โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'บีอาร์เอ็น' หาทุนป่วนใต้ บุกปล้นทอง 35 ล้านบาท อุกอาจกลางเมืองโก-ลก พบรอยเผ่นหนีไปมาเลย์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 13 ต.ค. 2568 เวลา 00.28 น. • เผยแพร่ 13 ต.ค. 2568 เวลา 00.28 น.

อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด

‘บีอาร์เอ็น’ หาทุนป่วนใต้

บุกปล้นทอง 35 ล้านบาท

อุกอาจกลางเมืองโก-ลก

พบรอยเผ่นหนีไปมาเลย์

หลังเหตุปล้นทองในห้างดังที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ฝ่ายความมั่นคงให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่า เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของการสกัดกั้นท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่ม BRN ทั้งยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายอื่นๆตามแนวชายแดน ทำให้ต้องดิ้นรนหาเงินทุนมาหล่อเลี้ยงขบวนการ จากนักรบเพื่ออุดมการณ์จึงต้องปรับตัวเป็น ‘โจรปล้นทอง’

ย้อนไปเมื่อ 18.30 น. วันที่ 5 ตุลาคม ท่ามกลางผู้คนที่เข้าไปซื้อหาสินค้าในห้างบิ๊กซี สาขาสุไหงโก-ลก ถ.ประชาวิวัฒน์ ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ชายฉกรรจ์ 10 คนสวมชุดดำปกปิดใบหน้า พร้อมอาวุธสงครามครบมือ คนร้ายแบ่งหน้าที่กันอย่างรู้งาน กลุ่มหนึ่งตรงเข้าไปควบคุมตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของห้าง พร้อมยึดวิทยุสื่อสาร

ก่อนที่คนร้ายที่เหลือจะกรูเข้าไปยังร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ใช้อาวุธข่มขู่พนักงาน แล้วลงมือกวาดทองรูปพรรณในตู้โชว์ไปเกือบหมด ใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 10 นาที ก่อนจะวิ่งหลบหนีออกจากห้าง

ขณะไปขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่ คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ ส.อ.บุริศวร์ ระดาชัย ตำแหน่งนายสิบอาวุธเบา ชป.รพศ.408 ที่มาซื้อของในห้างและวิ่งกลับไปนำอาวุธปืนประจำกายที่เก็บไว้ในรถมายิงสกัด จนได้รับบาดเจ็บ ถูกกระสุนปืนที่ไหล่ขวา ขาซ้าย และเฉี่ยวแก้ม รวม 3 นัด

โดยระหว่างหลบหนีมีคนร้ายอีกจำนวนหนึ่งโปรยตะปูเรือใบ และวางวัตถุต้องสงสัย 2 จุด ตามเส้นทางหลบหนีที่แยกยูเทิร์น บิ๊กซี และแยกอรกานต์

ต่อมามีการตรวจสอบพบว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเป็นถังแก๊สหุงต้ม ซึ่งวางไว้ที่บริเวณถนนหน้ายูเทิร์น พร้อมโปรยตะปูเรือใบบนถนน โดยมีประชาชนที่สัญจรไปมาถูกตะปูเรือใบรถยนต์ได้รับความเสียหายไปหลายคัน

ร้านทองที่เกิดเหตุ

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผบก.สส.จชต. พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.นิยม สุวรรณคง ผกก.สส.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.เจษฎาวิทย์ อินทร์ประพันธ์ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบาะแสคนร้าย

เบื้องต้นทางร้านทองเยาวราชกรุงเทพแจ้งว่า ทองรูปพรรณที่ตู้โชว์ไว้ในร้านเบื้องต้นมีประมาณ 800 บาท คาดว่าคนร้ายปล้นได้ไป 600 บาท มูลค่า 35,670,000 บาท ทั้งนี้ คนร้ายยังได้หยิบไอแพด 1 เครื่อง และมือถืออีก 2 เครื่อง จากร้านขายมือถือใกล้เคียงไปด้วย

พล.ต.ต.ชุมพลระบุว่า กลุ่มคนร้ายทั้งหมดวางแผนมาเป็นอย่างดี คาดว่ามีจำนวน 20 คน แยกกันทำงานเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ปล้นรถยนต์กระบะของชาวบ้าน 2 คัน มาใช้ก่อเหตุ มีจำนวน 5 คน กลุ่มที่ 2 บุกปล้นทองที่ห้าง มีจำนวน 10 คน ส่วนกลุ่มที่ 3 ทำหน้าที่วางระเบิด มีจำนวนประมาณ 5 คน

