โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รอง ผบช.ก. ยันยื่นร้องความเป็นธรรมหวังผู้บังคับบัญชาเลื่อนตำแหน่งตามผลงาน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 12.01 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 05.01 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – รอง ผบช.ก. ลั่นสู้เพื่อความเป็นธรรม ยอมเป็นระเบิดพลีชีพ ชี้เลื่อนตำแหน่งต้องดูผลงานจริง ย้ำหากการประชุม ก.ตร. 31 ส.ค.นี้ จะมีผลให้ถูกโยกย้าย คณะกรรมการ ก.ตร.ต้องมีเหตุผลชี้แจงอย่างเหมาะสม

ดร.สุปรีดิ์ วงศ์ดีพร้อม รองประธานมูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมผู้แทนคณะนักศึกษาหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม มอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเป็นศิษย์เก่า หลัง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมในกระบวนการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ หลังการประชุม ก.ตร. เมื่อวานนี้เลื่อนไปเป็นวันที่ 31 สิงหาคม ว่า ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการที่ตนเองไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมอย่างเดียว แต่เป็นเพราะมีตำรวจหลายนายไปยื่นขอความเป็นธรรมเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ตนเองได้เป็นระเบิดพลีชีพไปแล้ว สู้กับผู้ใหญ่ไปแล้ว จึงเชื่อว่าตนเองคงไม่ถูกเสนอชื่อเลื่อนตำแหน่งในการพิจารณา แต่ตนเองก็จะไม่เกเร ไม่เกียร์ว่าง และยังคงทำงานสืบสวนเกี่ยวกับคดีทุจริตต่อไป เพียงแต่ที่ออกมาต่อสู้ ก็เพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถได้รับความเป็นธรรม เช่น พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ทำคดีพนันออนไลน์ “ก๊กอาน” มากกว่า

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการมาร้องขอความเป็นธรรมครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดวินัย เพราะไม่เคยพูดไม่ดีถึงผู้บังคับบัญชา เพียงแค่กระตุกเตือนให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสัมภาษณ์ผู้ที่มีสิทธิ์เลื่อนตำแหน่งอย่างเป็นธรรม พิจารณาที่ผลงานอย่างแท้จริง ไม่ว่าผลงานนั้นจะได้รับการเสนอข่าวหรือไม่ ไม่ใช่แค่เลื่อนตำแหน่งให้กับคนใกล้ชิด หรือเพื่อนรุ่นเดียวกัน และไม่ได้มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง

นอกจากนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยอมรับด้วยว่า เคยได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเร็วขึ้นเป็นผู้บังคับการภายในระยะเวลา 3 ปี จากที่ต้องดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการให้ครบ 5 ปี เนื่องจากขณะนั้นรัฐบาลทหารประกาศใช้มาตรา 44 และต้องการบุคคลที่มีความสามารถเข้ามาจัดการปัญหาทุจริตต่าง ๆ จึงได้รับเลือก โดยไม่ได้มีการวิ่งเต้นใดๆ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าได้เลื่อนตำแหน่งเร็วในช่วงที่เป็นรองผู้กำกับและผู้กำกับด้วยนั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ หากการประชุม ก.ตร. ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคมนี้ จะมีผลให้ถูกโยกย้ายไปอยู่สังกัดอื่น คณะกรรมการ ก.ตร. ก็จะต้องมีเหตุผลชี้แจงตนเองอย่างเหมาะสมว่าเหตุใดจึงสั่งย้าย เพราะคดีสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตที่ดูแลอยู่ ก็ยังมีอีกมาก และไม่มีใครกล้าทำคดีเหล่านี้.-419- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...