โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ม้าลายแก้บน-กุมารทอง-มโนราห์’ คนรุ่นใหม่หยิบ ‘ความเป็นไทย’ ขึ้นรันเวย์

SpringNews

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากม้าลายแก้บน ผ้าแพรสามสี กุมารทอง งานใบตอง ไปจนถึงมโนราห์ สิ่งคุ้นตาในชีวิตคนไทยกำลังถูกคนรุ่นใหม่หยิบขึ้นมาตีความใหม่บนรันเวย์ Bangkok International Fashion Week 2026 เปลี่ยนภาพจำแฟชั่น 'ความเป็นไทย' ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิม อีกต่อไป

ถ้าพูดถึง ‘แฟชั่นแบบไทยๆ’ ภาพแรกในหัวของหลายคนอาจยังวนอยู่กับผ้าไทย ลายไทย หรือชุดที่อิงกับเครื่องแต่งกายที่มีกลิ่นอายประเพณี แต่สำหรับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ปีนี้มีภาพที่ต่างออกไปพอสมควร

มันอาจเป็น ‘ม้าลายแก้บน’ มาอยู่บนเสื้อผ้าได้ กุมารทองกลายเป็นกราฟิก งานใบตองถูกแปลงเป็นรายละเอียดของชุด ของเล่นสังกะสี พวงมาลัยดอกไม้ในปากคลองตลาด หรือแม้แต่เรื่องเล่ารุ่นปู่ย่าอย่างไกรทองกับชาละวัน ก็อาจถูกนำไปผสมกับท่าทางของมวยไทย

ของธรรมดาเหล่านี้ถูกหยิบขึ้นมาเป็นตีความทางความคิดใหม่บน Bangkok International Fashion Week 2026 – Visionary Stage at Siam Center ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 1–4 ตุลาคม 2569 ปีนี้มี 16 โชว์ จาก 13 มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ รวมถึง 3 แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ภายใต้แนวคิด NEXT TH-PHENOMENON

‘ความเป็นไทย’ ที่เจอได้ข้างทาง

จุดที่น่าสนใจของงานBangkok International Fashion Week 2026 (BIFW 2026) ปีนี้ อยู่ที่วิธีมองวัฒนธรรมไทยผ่านสายตาคนรุ่นใหม่ตั้งแต่เรื่องใหญ่ระดับวัฒนธรรมท้องถิ่น ไปจนถึงของที่เราเห็นในชีวิตประจำวันจนชิน

ภาคใต้มีทั้งผ้าบาติก ลวดลายแกะสลักมลายู ช่องลมของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ว่าวเบอร์อามัส และลูกปัดจากเครื่องแต่งกายมโนราห์

ภาคอีสานมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ ขณะที่ภาคเหนือมีตุงนักษัตร และความเชื่อเรื่องการสะเดาะเคราะห์แบบล้านนามาเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ

พอมาอยู่บนเสื้อผ้าบนรันเวย์ ‘Thai Fashion’ เหล่านี้ไม่ได้ถูกถอดแบบมาตรงๆ ดีไซเนอร์เลือกหยิบบางส่วนออกมาเล่นกับสี รูปทรง ลวดลาย และวัสดุ ให้เข้ากับภาษาของแฟชั่นปัจจุบัน ดีไซน์จึงมีหลายหน้าตา ตามพื้นที่ ความเชื่อ และวิธีใช้ชีวิตที่คนออกแบบเติบโตมา

ม้าลายแก้บน-กุมารทอง ก็เป็นแฟชั่นได้

ความสนุกอยู่ตรงที่บางแรงบันดาลใจแทบไม่เคยถูกมองว่าเป็นแฟชั่นมาก่อน คอลเลกชันพิเศษ ‘ไทยแลนด์ ไทยเริ่ด’ ที่สยามเซ็นเตอร์ร่วมกับ Epson เปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ออกแบบ มีทั้งสีสันของดอกไม้จากปากคลองตลาด อาหารและบรรยากาศแสงสียามค่ำคืน จิตรกรรมฝาผนังไทยก็ถูกนำมาเล่นใหม่ ใส่ของร่วมสมัยอย่างจอ LED เข้าไป ไปจนถึงม้าลายแก้บนกับผ้าแพรสามสี

ยังมีของเล่นสังกะสี ตุ๊กตาไขลาน พวงมาลัย ตุ๊กตานางรำ ไอ้เท่ง และกุมารทอง ก็กลายมาเป็นองค์ประกอบของงานออกแบบได้เช่นกัน

ฟังดูเหมือนของคนละจักรวาล แต่จริงๆ แล้วทั้งหมดอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยมายาวนาน บางทีตั้งอยู่หน้าร้าน อยู่ในตลาด อยู่บนหิ้ง หรือเป็นของที่เราเดินผ่านทุกวันจนเลิกสังเกตมันไปแล้ว เลยไม่ถูกนับรวมอยู่ในภาพจำของคำว่า ‘แฟชั่นไทย’

งานใบตอง ไกรทอง-ชาละวัน และ Pop Art ก็มา

บางผลงานถูกออกแบบไปไกลกว่าการหยิบสัญลักษณ์มาใช้ตรงๆ อย่างริ้วและจีบของงานใบตอง ถูกแปลงเป็นรายละเอียดบนเสื้อผ้า ดอกไม้ป่าของไทยถูกจับคู่กับลายทางคลาสสิก ขณะที่ภาพทุ่งนากลายเป็นลายพิมพ์บนผ้า

