ส่งตายายกลับ! สืบสานประเพณีชาวใต้ให้คงอยู่สืบไป
สืบสานประเพณีชาวใต้ – พระพุทธศาสนาคงอยู่สืบไป
พุทธศาสนิกชนแน่นวัด! นำขนมสารทเดือนสิบข้าวปลาอาหาร ร่วมทำบุญ ‘วันสารทเดือนสิบ’ รอบ 2 หรือ ‘วันส่งตายาย’ ลั่น! ปฏิบัติตามหลักคำสอนองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ
บรรยากาศตามวัดต่างๆในพื้นที่ จ.นราธิวาส เนื่องใน ‘วันสารทเดือนสิบ’ รอบ 2 หรือ’วันทำบุญใหญ่ส่งตายาย’ ประจำปี 2568 ซึ่งตรงกับวันจันทร์ที่ 22 ก.ย.2568 วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 พุทธศาสนิกชนเดินทางพร้อมครอบครัว นำข้าวปลาอาหารรวมทั้งขนมสารทเดือนสิบ ที่หาซื้อได้จากพ่อค้าแม่ค้าที่นำมาวางจำหน่ายทั้งหน้าวัดและในวัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่จะเข้าไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ ซึ่งชาวใต้เชื่อว่าเป็นการส่งบรรพบุรุษผู้ล่วงลับเดินทางกลับสู่ปรโลก หลังจากที่ได้รับบุญกุศลจากลูกหลานในช่วงก่อนหน้า
ที่วัดประชาภิรมย์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส เนืองแน่นไปด้วยพุทธศาสนิกชน ทั้งประชาชนในเขตเทศบาลเมือง รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ทางจังหวัดนราธิวาส โดย ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผวจ.นราธิวาส ได้มีหนังสือแจ้งให้ข้าราชการทุกสังกัดสามารถไปร่วมทำบุญ ‘วันสารทเดือนสิบ’ วันนี้ (22 ก.ย.68) ได้โดยไม่ถือเป็นวันลา เพื่อร่วมกันสืบสานประเพณีของชาวใต้ที่มีมาอย่างยาวนานให้คงอยู่ อีกทั้งเพื่อให้พุทธศาสนิกชนเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาสืบไป
สำหรับขนมที่นิยมใช้ในวันทำบุญใหญ่ ได้แก่ ขนมลา, ขนมต้ม, ขนมเจาะหู, ขนมพอง, ขนมบ้า, ขนมดีซำ,ขนมกง หรือขนมไข่ปลา และขนมเทียน
โดย ‘วันรับตายาย’ บุญแรก ตรงกับวันจันทร์ที่ 8 ก.ย.2568 วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 และ ‘วันส่งตายาย’ บุญหลัง คือวันนี้
ความหมายของขนมเดือนสิบ
– ขนมลา เป็นสัญลักษณ์แทนแพรพรรณเครื่องนุ่งห่ม
– ขนมพอง เป็นสัญลักษณ์แทนแพสำหรับบุรพชน ใช้ลอ่งข้ามห้วงมหรรณพ
– ขนมดีซำ เป็นสัญลักษณ์แทนเงินเบี้ย สำหรับใช้สอย
– ขนมบ้า เป็นสัญลักษณ์แทนสะบ้า สำหรับบุรพชนจะได้ใช้เล่นสะบ้า ในวันสงกรานต์
– ขนมกง หรือขนมไข่ปลา เป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องประดับ