ส่วนกลุ่มคนร้ายที่บุกปล้นทอง คาดหลบหนีไปเส้นทางสายสากอ-แว้ง ที่สามารถอาศัยช่องทางธรรมชาติหลบหนีไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะที่การติดตามตัวคนร้าย รุ่งขึ้นวันที่ 6 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ร้อย ปชด.ที่ 4 พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน บท 7187 ปัตตานี และรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ ทะเบียน บค 6521 นราธิวาส ที่คนร้ายปล้นมาใช้ก่อเหตุ จอดทิ้งไว้ที่ภายในสวนปาล์มบ้านตอออ หมู่ 1 ต.กายูคละ อ.แว้ง ใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซีย

พ.ต.อ.เฮรามาน เจ๊ะดี ผกก.สภ.แว้ง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.อนุรักษ์ สุริวงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ประยูร สุวรรณโณ สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบ พร้อมขอสนับสนุนชุดอีโอดี และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบว่าคนร้ายลอบวางระเบิดทิ้งไว้ภายในรถยนต์กระบะทั้ง 2 คันหรือไม่อย่างไร

ก่อนที่จะมีการตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝงเพื่อเป็นหลักฐาน

กลุ่มคนร้ายเข้ามาก่อเหตุปล้นทอง

ด้าน กอ.รมน.ภ.4 สน. ระบุว่าเป็นการกระทำของกลุ่ม BRN เป็นสิ่งบอกเหตุแสดงว่ากลุ่มขบวนการขาดเงินทุนในการก่อเหตุ เป็นผลจากการที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อเส้นทางการเงินซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มขบวนการ อาทิ ยาเสพติด สินค้าผิดกฎหมาย และน้ำมันเถื่อน ซึ่งเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มขบวนการ

จึงเป็นสิ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าวมิได้กระทำตามอุดมการณ์ที่อ้างต่อพี่น้องประชาชน เป็นเพียงกลุ่มโจรซึ่งกระทำทุกอย่างเพียงเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและระบบเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ กอ.รมน.ภ.4 สน. ยังประณามการกระทำเยี่ยงโจรดังกล่าว ซึ่งส่งผลต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รวมถึงการไม่คำนึงถึงปากท้องของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

ยังไม่ทันไรก็เกิดเหตุขึ้นมาอีก โดยเมื่อเวลา 00.50 น. วันที่ 7 ตุลาคม สภ.บ้านโสร่ง ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บริเวณริมถนนภายในมหาวิทยาลัยฟาฏอนี พ.ต.อ.วฤทธิ์ เจ๊ะโด ผกก. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ พฐ. เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าตรวจสอบ พบตู้เอทีเอ็มถูกแรงระเบิดทำลายเป็นเศษเหล็ก เศษชิ้นส่วนกระจายเต็มพื้นที่

ใกล้กันพบ รปภ.ของมหาวิทยาลัย 2 นายถูกคนร้ายจับมัดไว้ เบื้องต้นพบคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ตั้งเวลาไว้ให้ทำงานอัตโนมัติ แต่ไม่พบสะเก็ดระเบิด คาดต้องการใช้เพียงแรงอัดเพื่อเปิดช่องเข้าถึงกล่องเก็บเงิน แต่ทำไม่สำเร็จ

รปภ.ทั้ง 2 นายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มคนร้ายจำนวน 4 คน สวมชุดดำปิดบังใบหน้าและถืออาวุธปืนสงคราม เดินลงมาจากเนินเขาด้านหลังมหาวิทยาลัย และแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน

กลุ่มหนึ่งเข้าไปจับ รปภ.ของมหาวิทยาลัย 2 นาย มัดมือไพล่หลังในป้อมยาม และปล้นอาวุธปืนลูกซองประจำกายไป 2 กระบอก

อีกกลุ่มติดตั้งวัตถุระเบิดที่ตู้เอทีเอ็มและทำหน้าที่คุ้มกันพื้นที่โดยรอบ

หลังจุดระเบิดคนร้ายพยายามใช้เครื่องมืองัดตู้เอทีเอ็มเพื่อเอาเงินสด แต่ไม่เป็นผล เนื่องจากกล่องเก็บเงินภายในไม่ได้รับความเสียหาย จึงหลบหนีไปทางเนินเขาด้านหลังซึ่งเป็นเส้นทางเดิมที่ใช้เข้ามา

