รับมือน้ำท่วมกรุง ‘ชัชชาติ’ งัด 7 มาตรการ จ่อประกาศภัยพิบัติ 50 เขต!
“ชัชชาติ” ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่ตี 5 สั่งเดินหน้า 7 มาตรการรับมือ กทม.เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต รองรับการช่วยเหลือประชาชน เร่งดูแลผู้ป่วยติดเตียง-กลุ่มเปราะบาง เตรียมศูนย์พักพิงและจุดจอดรถ นัดติดตามสถานการณ์อีกครั้งเที่ยงวันนี้
26 กันยายน 2569 - เวลา 05.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์อุทกภัย ร่วมกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) พร้อมกำชับหน่วยงานเร่งดำเนิน 7 มาตรการสำคัญ เพื่อรับมือสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
มาตรการแรก กทม.เตรียมเอกสารและร่างประกาศกำหนดพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต เพื่อรองรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนตามหลักเกณฑ์ พร้อมให้สำนักงานเขตประชาสัมพันธ์และแนะนำประชาชนรวบรวมหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายก่อนและหลังเกิดน้ำท่วม เพื่อประกอบการขอรับความช่วยเหลือ
มาตรการที่ 2 เร่งสำรวจและดูแลผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง โดยให้สำนักงานเขตร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจผู้ที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ ผู้ที่จำเป็นต้องส่งต่อสถานพยาบาล รวมถึงผู้ที่สามารถดูแลในพื้นที่หรืออพยพไปยังศูนย์พักพิงได้
มาตรการที่ 3 จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวและจุดจอดรถ โดยให้สำนักงานเขตพิจารณาโรงเรียนในสังกัด กทม.เป็นศูนย์พักพิงหลัก พร้อมประสานภาคเอกชนจัดหาจุดจอดรถชั่วคราว และเตรียมอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงระบบสุขาภิบาลให้เพียงพอ
มาตรการที่ 4 บริหารจัดการกระสอบทรายให้เพียงพอในจุดเสี่ยง มอบหมายสำนักการระบายน้ำเป็นหน่วยงานหลักในการจัดสรรกระสอบทรายและทราย ขณะที่สำนักงานเขตจัดกำลังเจ้าหน้าที่และประสานประชาชนเร่งกรอกและวางกระสอบทรายในจุดที่จำเป็น
มาตรการที่ 5 ดูแลการจราจรและจัดยานพาหนะช่วยเหลือประชาชน ให้สำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่เทศกิจประสานตำรวจจราจร พร้อมรวบรวมยานพาหนะของ กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับรับ-ส่งประชาชน เร่งเคลื่อนย้ายรถที่จอดเสียหรือกีดขวางเส้นทาง และเฝ้าระวังสะพานหรือเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
มาตรการที่ 6 เร่งระบายน้ำ พร้อมดูแลความสะอาดและสุขอนามัย เมื่อระดับน้ำลดลงให้สำนักงานเขตเร่งทำความสะอาด เก็บขยะและวัสดุที่กีดขวางบริเวณปากท่อและช่องทางระบายน้ำ พร้อมสำรวจความต้องการห้องสุขาเคลื่อนที่ รวมถึงตรวจสอบสุขอนามัยและความปลอดภัยของศูนย์พักพิง
และมาตรการที่ 7 บูรณาการข้อมูลและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยกำชับทุกหน่วยงานประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสำนักงานเขตกับหน่วยงานส่วนกลาง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมนัดประชุมติดตามสถานการณ์ครั้งถัดไปในเวลา 12.00 น. ผ่านระบบออนไลน์
ทั้งนี้ กทม.จะติดตามสถานการณ์น้ำและผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึง