โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ADB สู่ช่วงฟื้นงานรัฐหนุน มาร์จิ้นพุ่ง-พลิกกำไร 200%

ทันหุ้น

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 16.11 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 16.55 น.

#ADB #ทันหุ้น – ADB รับอานิสงส์ภาครัฐเร่งสร้างรถไฟฟ้า-ระบบสาธารณูปโภค หนุนดีมานด์เม็ดพลาสติกสายไฟ เคเบิลพุ่งสูงขึ้น ทิศทางครึ่งปีหลังสดใส มาร์จิ้นเด่นแตะ 13% มั่นใจผลงานปีนี้ฟื้นคืนชีพ หลังไตรมาส 2/2568 พลิกกำไรแกร่ง 207% รับต้นทุนลด

นายจิรวัฒน์ อัครานุพรพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีการเงิน บริษัท เอดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ ADB เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ทิศทางธุรกิจและผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังปี 2568 มีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะด้านอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ และมาตรฐานคุณภาพสินค้าที่ได้รับการยอมรับ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังการผลิตยังคงชะลอตัวเล็กน้อย

ปัจจุบัน ADB มุ่งเน้นธุรกิจหลักคือ การผลิตเม็ดพลาสติกคอมปาวด์สำหรับสายไฟ สายเคเบิล รวมถึงเม็ดพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ อาทิ สายน้ำเกลือ สายฟอกไต และปัสสาวะ ซึ่งจำหน่ายให้กับพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง บริษัท โซวะ โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด

** ผลงานพลิกกำไร

นอกจากนี้ ยังมีเม็ดพลาสติกเกรดใช้งานทั่วไปที่ใช้ในการผลิตสินค้าหลากหลาย เช่น ขอบคิ้วเฟอร์นิเจอร์ ริบบอน PVC ฉลาก และข้อต่อท่อน้ำ การเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว โดยบริษัทได้ขายบริษัทลูก และได้พันธมิตรใหม่คือ AICA เข้ามา ทำให้ปัจจุบันธุรกิจหลักที่เหลืออยู่คือผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกเป็นหลัก

ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรกพลิกเป็นบวก และคาดว่าในไตรมาส 3/2568 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้ยอดขายไตรมาส 2/2568 จะชะลอตัวเล็กน้อยเหลือประมาณ 185 ล้านบาท จากไตรมาสแรกที่ทำได้ประมาณ 210 ล้านบาท แต่คาดการณ์ว่าไตรมาส 3 มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นและรีบาวด์ขึ้นมาได้ เนื่องจากไตรมาส 2 เป็นช่วงที่ต่ำสุดของวัฏจักรธุรกิจ

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นคือ อัตรากำไร (Margin) ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 13% โดยเฉพาะเกรด W-Cable มีมาร์จิ้นสูงถึง 15-20% ซึ่งการเพิ่มขึ้นของมาร์จิ้นเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ราคาวัตถุดิบขาลง ในกลุ่มต้นทุนวัตถุดิบปิโตรเคมีหลัก เช่น เรซิน และพลาสติกซอร์ต่างๆ ปรับลดลงอย่างชัดเจน ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ต่ำลง

** ได้รับมาตรฐาน

อีกทั้งบริษัทมีมาตรฐานคุณภาพสินค้า จากกรณีข่าวเรื่องผู้ผลิตสายไฟบางรายใช้เกรดราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐานเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่งผลให้ลูกค้าหันมาใช้สินค้าที่ได้มาตรฐานมากขึ้น ADB ซึ่งผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว จึงได้เปรียบและมีศักยภาพในการขยายฐานลูกค้า และเพิ่มมาร์จิ้นจากส่วนนี้

นอกจากธุรกิจหลักแล้ว ADB ยังรับรู้กำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมอย่าง บริษัท เอดีบี ซีแลนด์ จำกัด (ADBS) ซึ่งดำเนินธุรกิจยาแนวและกาว โดย ADB ถือหุ้น 49% และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้ามาประมาณ 11 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก คาดการณ์ว่า ผลประกอบการของ ADBS ในครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากไตรมาส 3 และต้นไตรมาส 4 เป็นช่วง High Season ของธุรกิจยาแนวและกาว ทำให้ส่วนแบ่งกำไรในครึ่งปีหลังอาจมากกว่า 11 ล้านบาท

สำหรับเป้าหมายรายได้รวมทั้งปี 2568 ประเมินว่าจะใกล้เคียงกับยอดขายของปีที่แล้วที่ 920 ล้านบาท หรืออาจโตเล็กน้อยประมาณ 5-10% อยู่ที่ประมาณ 870-900 ล้านบาท เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ปรับลดลงส่งผลต่อราคาขายสินค้า และความต้องการ (Demand) ที่ยังคงชะลอตัว อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมีกำไรต่อเนื่อง

** รับโปรเจ็กต์รัฐ

ขณะที่ลูกค้าหลักของ ADB คือ บริษัทเอกชนผู้ผลิตสายไฟและสายเคเบิลรายใหญ่ เช่น จรุงไทย หรือยาซากิ ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะนำเม็ดพลาสติกของ ADB ไปผลิตเป็นสายไฟเพื่อรองรับงานปลายทางที่ส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยเฉพาะ โครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค การก่อสร้างต่างๆ และรถไฟฟ้า ที่กำลังขยายหลายสายทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นกลุ่มงานหลักที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2568 บริษัทสามารถพลิกจากขาดทุนสุทธิ 3.96 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2567 มาเป็นกำไรสุทธิ 4.27 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2568 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 207.83% ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของกำไร ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกพีวีซี สำหรับผลิตสายไฟฟ้า สายเคเบิล และ Bio-Based PVC Compound, การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 20.04% และการเพิ่มขึ้นของกำไรจากบริษัทย่อย ADBS

Top of Form

Bottom of Form

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...