แม้แต่เรื่องเล่าที่หลายคนโตมาด้วยอย่าง ‘ไกรทองกับชาละวัน’ ก็ถูกตีความผ่านท่าทางของมวยไทย ส่วนประเพณี ปี๋ใหม่เมือง ของภาคเหนือถูกนำมาเล่าผ่าน Pop Art เครื่องราง ของขลัง และสัญลักษณ์มงคลต่างๆ ก็ถูกดึงออกจากบริบทเดิม แล้วเอามาทดลองกับแฟชั่นร่วมสมัย

ภาพรวมจึงออกมาค่อนข้างสนุก เพราะของที่เคยดู ไทยแท้มากๆ หรือบางอย่างที่ธรรมดาจนเราแทบไม่มอง กลับกลายเป็นจุดตั้งต้นของเสื้อผ้ารุ่นใหม่ได้

เทคโนโลยีดิจิทัลอยู่หลังลายผ้า

งานปีนี้ยังมีเรื่องเทคโนโลยีการผลิตเข้ามาเกี่ยวข้อง โดย Epson นำระบบพิมพ์ผ้าดิจิทัลมาใช้กับคอลเลกชันพิเศษ พร้อมจัด Digital Textile Workshop ให้นักศึกษาได้ลองตั้งแต่กระบวนการออกแบบ เลือกวัสดุ ไปจนถึงการผลิตจริง

เทคโนโลยีการพิมพ์ผ้าดิจิทัลยังสามารถลดการใช้น้ำ พลังงาน และสารเคมี รวมถึงรองรับการผลิตแบบ On-Demand ซึ่งช่วยลดการผลิตส่วนเกินและสินค้าคงค้างได้

ซึ่งตรงกับทิศทางแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้คุยกันแค่เรื่อง ‘ออกแบบชุดสวย’ อีกแล้ว แต่คนออกแบบต้องคิดเลยไปจากหน้าตาของเสื้อผ้า เพราะวิธีผลิต วัสดุที่เลือกใช้ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานดีไซน์ไปแล้ว

จากห้องเรียนสู่รันเวย์จริง

Visionary Stage ปีนี้รวบรวมผลงานจาก 13 มหาวิทยาลัยและสถาบันทั่วประเทศ ตัวอย่างในวันเปิดงานมีผลงานจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย นำ ‘เสน่ห์ปักษ์ใต้ มาตีความผ่านผ้าปาเต๊ะ ผ้าบาติก ดอกชบา ดอกเฟื่องฟ้าและลวดลายมโนราห์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำเสนอผลงานที่พูดถึงความหลากหลาย ผ่านงานออกแบบเชิงทดลอง ส่วนมหาวิทยาลัยกรุงเทพเลือกโจทย์ที่ต่างออกไป ด้วยเสื้อผ้าที่ออกแบบเพื่อใช้งานจริงในการบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติ

นอกจากนักศึกษา ยังมีแบรนด์ไทยอย่าง เต่าทองดำ (Black Beetle), Sleeping Cloud และ Kiera Selbe ร่วมแสดงผลงาน

เต่าทองดำร่วมกับ Mohhomphrae, Heritage และ Kanhom เอาผ้าท้องถิ่นมาชนกับสตรีทแวร์ วินเทจ และกลิ่นร็อก ในคอลเลกชัน ‘เดรัจฉาน’

Sleeping Cloud มาในคอนเซ็ปต์ ‘Your 7 Days Pajamas’ เล่าเสื้อผ้า 7 วัน 7 มู้ด ส่วน Kiera Selbe ใช้โซ่และโครงสร้างโลหะขนาดใหญ่สร้างซิลูเอตที่เคลื่อนไปพร้อมกับร่างกาย

แล้ว ‘แฟชั่นไทย’ วันนี้คืออะไร?

บางทีคำตอบอาจหาได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นบนรันเวย์นี้ คนรุ่นใหม่ไม่ได้มองความเป็นไทยเป็นสูตรสำเร็จชุดเดียว พวกเขาหยิบสิ่งที่โตมาด้วยกันมารื้อใหม่ ตั้งแต่พิธีกรรม ความเชื่อ งานฝีมือ วัฒนธรรมป๊อป ไปจนถึงวัตถุธรรมดาที่แทบไม่มีใครคิดว่าจะขึ้นไปอยู่บนเสื้อผ้าได้

มโนราห์ ผ้าบาติก ม้าลายแก้บน กุมารทอง ชุดรับมือภัยพิบัติ ของเหล่านี้อาจดูไม่เกี่ยวกันเลยเมื่อวางอยู่คนละที่ แต่เมื่อมาอยู่บนรันเวย์เดียวกัน มันทำให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่กำลังหยิบของไทยรอบตัวมาใช้กว้างขึ้นมาก

บางคนมองกลับไปที่รากวัฒนธรรม บางคนสนใจชีวิตประจำวัน บางคนเล่นกับความเชื่อ บางคนไปถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และบางครั้ง ความเป็นไทยบนเสื้อผ้าก็อาจเริ่มง่ายๆ จากม้าลายตัวหนึ่งที่เราเดินผ่านหน้าศาลทุกวัน

Bangkok International Fashion Week 2026 – Visionary Stage at Siam Center จัดระหว่างวันที่ 1–4 ตุลาคม 2569 บริเวณเอเทรี่ยม 2 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...