สะพัด! พิษสำนวนคดีฮั้วสว.หลุด ปมสั่งย้าย ‘อธิบดีดีเอสไอ’
จากรายงานข่าวที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 ก.ย. 69 มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่กระทรวงยุติธรรม เสนอจำนวน 6 ราย โดยมี 1 ตำแหน่งถูกจับตาสำคัญมาตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา คือ ตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่ง ครม.มีมติแต่งตั้งให้ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ มาดำรงตำแหน่ง อธิบดีดีเอสไอ แทน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ไฟเขียวตั้ง 6 บิ๊กข้าราชการยุติธรรม ‘ปิยะ รักสกุล’ ผงาดนั่ง ‘อธิบดีดีเอสไอ’
เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีรายงานภายในกระทรวงยุติธรรม ระบุ คาดว่า พ.ต.ต.ยุทธนา อาจถูกย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ยังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี คล้ายกับสมัยของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ โดยการโยกย้ายเก้าอี้อธิบดีครั้งนี้ มีรายงานว่าเป็นเหตุจากคดีฮั้ว สว. ที่ต้องการให้เป็นไปตามแนวทางของรัฐบาล อันเป็นผลดีต่อผู้มีตำแหน่งทางการเมืองในพรรคฝ่ายรัฐบาลเอง
ซึ่งที่ผ่านมาทาง พ.ต.ต.ยุทธนา ไม่สามารถควบคุมเนื้อหาสาระสำคัญคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. หรือแฟ้มสำนวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ที่มีการสอบปากคำพยานบุคคลสำคัญจำนวนมาก จนหลุดออกไปสู่กลุ่มผู้คนภายนอกอย่าง iLaw และพรรคประชาชนได้ ทำให้ยิ่งสร้างแรงกดดันและความไม่พึงพอใจต่อท่าทีของดีเอสไอ เพราะในส่วนของดีเอสไอเองยังคงต้องทำการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษที่มีการตีกลับสำนวน หลังจากมีการสั่งฟ้องดำเนินคดีผู้ต้องหากลุ่มแรกเพียง 8 ราย ทำให้ยังเหลือสำนวนในคดีนี้ที่เป็นหัวใจสำคัญของดีเอสไอในการดำเนินคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน กับผู้ที่มีส่วนร่วมในขบวนการฮั้ว สว.
อย่างไรก็ตาม การโยกย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา จากเก้าอี้ไม่ใช่เรื่องที่ผิดความคาดหมาย เพราะที่ผ่านมามีกระแสข่าวออกมาถึงการเตรียมสลับตัวอธิบดีกรมคุมประพฤติ กับอธิบดีดีเอสไอ โดยเฉพาะการปรากฏภาพที่สนามบินจังหวัดบุรีรัมย์ ของร.ต.อ.ปิยะ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมคุมประพฤติ และมีรายชื่อเป็น 1 ในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ไปยืนรอต้อนรับและยกมือไหว้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ก็ถูกมติของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ดำเนินคดีในกรณีฮั้วเลือก สว.
จ่อเด้งอธิบดี DSI! ลือ “ร.ต.อ.ปิยะ” เสียบแทน หลังโผล่ภาพไหว้ “อนุทิน” ที่บุรีรัมย์
ดังนั้น จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าการย้าย ร.ต.อ.ปิยะ ครั้งนี้อาจเป็นการเกลี่ยทางไปสู่การเข้าควบคุมการทำสำนวนของคณะพนักงานสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ที่กำลังจะมีการนัดหมายประชุมนัดแรกภายในสิ้นเดือน ก.ย. 69 หรือไม่ หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติสั่งฟ้องดำเนินคดี 77 รายในคดีฮั้วเลือก สว. ต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง จึงเป็นเหตุให้ ร.ต.อ.ปิยะ เตรียมขึ้นแท่นอธิบดีดีเอสไอ แทนที่ พ.ต.ต.ยุทธนา
สำหรับเส้นทางราชการของ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล คลุกคลีกับหน่วยงานด้านยุติธรรมมาหลายหน่วยงานทั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รวมถึงกระทรวงยุติธรรม อย่างดีเอสไอ ซึ่งตำแหน่งสูงสุดที่เคยปฏิบัติหน้าที่ คือ รองอธิบดีดีเอสไอ ส่วนกรมคุมประพฤติ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ
ทั้งนี้ ในส่วนมิติงานภายในดีเอสไอ ถือว่า ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เรียกได้ว่าเป็นลูกหม้อ ผ่านหน้างานมาตั้งแต่การเป็นพนักงานสอบสวน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ไปจนถึงระดับรองอธิบดีดีเอสไอ ก่อนที่ปี พ.ศ. 2567 จะย้ายไปเป็นรองเลขาธิการ ศอ.บต. และปี พ.ศ. 2568 จึงย้ายกลับมาเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ
ที่ผ่านมา ในส่วนของดีเอสไอ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เคยรับผิดชอบคดีสำคัญหลายคดี อาทิ คดีเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดงปี 2553 และคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันอย่างคดีชายชุดดำ คดีการเสียชีวิตของประชาชน