โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทักษิณ” บิดได้ทุกดอก แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด !!

Manager Online

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เมืองไทย 360 องศา

เชื่อว่าตอนแรกหลายคนคงมองผ่านไปกับกรณีที่มีรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร มอบหมายให้ทนายความ ยื่นขอนิรโทษกรรม ต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสันติสุข ซึ่งที่ผ่านมาได้ยื่นเรื่องไปแล้วนานนับเดือนแล้ว และที่ผ่านมาก็มักมีข่าวออกมาบ้างเป็นระยะ จนกระทั่งในช่วงที่ใกล้จะถึงวัน “ซักฟอก” รัฐบาลที่กำหนดเอาไว้ในต้นเดือนธันวาคม ก็มีข่าวล่าสุดออกมาว่า เขาได้กดดันให้มีการนิรโทษกรรมเพื่อแลกกับการที่พรรคเพื่อไทยที่เขาเป็นเจ้าของยกมือโหวตให้

แน่นอนว่าเมื่อหลายคนได้เห็นข่าวแบบนี้แล้วก็คง “มองผ่าน” เพราะเมื่อพิจารณาด้วยแง่มุมทางกฎหมายกันแบบ “บ้านๆ” แบบไม่ต้องพิจารณาอะไรให้มันซับซ้อน หรืออ้างอิงหลักกฎหมายอะไรให้มากมายนักย่อมต้องมองออกตั้งแต่แรกแล้วว่านายทักษิณ “ไม่เข้าข่าย” ได้รับการนิรโทษกรรม ด้วยเหตุผลง่ายๆ เป็นเพราะ คดีที่นายทักษิณ ถูกพิพากษาจำคุกล้วนเป็น “คดีทุจริต” ซึ่งในเนื้อหาและหลักการของกฎหมายเสริมสร้างสันติสุขเขาไม่ได้เปิดทางไว้ให้ แบบไม่ต้องหัวหมอตีความ เช่นจะอ้างว่า เขาโดนรัฐประหาร โดนกลั่นแกล้งทางการเมืองอะไรไม่เกี่ยว มันคนละเรื่อง

อย่างไรก็ดี ทบทวนกันอีกทีก็ได้สำหรับคดีของนายทักษิณทั้ง 4 คดี ได้แก่

1. คดีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) จำนวน 4 พัน ล้านบาท

2. คดีโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว (หวยบนดิน)

3. คดีแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและดาวเทียม (ไทยคม)

4. คดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท

ทั้งหมดเป็น “คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง”

ซึ่งศาลมีคำพิพากษาแล้วว่า มีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยเป็นการใช้อำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มีกรรมการท่านหนึ่ง ได้แจ้งความเห็นอย่างไม่เป็นทางการ ต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ว่า นายทักษิณ ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้รับนิรโทษกรรม เนื่องจากคดีของนายทักษิณ ทั้ง 4 คดี ดังกล่าวข้างต้น ทั้งหมดเป็นคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยเป็นการใช้อำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเข้าลักษณะการทุจริตตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

นอกจากนี้คดีของนายทักษิณยังไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ซึ่งเจตนารมณ์ของกฎหมายมุ่งเน้นการนิรโทษกรรมแก่การกระทำของ "ผู้เข้าร่วมชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมือง" อีกทั้งตัวกฎหมายยังไม่ครอบคลุมถึงคดีที่มีการร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินอีกด้วย

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวย้ำอีกครั้งถึงกระแสข่าว ใช้การโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อรองการพิจารณา วินิจฉัยสิทธิได้รับการนิรโทษกรรม ตามพ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุขว่า “มีข่าวไง นักข่าวก็มีข่าว ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ข่าวนี้ไม่มีมาถึงผม ทุกอย่างต้องเป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เราไม่ได้ดูว่าเป็นใครคนใดคนหนึ่ง เราต้องดูเรื่องความเท่าเทียมของทุกคน”

เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่มีการใช้เสียงในสภาฯมาต่อรองเรื่องนิรโทษใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็ผมบอกว่าไม่คิดว่ามี ใครจะกล้ามาพูดกับผมในเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่สิ่งที่เอามาผูกกับเรื่องการเมืองได้” เมื่อถามว่ามองคนที่ปล่อยข่าวนี้ออกมาต้องการอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็นั่นนะซิ ฉะนั้นผู้สื่อข่าวต้องกรอง ใครปล่อยข่าวแบบที่ดูแล้วยากต่อความเป็นจริงเราก็ไม่ต้องไปขยายความต่อหรือนำมาสอบถามต่อ เพราะอย่างเรื่องนี้ถ้าถามผม ศูนย์เลยนะ เพราะไม่ได้ให้เวลาแม้แต่วินาทีเดียว”

เขาย้ำว่า ตามกฎหมาย มีกฎหมายมีขั้นตอนการปฏิบัติ มีลำดับ หนึ่ง สอง สาม มีขั้นตอน ถ้าทุกอย่างเข้าเกณฑ์ก็ดำเนินการ ถ้าเข้าเกณฑ์ไม่ได้ก็ดำเนินการไม่ได้กฎหมายมันชัดเจน ในยุคที่ตนเป็นรัฐบาลต้องไม่มีคำว่าออกซ้ายก็ได้ออกขวาก็ได้ ดำก็ต้องดำเลย ขาวก็ต้องขาวเลยไม่มีการยัดข้อหา ไม่มีการสร้างข้อมูลเป็นเท็จไปกล่าวหาบุคคลที่บริสุทธิ์และไปทำให้เขามีเรื่องมีคดีเพื่อไปต่อรอง

ที่จริงจะว่าไปแล้วเรื่องดังกล่าวถือว่ามีความชัดเจนในทางกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายเสริมสร้างสันติสุข ที่มุ่งเน้นให้มีการนิรโทษเฉพาะเรื่องที่มีการชุมนุมทางการเมือง ไม่เกี่ยวกับเรื่องคดีทำร้ายร่างกาย คดีทุจริต และคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ซึ่งก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย ชาวบ้านทั่วไปก็สามารถเข้าใจได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ดี สำหรับนายทักษิณ ชินวัตร อาจมีข้อยกเว้นก็ได้ เพราะหากสังเกตจะเห็นในชั่วชีวิตทางการเมืองของเขาล้วนมีแต่ข้อกล่าวหา ความผิดในเรื่อง “ละเมิดกฎเกณฑ์” ละเมิดกฎหมาย ตั้งแต่คดี “ซุกหุ้น” เลี่ยงภาษี สร้างนโยบายมีผลประโยชน์ทับซ้อน และเมื่อเร็วๆนี้ ขนาดว่าได้ขอพระราชทานอภัยโทษยอมรับผิด เพื่อแลกกับการลดโทษจำคุกจาก 8 ปี เหลือแค่จำคุก 1 ปี เขาก็ยังลอดช่องจนเกิดกรณี “ชั้น 14” จนวุ่นวาย แต่ในที่สุดก็ “หนีไม่พ้น” จนได้ เป็นการทำลายเครดิตจนป่นปี้ในบั้นปลายชีวิตเสียอีก

กรณีขอนิรโทษกรรมคราวนี้ก็เช่นเดียวกัน เหมือนกับว่า แม้จะรู้ว่า “ผ่านยาก” แต่อารมณ์เหมือนกับว่า “ขอสักหน่อย” ไม่ได้ก็แล้วไป อาจเป็นเพราะเป็นช่วงจังหวะซักฟอก เผื่อฟลุ๊ก แต่ก็อย่างว่าเมื่อกฎหมายมันชัดเจนแบบนี้คงไม่มีใครกล้าเสี่ยง !!

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...