โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘คลื่นความร้อน’ เร่งแก่เร็วขึ้นเสี่ยงสุขภาพพังไม่ต่างจากเหล้า-บุหรี่

เดลินิวส์

อัพเดต 28 ส.ค. 2568 เวลา 17.37 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • เดลินิวส์
งานวิจัยชิ้นหนึ่งในวารสาร “Nature Climate Change” ซึ่งเปิดเผยโดย The Guardian สหราชอาณาจักร ระบุว่า ‘คลื่นความร้อน’ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะสั้น แต่ยังอาจเร่งให้มนุษย์แก่เร็วขึ้น โดยผลกระทบดังกล่าวใกล้เคียงกับการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การบริโภคอาหารไม่เหมาะสม หรือการขาดการออกกำลังกาย พร้อมชี้ว่าวิกฤติภูมิอากาศที่ทำให้เกิดความร้อนจัดบ่อยและยาวนานขึ้นนี้ อาจสร้างความเสียหายต่อสุขภาพของประชากรทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

งานวิจัยดังกล่าวติดตามประชากรกว่า 25,000 คนในไต้หวันเป็นเวลา 15 ปี พบว่า การเผชิญคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นเพียง4 วันในระยะเวลา2 ปี ส่งผลให้อายุทางชีวภาพเพิ่มขึ้นราว9 วัน และหากเป็นกลุ่มแรงงานกลางแจ้งที่ต้องใช้เวลาทำงานนอกอาคาร ผลกระทบยิ่งรุนแรงกว่า โดยอายุทางชีวภาพเพิ่มขึ้นถึง33 วัน แม้ผลลัพธ์ที่ว่านี้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย ทว่าข้อมูลเหล่านี้ก็ถือเป็นสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นว่าการสะสมผลกระทบตลอดทั้งชีวิตอาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ดร.ชุ่ย กัว หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง กล่าวว่า หากการสะสมการเผชิญคลื่นความร้อนยาวนานหลายทศวรรษ ผลกระทบจะรุนแรงกว่าที่รายงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2024 ที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้คลื่นความร้อนทวีความถี่และความรุนแรงขึ้น ขณะที่ ศาสตราจารย์พอล เบกส์ จากมหาวิทยาลัยแมคควอรี ประเทศออสเตรเลีย เสริมว่า หลายคนอาจคิดว่าตนผ่านพ้นคลื่นความร้อนโดยไม่เกิดผลใด ๆ แต่ข้อเท็จจริงคือความร้อนเร่งอัตราการแก่ชรา นอกจากนี้ยังพบงานวิจัยใหม่ที่ชี้ว่า ความร้อนในช่วงวัยเด็กส่งผลต่อการพัฒนาสมอง เมื่อรวมกับหลักฐานที่ชี้ว่าผู้ใหญ่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

การศึกษาในครั้งนี้ใช้ข้อมูลการตรวจสุขภาพหลายด้าน เช่น ความดันโลหิต การอักเสบ ระดับคอเลสเตอรอล การทำงานของปอด ตับ และไต เพื่อนำมาคำนวณอายุทางชีวภาพของผู้เข้าร่วมและเปรียบเทียบกับอายุจริง ซึ่งผลการวิเคราะห์ยืนยันว่าจำนวนวันคลื่นความร้อนเป็นปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุดต่อการเร่งการแก่ชราในระดับชีวภาพ แม้กลไกที่แท้จริงยังไม่ชัดเจน แต่มีความเป็นไปได้ว่าความร้อนทำให้เกิดความเสียหายต่อดีเอ็นเอของมนุษย์

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภัยคลื่นความร้อนในประเทศไทยก็กำลังปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้น โดยกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าหลายจังหวัดเผชิญอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสติดต่อกัน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้เตือนถึงความเสี่ยงของโรคลมแดดและโรคหัวใจในกลุ่มผู้สูงอายุและแรงงานกลางแจ้ง ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาในไต้หวันที่ชี้ว่าผู้ที่ทำงานกลางแจ้งได้รับผลกระทบหนักกว่า นอกจากนี้ยังมีสถิติว่าปี 2023 เป็นปีที่ไทยมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงที่สุดในรอบกว่า 70 ปี ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาในทิศทางเดียวกันกับงานวิจัยระดับโลก

ดังนั้นมาตรการป้องกันและการปรับตัวจึงเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งในระดับนโยบายสาธารณะ เช่น การสร้างระบบเตือนภัยคลื่นความร้อน และการจัดการสิ่งแวดล้อมในเมืองเพื่อช่วยลดการสะสมความร้อน รวมถึงการดูแลตนเองของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและแรงงานกลางแจ้ง ที่ควรหลีกเลี่ยงการทำงานในช่วงเวลาที่ร้อนจัด ดื่มน้ำให้เพียงพอ และใช้เครื่องป้องกันแสงแดด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...