‘สุริยะ’ สั่งช่วยชาวสวนยางน้ำท่วมใต้ กยท.เตรียมเยียวยารายละ 3 พัน
‘สุริยะ’ ห่วงน้ำท่วมภาคใต้ สั่ง กยท.เร่งช่วยชาวสวนยาง ‘เบญจพล’ เผยชุมพรได้รับผลกระทบ 1,300-1,900 ครัวเรือน เตรียมแจกถุงยังชีพ 1,200 ชุด พร้อมเงินช่วยเหลือรายละ 3,000 บาทตามหลักเกณฑ์ ประเมินพื้นที่เสี่ยง 8 จังหวัด อาจมีผู้ประสบภัยสูงถึง 9,900 ราย
29 ตุลาคม 2569 - นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ด กยท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะชาวสวนยางพาราที่ไม่สามารถกรีดยางได้ตามปกติ ส่งผลกระทบต่อรายได้ จึงสั่งการให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร็ว
นายเบญจพลกล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์ในจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เบื้องต้นประเมินว่ามีเกษตรกรชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อนประมาณ 1,300–1,900 ครัวเรือน กยท.จึงเตรียมจัดสรรถุงยังชีพจำนวน 1,200 ถุง แบ่งเป็นอำเภอสวี 600 ถุง อำเภอหลังสวน 400 ถุง และอำเภอเมืองชุมพร 200 ถุง ภายในประกอบด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และอุปกรณ์ให้แสงสว่างที่จำเป็น
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดชุมพร ฝนที่ตกหนักสะสมทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในบางพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสวนยางพารา โดยเฉพาะพื้นที่ลาดชันและพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีความเสี่ยงได้รับความเสียหาย ขณะที่เกษตรกรบางส่วนไม่สามารถเข้ากรีดยางหรือขนส่งผลผลิตได้ เนื่องจากสภาพอากาศและเส้นทางคมนาคมไม่เอื้ออำนวย
ส่วนจังหวัดอื่นในภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีความเสี่ยงจากสภาพดินที่อิ่มตัว ขณะที่นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา มีความเสี่ยงสูงจากปริมาณฝนสะสม ส่วนจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้ง 3 จังหวัดยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง
นายเบญจพลกล่าวว่า นอกจากการแจกถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือเฉพาะหน้าแล้ว กยท.ยังเตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย มาตรา 49(5) ในวงเงินรายละ 3,000 บาท โดยต้องผ่านการตรวจสอบและพิจารณาตามหลักเกณฑ์ความเสียหายที่กำหนด
ทั้งนี้ กยท.ได้เตรียมแผนรองรับทั้งพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยงรวม 8 จังหวัดภาคใต้ โดยประเมินว่าหากสถานการณ์ขยายวงกว้าง อาจมีเกษตรกรได้รับผลกระทบสูงสุดถึง 9,900 ราย จึงต้องเร่งประสานหน่วยงานในพื้นที่สำรวจความเสียหายและรวบรวมข้อมูลผู้ประสบภัย เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
“กยท. เตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสำรวจและตรวจสอบความเสียหายของเกษตรกรอย่างใกล้ชิด พร้อมรวบรวมข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบและเตรียมแผนสำรองสำหรับพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง หากสถานการณ์อุทกภัยขยายวงกว้างในระยะต่อไป”
นายเบญจพลกล่าวด้วยว่า ขอให้ชาวสวนยางคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก หลีกเลี่ยงการเข้าสวนยางที่มีน้ำท่วมสูงหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตราย และติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด.
[caption id="attachment_1097948" align="alignnone" width="1520"]
เบญจพล นาคประเสริฐ[/caption]