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเหตุการณ์นี้เป็นความพยายามของกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบที่ต้องการหาเงินไปใช้สนับสนุนการเคลื่อนไหวในพื้นที่ โดยมีลักษณะคล้ายกับเหตุปล้นร้านทองในห้างบิ๊กซี อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และเหตุลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มธนาคารอิสลามฯ สาขาปูยุด อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา คาดอาจเป็นฝีมือกลุ่มเดียวกัน

จากการประเมินของเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง คาดทองรูปพรรณที่กลุ่มคนร้ายได้ไปน่าจะแยกออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนใหญ่น่าจะนำเข้าไปขายหรือแปรรูปในประเทศมาเลเซีย

ส่วนที่เหลือคาดยังอยู่ในมือหรือครอบครองโดยสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ร่วมปฏิบัติการปล้นร้านทอง เพื่อแอบลักลอบหรือแปรรูปผันเป็นเงินใช้เป็นต้นทุนในการเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายในพื้นที่

ตำรวจตรวจที่เกิดเหตุ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการรับน้อง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 คนใหม่ ว่า ไม่ว่าจะรับน้องรับพี่ ต้องมีแผนการในการให้ความปลอดภัยประชาชนเป็นเรื่องของทั้ง บช.ภาค 9 รวมถึงทหาร โดยกองทัพภาคที่ 4 ดูแลในพื้นที่อยู่แล้ว เป็นพื้นที่ที่ประกาศกฎอัยการศึก ดังนั้น ต้องดำเนินการด้วยความเข้มข้นเท่าที่ทำได้

ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม เผยว่า จากที่รับรายงานมาเป็นการก่อเหตุของกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น เข้ามาปฏิบัติการและขนทองหนีกลับไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนการติดตามจับกลุ่มผู้ก่อเหตุและนำทองกลับมาต้องประสานประเทศเพื่อนบ้าน อยากให้รอการดำเนินการของเจ้าหน้าที่

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร. เผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจ บช.ภาค 9 เร่งคลี่คลายคดีนี้โดยเร็วที่สุด ผบ.ตร.ยังกำชับให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศยกระดับมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ โดยให้ตรวจสอบระบบความปลอดภัยของผู้ประกอบการร้านทอง ร้านค้า และพื้นที่อ่อนไหวอื่นๆ ให้มีระบบป้องกันตนเองที่รัดกุมมากขึ้น เช่น ระบบกล้องวงจรปิดที่เชื่อมโยงกับตำรวจ ระบบสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน และช่องทางสื่อสารระหว่างผู้ประกอบการกับตำรวจในพื้นที่ เพื่อให้สามารถแจ้งเหตุได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมสั่งประเมินมาตรการด้านความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้า ร้านทอง และสถานประกอบการสำคัญทั่วประเทศ เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ และยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ก่อเหตุ

ด้วยความที่คนร้ายทำงานเป็นระบบเหมือนมืออาชีพ แถมระหว่างหลบหนียังไม่เจอกับการสกัดของเจ้าหน้าที่ จนมีข่าวลือว่าหรือจะเป็นฝีมือคนมีสี

แต่ล่าสุดการตรวจสอบดีเอ็นเอจากคราบลายนิ้วแฝงของ 1 ใน 10 คนร้ายที่พบบนตู้โชว์สร้อยคอทองรูปพรรณ ตรงกับสมาชิกของผู้ก่อเหตุรุนแรง มีภูมิลำเนาพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ที่ร่วมก่อเหตุคดีความมั่นคงในพื้นที่ อ.ตากใบ 4 คดี

ตัดท่อน้ำเลี้ยงจน BRN กลายเป็น ‘โจรปล้นทอง’ ไปแล้ว ที่ต้องเร่งทำคือการเจรจาสันติสุข เพราะอย่างไรเสียทุกสงครามก็ล้วนจบลงบนโต๊ะเจรจา

หตุระเบิดตู้ATM หน้า ม.ฟาฏอนี
หตุระเบิดตู้ATM หน้า ม.ฟาฏอนี
หตุระเบิดตู้ATM หน้า ม.ฟาฏอนี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘บีอาร์เอ็น’ หาทุนป่วนใต้ บุกปล้นทอง 35 ล้านบาท อุกอาจกลางเมืองโก-ลก พบรอยเผ่นหนีไปมาเลย์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...