โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เขมจิรา" จี้คดีโรงโม่งหินรุกลำน้ำสาธารณะ-ผู้ว่าฯ ตราด สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงใน 90 วัน

Manager Online

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

"จ่าคิงส์-เขมจิรา"เข้าพบ ผวจ.ตราด ตามติดคดีโรงโม่งหินรุกลำน้ำสาธารณะ 1.2 กม. ด้านผู้ว่าฯ สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงใน 90 วัน ก่อนบังคับใช้ กม.คืนสภาพเดิม

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. จ่าคิงส์ แตงทิมสะพานใหม่ พร้อมด้วย นางเขมจิรา บัณฑูรนิพิท ผู้รับมอบอำนาจและเป็นเจ้าของที่ดิน 94 ไร่ อ.บ่อไร่ จ.ตราด เดินทางเข้าพบ นางฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดเพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมและขอทราบผลความคืบหน้ากรณีเรื่องโรงโม่หินรุกล้ำลำธารน้ำสาธารณะ

ซึ่งหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อเรียกร้องอย่างหนักจากภาคประชาชน ต่อกรณีการบุกรุกลำคลองสาธารณะ “คลองฉนาก” ในพื้นที่ อ.บ่อไร่ จ.ตราด หลังจากพบว่ามีการถมคลองและดัดแปลงเปลี่ยนทิศทางไหลของน้ำเป็นระยะทางยาวกว่า 1,200 เมตร กว้างราว 20 เมตร โดยไม่มีการฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิม สร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ทั้งนี้เมื่อเดือน ก.พ.2568 นายอภิภัทร ลาภอุดม เจ้าของที่ดิน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อไร่ จ.ตราด ให้ดำเนินคดีกับ บริษัทเอกชน ประกอบธุรกิจโม่หิน ในข้อหา “บุกรุก ปลูกสร้างรุกล้ำทางน้ำชลประทานโดยไม่ได้รับอนุญาต และกีดขวางทางน้ำชลประทาน” เหตุเกิดบริเวณโฉนดที่ดิน ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราด ส่ง นายพีรพัฒน์ ชาติคง นักวิชาการขนส่งปฏิบัติการ ได้รับมอบอำนาจจากผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าฯ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อไร่ ให้ดำเนินคดีเพิ่มเติม ตาม มาตรา 119 (แก้ไขเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ฉบับที่ 14 พ.ศ. 2535)ห้ามมิให้ผู้ใด เท ทิ้ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ดิน หิน ทราย หรือสิ่งปฏิกูล ลงในแม่น้ำ ลำคลอง อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือใช้ประโยชน์ร่วมกัน, มาตรา 120 วรรคสอง (พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456) ห้ามมิให้ผู้ใดขุดลอก แก้ไข หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงร่องน้ำทางเดินเรือ แม่น้ำ ลำคลอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า

นอกจากนี้ประชาชนในพื้นที่ และนางเขมจิรา ผู้รับมอบอำนาจ และผู้ติดตามคดีตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการขุดคลองคืนตำแหน่งเดิม โดยระบุว่า -การเปลี่ยนทางน้ำสาธารณะคลองฉนากเดิมไหลบรรจบคลองลือ แต่กลับถูกขุดเจาะเปลี่ยนเส้นทางให้ไหลไปบรรจบคลองตะบาดแทน ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมขอให้เร่งฟื้นฟูสภาพลำน้ำให้กลับสู่สภาพเดิม เรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งบังคับใช้กฎหมาย รักษาสภาพลำน้ำสาธารณะให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม พร้อมกับยื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.ปราถนา แผ่นผา ผบก.จว.ตราด ผ่าน พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ รอง ผบก.จว.ตราด ขอทราบผลความคืบหน้าทางคดีที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของ พนักงานสอบสวน สภ.บ่อไร่ จ.ตราด

นอกจากนี้แล้วปัจจุบันยังพบว่ามีบุคคลแอบลักลอบเข้าไปขุดเพื่อขยายลำธารน้ำอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ทาง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ร่วมกับอีกหลายหน่วยงานลงพื้นที่ เมื่อ 23 มีนาคม 2568 เข้าค้นโรงโม่หินตรวจสอบพื้นที่บุกรุกลำคลองสาธารณะ และจับกุมผู้กระทำผิดปลูกสร้าง ต่อเติมสิ่งก่อสร้าง รุกล้ำทางน้ำชลประทานกระทำการอันเป็นการกีดขวางทางน้ำ โดยมิได้รับอนุญาต เปลี่ยนแปลงสภาพคลองจากเดิม ซึ่งอยู่ภายในบริเวณพื้นที่ของโรงโม่ ความยาวประมาณ 1,200 เมตร กว้างประมาณ 20 เมตร ไปแล้วนั้น

ส่วนความคืบหน้าล่าสุดภายหลังจาก นางฉัตรประอร นิยม ผวจ.ตราด ทราบเรื่อง สั่งการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชลประทาน กรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัด สปก.กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวร่วมประชุมเพื่อตรวจสอบการรุกล้ำลำธารสาธารณะพร้อมหาแนวทางแก้ไข ดำเนินการให้ถูกต้อง

โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่แต่และหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทำการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบที่มีการร้องเรียนไม่กระทบสิทธิ์คู่กรณีทั้ง 2 ฝั่งให้ระยะเวลาตรวจสอบกำหนดไว้ภายใน 90 วัน

โดยให้กรมชลประทานเป็นแม่งาน เร่งสำรวจตรวจสอบเพื่อความชัดเจนหาแนวเขตลำน้ำที่ต้องใช้ระยะเวลาเพื่อพิสูจน์หลักฐานจากหลายหน่วยงานให้ตรงกันกับความเป็นจริงของพื้นที่เดิมให้ได้อย่างถูกต้อง หากพบมีการกระทำผิดเปลี่ยนเส้นทางน้ำก็จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องศาลดำเนินการต่อไป

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...