รวม 18 วิธีลดหย่อนภาษีปี 2567
ใกล้ช่วงสิ้นปีแบบนี้ เป็นช่วงเวลาที่หลายคนกำลังเตรียมตัวเพื่อคำนวณภาษีที่ต้องเสีย และกำลังหาวิธีในการลดหย่อนภาษีเพื่อลดจำนวนเงินที่ต้องชำระ หรือใช้สิทธิประโยชน์จากการลงทุนหรือค่าใช้จ่ายต่างๆ
ซึ่งการคำนวณภาษีจะขึ้นอยู่กับฐานรายได้ของแต่ละคน รายได้ยิ่งสูงก็จะเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น การคิดภาษีสามารถแบ่งออกเป็นขั้นบันไดตามระดับรายได้ ซึ่งมีอัตราที่แตกต่างกันออกไป เริ่มตั้งแต่ 5% จนถึงสูงสุด 35% ดังนั้น การลดหย่อนจะช่วยประหยัดเงินภาษีได้ในแต่ละปี
ในครั้งนี้ “Thairath Money” รวบรวมวิธีลดหย่อนภาษีสำหรับปี 2567 มาให้แล้ว 18 วิธี ดังนี้
ค่าลดหย่อนและยกเว้นเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบในการคำนวณภาษีที่กฎหมายกำหนดให้นำไปหักออกจากเงินได้อีก หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว โดยมีการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ แตกต่างกันออกไป ได้แก่
- ลดหย่อนส่วนตัว ไม่เกิน 60,000 บาท
- คู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ไม่เกิน 60,000 บาท
- ลูกที่เรียนอยู่และอายุไม่เกิน 25 ปี คนละ 30,000 บาท และลูกตั้งแต่คนที่ 2 เกิดตั้งแต่ปี 2561 ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท
- ค่าฝากครรภ์หรือคลอดบุตร ไม่เกิน 60,000 บาท
- ค่าอุปการะพ่อแม่ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป คนละ 30,000 บาท
- ค่าอุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพ ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท
- เบี้ยประกันชีวิตคู่สมรส ไม่เกิน 10,000 บาท (หากคู่สมรสไม่มีรายได้)
- เบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่ของผู้มีรายได้ และคู่สมรส ไม่เกิน 15,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพของผู้มีรายได้ ไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับค่าเบี้ยประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท
นอกจากนี้ การลงทุนเพื่อการลดหย่อนภาษี เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเก็บออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว และยังช่วยลดภาระทางภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละปีได้ด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์ในแง่ของการสร้างความมั่นคงในอนาคต
ดังนั้น การศึกษาการลงทุนเพื่อการลดหย่อนภาษี เป็นสิ่งสำคัญเพราะช่วยให้ทุกคนตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล และเลือกผลิตภัณฑ์การเงินที่เหมาะสมกับเป้าหมายการเงินของตนเอง
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่น่าสนใจมากมายที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ แถมยังช่วยส่งเสริมการออมระยะยาวด้วย ได้แก่
- เงินสะสม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่เกิน 15% ของค่าจ้างและไม่เกิน 500,000 บาท
- เงินสะสม กองทุน กบข. และกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน ไม่เกิน 500,000 บาท
- เงินสะสม กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ไม่เกิน 30,000 บาท
- เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ไม่เกิน 15% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 200,000 บาท
- เงินสมทบกองทุนประกันสังคม ไม่เกิน 9,000 บาท
- ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 100,000 บาท
- กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund) ไม่เกิน 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีและไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุน SSF (Super Savings Fund) ไม่เกิน 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีและไม่เกิน 200,000 บาท
- กองทุน Thai ESG ไม่เกิน 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 300,000 บาท
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกองทุน Thai ESG จะไม่ถูกนับรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ ที่ปัจจุบันกำหนดเพดานลดหย่อนภาษีรวมกันสูงสุดที่ 500,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ จะสามารถลดหย่อนได้สูงสุดถึง 800,000 บาท
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวม 18 วิธีลดหย่อนภาษีปี 2567
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath