โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ภาวุธ’ ฉะหน่วยงานรัฐอืดอาด! อัปเกรดระบบยืนยันตัวตนแค่ 8.4% ยังเสี่ยงสูงข้อมูลรั่วไหล

ไทยโพสต์

อัพเดต 30 ตุลาคม 2569 เวลา 1.00 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ภาวุธ” ซัดหน่วยงานรัฐอัพเกรดระบบความปลอดภัยแค่ 8.4% หลังผ่านไป 2 เดือน ชง 4 มาตรการเร่งด่วนจี้รัฐบาลอุดช่องโหว่ไซเบอร์และประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง

29 ตุลาคม 2569 - ที่รัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. พรรคประชาชน พร้อมคณะ แถลงข่าวติดตามความคืบหน้าการยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของหน่วยงานภาครัฐ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ข้อมูลและรหัสผ่านของหน่วยงานราชการรั่วไหล เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนให้หน่วยงานเปลี่ยนรหัสผ่านและปรับปรุงระบบยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) ภายใน 15–30 วัน

นายภาวุธ กล่าวว่า จากการติดตามความคืบหน้าภายหลังผ่านไปกว่า 2 เดือน พบว่า สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) รายงานว่า จากระบบสารสนเทศภาครัฐที่เปิดใช้งานจำนวน 14,828 ระบบ มีเพียง 1,246 ระบบ หรือประมาณ 8.4 % ที่รองรับการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย สะท้อนให้เห็นว่า ระบบส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการปรับปรุงตามมาตรการดังกล่าว จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ 4 ประการ ได้แก่ 1.เปิดเผยความคืบหน้าการปรับปรุงระบบของหน่วยงานภาครัฐ 2.เร่งยกระดับความปลอดภัยของระบบที่มีความเสี่ยงสูงกว่า 2,000 ระบบ 3.กำหนดกรอบเวลาปรับปรุงระบบที่เหลือกว่า 12,000 ระบบให้ชัดเจน และ 4.ประเมินความเสี่ยงและประสิทธิภาพของมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

ด้าน ผู้แทนคณะ กมธ.การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยเบื้องต้นที่สามารถปฏิบัติได้ทันที 4 ประการ ได้แก่ 1.เปลี่ยนรหัสผ่านเข้าสู่ระบบสารสนเทศและอีเมลของหน่วยงาน 2.ตรวจสอบและระงับบัญชีผู้ใช้งานที่ไม่มีความจำเป็น 3.ตรวจสอบช่องโหว่และประเมินความปลอดภัยของระบบอย่างสม่ำเสมอ และ 4.จัดเก็บบันทึกการเข้าใช้งานระบบเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

ทั้งนี้ การคุ้มครองข้อมูลราชการและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันรับผิดชอบ โดยควรเร่งดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุก เพื่อลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลและยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของภาครัฐต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...