โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

พิจิตรจ่อวิกฤต60-70%แม่น้ำน่านล้นตลิ่งเร่งทำแนวป้องกันปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจและย่านชุมชน

สยามรัฐ

อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 14.54 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 14.54 น.

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้มอบหมายให้ นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าฯพิจิตร , นางสาวสุกัญญา ต้นทุน หัวหน้า สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร , นางภคมน กัมพูธนี ท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร , นายดลภาค เนตรใส นายอำเภอเมืองพิจิตร ร่วมกันลงพื้นที่ไปที่บริเวณริมแม่น้ำน่านบ้านราชช้างขวัญ ซึ่งเป็นจุดที่ลาดต่ำและเป็นจุดเสี่ยงที่จะเกิดน้ำล้นตลิ่งแล้วไหลเข้าสู่ชุมชนหมู่บ้านเกศแก้ว และตลาดราชรถ สาเหตุเนื่องจากขณะนี้น้ำในแม่น้ำน่านมีปริมาณสูงขึ้นจากสถานีวัดระดับน้ำ N7A อ.เมืองพิจิตร ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 35 ซม. ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งฝั่งขวาเหลือเพียงแค่ 13 ซม. ซึ่งถือว่าระดับน้ำขึ้นสูงอยู่ในจุดวิกฤตแล้ว ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและป้องกันน้ำไหลทะลักเข้าชุมชนเมืองพิจิตร จึงได้ดำเนินการเสริมคันดินเพื่อเป็นแนวป้องกันน้ำ

โดย นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าฯพิจิตร ให้ข้อมูลว่าสถานการณ์เมืองพิจิตรอยู่ในจุดเสี่ยงที่น้ำจะล้นตลิ่งประมาณ 60-70% ของความเสี่ยง ดังนั้นจึงต้องวางมาตรการป้องกันร่วมกับเทศบาลเมืองพิจิตรในการติดตั้งเครื่องสูบน้ำหากมีฝนตกจะได้แก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที

ด้านนายบรรลือศักร ปิ่นจันทร์ ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยาพิจิตร ให้ข้อมูลเรื่องพายุดีเปรสชั่นที่จะส่งผลให้ฝนตกหนักทางภาคเหนือนั้นจะมีผลกระทบกับ จ.พิจิตร ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 30 ส.ค. 68 และจะได้รับผลกระทบมากที่สุดในคืนวันที่ 1 ก.ย. 68 หลังจากนั้นก็ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องถึงประมาณวันที่ 7 ก.ย. 68 อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...