นใหม่ไม่ได้มองความเป็นไทยเป็นสูตรสำเร็จชุดเดียว พวกเขาหยิบสิ่งที่โตมาด้วยกันมารื้อใหม่ ตั้งแต่พิธีกรรม ความเชื่อ งานฝีมือ วัฒนธรรมป๊อป ไปจนถึงวัตถุธรรมดาที่แทบไม่มีใครคิดว่าจะขึ้นไปอยู่บนเสื้อผ้าได้
มโนราห์ ผ้าบาติก ม้าลายแก้บน กุมารทอง ชุดรับมือภัยพิบัติ ของเหล่านี้อาจดูไม่เกี่ยวกันเลยเมื่อวางอยู่คนละที่ แต่เมื่อมาอยู่บนรันเวย์เดียวกัน มันทำให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่กำลังหยิบของไทยรอบตัวมาใช้กว้างขึ้นมาก
บางคนมองกลับไปที่รากวัฒนธรรม บางคนสนใจชีวิตประจำวัน บางคนเล่นกับความเชื่อ บางคนไปถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และบางครั้ง ความเป็นไทยบนเสื้อผ้าก็อาจเริ่มง่ายๆ จากม้าลายตัวหนึ่งที่เราเดินผ่านหน้าศาลทุกวัน
Bangkok International Fashion Week 2026 – Visionary Stage at Siam Center จัดระหว่างวันที่ 1–4 ตุลาคม 2569 บริเวณเอเทรี่ยม 2 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์