“รัฐบาลทรัมป์” เตรียมตั้ง “ราคาขั้นต่ำ” สินค้าหลายอุตสาหกรรม เล็งตั้งคลังสำรองแร่เชิงยุทธศาสตร์
"รัฐบาลทรัมป์" เตรียมตั้ง “ราคาขั้นต่ำ” สินค้าหลายอุตสาหกรรม รับมือกับการกดราคาของจีนในตลาดโลก พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งคลังสำรองแร่เชิงยุทธศาสตร์
วันที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 01.03 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า นายสก็อต เบสเซนท์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ เผยรัฐบาลทรัมป์เตรียมกำหนด “ราคาขั้นต่ำ” (price floors) สำหรับสินค้าในหลายอุตสาหกรรม เพื่อรับมือกับการบิดเบือนกลไกราคาที่เกิดจากจีน
เบสเซนท์ระบุว่าจีนได้ขับไล่คู่แข่งต่างชาติในอุตสาหกรรมแร่หายาก (rare earths) ให้ออกจากตลาดตลอดช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยอาศัยอิทธิพลในด้านการกลั่นและการแปรรูปเพื่อกดราคาขายจนผู้ผลิตรายอื่นไม่สามารถแข่งขันได้
เบสเซนท์กล่าวกับผู้สื่อข่าว ซาร่า ไอเซน ระหว่างงาน Invest in America Forum ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ว่า “เมื่อคุณต้องเผชิญกับเศรษฐกิจที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างจีน คุณก็จำเป็นต้องใช้ นโยบายอุตสาหกรรม (industrial policy) เข้ามาจัดการ”
และกล่าวต่อว่า “ดังนั้นเราจะกำหนดราคาขั้นต่ำและดำเนินการซื้อสินค้าในอนาคต (forward buying) เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก และเราจะทำในหลายอุตสาหกรรม” โดยไม่ได้เปิดเผยรายชื่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่รัฐบาลกำลังพิจารณานอกเหนือจากแร่หายาก
เบสเซนท์ยังเสนอให้สหรัฐจัดตั้ง“คลังสำรองแร่เชิงยุทธศาสตร์” (strategic mineral reserve) โดยเปิดเผยด้วยว่าธนาคาร JPMorgan Chase แสดงความสนใจที่จะร่วมมือกับรัฐบาลทรัมป์ในการจัดตั้งคลังสำรองดังกล่าว
ทั้งนี้แร่หายากมีความสำคัญต่อการผลิตแม่เหล็ก ซึ่งเป็นชิ้นส่วนหลักของระบบอาวุธสหรัฐ เช่น เครื่องบินรบ F-35 และขีปนาวุธโทมาฮอว์ก รวมถึงยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในอุตสาหกรรมพลเรือน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
รัฐบาลทรัมป์ได้พยายามสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่หายากภายในประเทศ โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ได้ทำข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์กับบริษัท MP Materials ซึ่งเป็นผู้ผลิตแร่หายากรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงการถือหุ้นร่วม, การกำหนดราคาขั้นต่ำ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
เมื่อสัปดาห์ก่อน จีนได้ประกาศข้อจำกัดการส่งออกแร่หายากครั้งใหญ่ ก่อนการประชุมระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในเกาหลีใต้ปลายเดือนนี้ ซึ่งทรัมป์ได้ขู่จะเก็บภาษี 100% เพิ่มเติม เพื่อตอบโต้
เบสเซนท์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังจากจีนประกาศมาตรการจำกัดการส่งออกดังกล่าว สหรัฐอาจเข้าถือหุ้นในบริษัทอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านทรัพยากร
“ผมไม่แปลกใจเลยหากเราจะทำแบบนั้น” เขากล่าวเมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการถือหุ้นเพิ่ม
“เมื่อจีนประกาศเช่นนี้ คุณจะเห็นได้ทันทีว่าเราต้องพึ่งพาตนเองให้ได้ หรืออย่างน้อยก็ต้องพึ่งพากับพันธมิตรของเราให้มากขึ้น”
อย่างไรก็ตามย้ำว่ารัฐบาลจะไม่เข้าไปถือหุ้นในอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เชิงยุทธศาสตร์ พร้อมระบุว่า “เราต้องระมัดระวังอย่างยิ่งไม่ให้ทำเกินขอบเขตที่จำเป็น”
ทั้งนี้หุ้นของบริษัทเหมืองแร่หายากและแร่สำคัญหลายแห่งปรับตัวขึ้นติดต่อกันหลายวัน เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าบางบริษัทอาจกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของนโยบายอุตสาหกรรมภายใต้รัฐบาลทรัมป์
อ้างอิง : cnbc.com