โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 21 ก.ย. 68

AEC10NEWs

อัพเดต 21 ก.ย 2568 เวลา 07.08 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2568 เวลา 00.08 น. • AEC10NEWS

1. สรุปสถานการณ์น้ำ และปริมาณฝนสะสม 24 ชม. สูงสุด ได้แก่ ภาคเหนือ : จ.เชียงใหม่ (85 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จ.อุดรธานี (61 มม.) ภาคกลาง : จ.ลพบุรี (21 มม.) ภาคตะวันออก : จ.จันทบุรี (26 มม.) ภาคตะวันตก : จ.ประจวบคีรีขันธ์ (17 มม.) ภาคใต้ : จ.ชุมพร (25 มม.)

สภาพอากาศวันนี้ : ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก จันทบุรี และตราด

คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 22 – 26 ก.ย. 68 ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยบริเวณภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคตะวันออก

2. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม : ปริมาณน้ำรวม 77% ของความจุเก็บกัก (62,030 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 65% (37,909 ล้าน ลบ.ม.)

3.ข่าวประชาสัมพันธ์ : วานนี้ (20 ก.ย. 68) ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 6/2568 โดยมีผู้แทนจังหวัดในพื้นที่ ผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ และลุ่มน้ำชี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมเขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

การประชุมในวันนี้ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ฝน โดยพบว่าระหว่างวันที่ 22 – 30 ก.ย. 68 แนวโน้มจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ เนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “มิแทก” (Mitag) ที่กำลังสลายตัว และพายุโซนร้อน “รากาซา” (Ragasa) ซึ่งแม้พายุจะไม่เข้าประเทศไทยโดยตรง แต่จะส่งผลให้เกิดร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ทำให้มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตามชายขอบของประเทศ ในขณะที่พื้นที่ตอนล่างของภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็จะยังคงมีฝนต่อเนื่อง พร้อมทั้งร่วมกันประเมินสถานการณ์และแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีมติที่ประชุม ดังนี้

1. ให้ สทนช. ภาค 3 ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ เสนอต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำชี พิจารณาปรับแผนการระบายน้ำอ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ จากเดิมระบายน้ำอัตราไม่เกิน 25 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) ต่อวัน เป็นระบายน้ำอัตราไม่เกิน 35 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เพื่อให้การบริหารจัดการมีความประสิทธิภาพมากขึ้น โดยให้ดำเนินการแบบขั้นบันได ซึ่งจะต้องมีการประเมินผลกระทบด้านท้ายน้ำอย่างต่อเนื่อง และสอดรับกับสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่

2. ให้กรมชลประทานปรับลดการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำลำปาว ในช่วงเดือน ต.ค. 68 ซึ่งปัจจุบันได้ระบายน้ำในอัตราสูงสุด 13 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เพื่อช่วยชะลอมวลน้ำไม่ให้ไหลไปรวมกันที่ จ.อุบลราชธานีในช่วงเวลาวิกฤต

3. ให้กรมชลประทานดำเนินการปรับแผนเพิ่มการระบายน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงให้เต็มศักยภาพโดยต้องไม่เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ และเป็นการเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำรองรับปริมาณฝนในช่วงถัดไป และเร่งดำเนินการติดตั้งเครื่องมือช่วยเร่งระบายน้ำ (กาลักน้ำ) พร้อมปรับแผนการระบายน้ำอ่างเก็บน้ำน้ำอูน โดยพิจารณาจากศักยภาพการระบายน้ำของแม่น้ำสงคราม ลำน้ำอูน ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ

4. ให้กรมชลประทานเร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่คอขวดท้ายหนองหารที่ไม่สามารถระบายน้ำได้เต็มศักยภาพ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมที่ประตูระบายน้ำหนองบึง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

5. ให้ทุกหน่วยงานเร่งระบายน้ำให้ออกจากพื้นที่ให้ได้มากที่สุดในช่วงที่ปริมาณฝนและปริมาณน้ำในแต่ละพื้นที่ยังไม่มาก ประกอบกับการคาดการณ์ว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงยังคงต่ำกว่าตลิ่ง และให้บริหารจัดการสอดรับกับสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 20 ก.ย. 68

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...