โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘ผบช.ก.’ เร่งตรวจสอบเส้นเงินบริจาค ‘มูลนิธิองค์กรทำดี’ ชี้ยอดบริจาคสูงเกือบ 1 พันล้าน

The Reporters

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘ผบช.ก.’ เร่งตรวจสอบเส้นเงินบริจาค ‘มูลนิธิองค์กรทำดี’ ชี้ยอดบริจาคสูงเกือบ 1 พันล้านบาท ตรวจสอบใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ยันไม่เกิน 9 พ.ย.คดีชัดเจน หากพบหลักฐานโยงถึงใครดำเนินคดีทั้งหมด

วันนี้ (2 พ.ย. 69) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีหลังนางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ ‘ออยศรี’ เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘ออยศรีและผองเผือก’ เข้าแจ้งความต่อมูลนิธิองค์กรทำดีซึ่งมีนางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ ‘บุ๋ม ปนัดดา’ เป็นประธานมูลนิธิเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมาใน 3 ข้อกล่าวหาคือฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และความผิดฐานฟอกเงิน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ระบุว่าหลังคุณออยศรีแจ้งความร้องทุกข์และให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ตนเองได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมในหลายประเด็นโดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมร่วมกับคณะทำงานอีกครั้งเพื่อพิจารณาข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าไม่เกินวันจันทร์หน้า (9 พ.ย.69) จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับคดีดังกล่าว

เมื่อถามว่าจากการสืบสวนเบื้องต้นพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิดใดบ้าง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์อธิบายว่าต้องตรวจสอบว่ามีการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่รวมถึงตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขการบริหารเงินของมูลนิธิโดยเฉพาะอำนาจของประธานมูลนิธิในการอนุมัติใช้จ่ายเงินว่าสามารถอนุมัติได้ในวงเงินเท่าใด หากมีการใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนดและต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการมูลนิธิก็ต้องตรวจสอบว่าได้มีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการและได้รับอนุมัติอย่างถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่

โดยประเด็นดังกล่าวถือเป็นเรื่องการปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของมูลนิธิซึ่งมีกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลอยู่จึงต้องตรวจสอบว่าการดำเนินงานเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายหรือไม่

ส่วนข้อสงสัยว่าจะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ระบุว่าหากตรวจสอบพบว่ามีการนำทรัพย์สินไปยักย้าย ถ่ายเท เปลี่ยนแปลงหรือส่งต่อให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลอื่นดำเนินการก็จะต้องนำพฤติการณ์ดังกล่าวมาพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นจริงเป็นหลัก

สำหรับประเด็นจำนวนเงินหมุนเวียนและยอดเงินบริจาคของมูลนิธิ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์เปิดเผยว่าจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีการดำเนินกิจกรรมมาตั้งแต่ประมาณปี 2562 ทั้งในส่วนบุคคลและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิขณะที่มูลนิธิมีการจดทะเบียนจัดตั้งประมาณปี 2567 จึงต้องตรวจสอบข้อมูลทางการเงินย้อนหลังให้ครอบคลุมช่วงเวลาดังกล่าว

ส่วนยอดเงินบริจาคที่ได้รับนั้นระบุว่าจากข้อมูลที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนพบว่ามีจำนวนค่อนข้างสูงเนื่องจากมีทั้งบุคคลมีชื่อเสียง ดาราและประชาชนร่วมบริจาคเงินเข้ามาเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลเบื้องต้นยอดเงินระดับหลัก 100 ล้านไปจนถึงเกือบ 1,000 ล้านบาท

เมื่อถามถึงกรณีที่ออยศรีเป็นผู้บริจาคเงินจำนวน 1,000 บาทแต่มีการกล่าวถึงมูลค่าความเสียหายที่อาจสูงกว่านั้นมาก พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์อธิบายว่าหากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนจริงผู้ที่หลงเชื่อและโอนเงินบริจาคย่อมอาจเข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย ไม่ว่าจะบริจาคเงินจำนวน 5 บาท 10 บาท 1,000 บาทหรือหลักล้านบาทก็ตาม เพราะหากเป็นการหลอกลวงประชาชนจริงจำนวนเงินที่โอนไม่ใช่ประเด็นสำคัญแต่ทั้งหมดต้องพิสูจน์จากพยานหลักฐานก่อน

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีบุคคลเพียงรายเดียวต้องรับผิดชอบในคดีนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ยืนยันว่าหากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดก็จะดำเนินคดีกับบุคคลนั้นทั้งหมดโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นบุคคลใดหรือมีจำนวนกี่ราย

เมื่อถามว่าภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้าจะมีการออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ระบุว่าต้องพิจารณาจากพยานหลักฐาน จำนวนกรรมที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงมูลค่าความเสียหายและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการเชิญผู้ถูกกล่าวหาและบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลนั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ระบุว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากข้อมูลที่ออยศรีนำมาแจ้งความ ทั้งนี้ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนหากบุคคลใดที่มีข้อมูลซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีนั้นก็สามารถเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนได้

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวย้ำว่าการดำเนินคดีต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งฝ่ายผู้ร้อง มูลนิธิองค์กรทำดีและคุณบุ๋ม ปนัดดาโดยทุกขั้นตอนต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานเป็นสำคัญ พร้อมยืนยันกับประชาชนว่าตำรวจสอบสวนกลางจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างครบทุกมิติทั้งเรื่องการเงินส่วนบุคคล เงินบริจาคที่ได้รับตลอดจนการบริหารจัดการมูลนิธิว่ามีขั้นตอนใดดำเนินการไม่ถูกต้องหรือขัดต่อกฎหมายหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...