โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทย์มองเห็นดาวฤกษ์ดวงอื่น พองเข้าพองออกเป็นครั้งแรก

Environman

เผยแพร่ 27 ก.ย 2567 เวลา 01.00 น.

นักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็น ‘พื้นผิว’ ของดาวฤกษ์ดวงอื่นที่ไม่ใช่ดวงอาทิตย์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ มันพองเข้าพองออกอย่างเดือดดาลและน่าประหลาดใจ

R Doradus เป็นดาวฤกษ์ประเภทยักษ์แดงที่มีปริมาตรมากกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 5 ล้านเท่า และมีเส้นผ่านศุนย์กลางใหญ่กว่า 350 เท่า โดยรวมแล้วมันคือดาวที่ใหญ่เกินจินตนาการซึ่งห่างจากโลกไปประมาณ 179-180 ปีแสง ทว่ากลับมีสิ่งหนึ่งที่น่าฉงนก็คือมันมีมวลใกล้เคียงกับดาวฤกษ์ของเรา

ซึ่งมีความหมายว่าชั้นนอกของดาวฤกา์จะยึดติดกับเนื้อดาวของมันอย่าง ‘หลวม ๆ’ และพลาสมาร้อน ๆ ก็จะไหลไปมา ตามทฤษฏีแล้วปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้ดวงดาว ‘พองเข้าพองออก’ เหมือนกับบับเบิล แต่อย่างไรก็ตามมันไม่เคยถูกสังเกตเห็นจริง ๆ สักครั้ง และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับการยืนยัน

“นี่เป็นครั้งแรกที่เราสามารถแสดงให้เห็นถึงพื้นผิวแบบบับเบิลของดาวฤกษ์จริงได้ในลักษณะนี้” Wouter Vlemmings ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคฌนโลยีชาลเมอร์ส สวีเดน กล่าว “เราไม่เคยคิดว่าข้อมูลจะมีคุณภาพสูงขนาดนี้มาก่อน จนเราสามารถมองเห็นรายละเอียดการพาความร้อนบนผิวดาวได้มากมายขนาดนี้”

เซลล์การพาความร้อนเหล่านี้มีขนาดใฆญ่มาก โดยแต่ละเซลล์มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 75 เท่า ความหมายของเซลล์เหล่านี้คือ เมื่อดาวฤกษ์ผลิตพลังงานในแกนกลาง พลาสมาร้อน ๆ จะลอยขึ้นแล้วเย็นตัวตกลงมา (คำว่าเย็นในที่นี้คือมีอุณหภูมิต่ำลง แต่ก็ยังคงร้อนมากอยู่ดี) ทำให้เกิดโครงสร้างที่มองเห็นได้บนพื้นผิว เซลล์เหล่านี้ก็สามารถมองเห็นได้ชัดบนดวงอาทิตย์ด้วยเช่นกัน

“การพาความร้อนทำให้เกิดโครงสร้างเม็ดเล็ก ๆ ที่สวยงามบนพื้นผิวดวงอาทิตย์ของเรา แต่การจะมองเห็นบนดาวดวงอื่นนั้นทำได้ยาก” Theo Khouri ผู้เขียนร่วม กล่าว “แต่ด้วย ALMA ปัจจุบัน ทำให้เราไม่เพียงแต่สามารถมองเห็นเม็ดเล็ก ของการพาความร้อนได้โดยตรง ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 75 เท่า เท่านั้น แต่ยังวัดความเร็วของการเคลื่อนที่ได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย”

ALMA หรือ Atacama Large Millimeter/submillimeter Array เป็นหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในทะเลทราย Atacama ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์แยกแยะกระบวนการเหล่านี้ได้อย่างละเอียดมากขึ้น ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า เซลล์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วราวไม่กี่สิบกิโลเมตร/ชั่วโมง ทว่าก็คงอยู่นานเป็นวัฏจักรเวลา 1 เดือน

ตัวเลขดังกล่าวถือว่าเร็วกว่าที่คาดไว้มากเมื่อเทียบกับการสังเกตบนดวงอาทิตย์ นักวิทยาศสตร์ยังไม่แน่ใจว่าทำไมทั้งคู่จึงไม่เหมือนกัน แต่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นเพราะ ‘อายุ’ ของดาวฤกษ์ โดยดาวยักษ์แดงนั้นแก่กว่าดวงอาทิตย์ของเรามากโข

“เรายังไม่ทราบว่าอะไรคือสาเหตุของความแตกต่าง แต่ดูเหมือนว่าการพาความร้อนจะเปลี่ยนไปเมื่อดาวมีอายุมากขึ้นในรูปแบบที่เรายังไม่เข้าใจ” Vlemmings กล่าวเสริม

แน่นอนว่าพวกเขาต้องการสังเกตต่อไปเพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้อมูลเหล่านั้นจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในความรู้ด้านวิวัฒนาการของดวงดาว ซึ่งรวมถึงดวงอาทิตย์ด้วยเช่นกันเพราะอีกหลายพันล้านปีข้างหน้า ดาวฤกษ์จะกลายเป็นดาวยักษ์แดงในท้ายที่สุด

“เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่ตอนนี้เราสามารถถ่ายภาพรายละเอียดบนพื้นผิวดวงดาวที่อยู่ห่างไกลได้ด้วยตรง และสังเกตฟิสิกส์ที่ก่อนหน้านี้สามารถเห็นได้เพียงบนดวงอาทิตย์เท่านั้น” Behzad Bojnodi Arbab นักวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา กล่าว

ที่มา

https://www.nature.com/articles/s41586-024-07836-9

https://www.iflscience.com/moving-bubbles-on-the-surface…

https://edition.cnn.com/…/giant-star-bubbles…/index.html

https://www.eso.org/public/news/eso2412/

https://www.sciencealert.com/bubbles-75x-larger-than-our…

Photo: ALMA (ESO/NAOJ/NRAO)/W. Vlemmings et al.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...