โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุรินทร์ หายไปนาน!! อภิปราย แซะ! รัฐบาลมีเงินกองอยู่แล้วไม่ต้องออกแรง รัฐบาลมีเงินพร้อมใช้ทันที

TOJO NEWS

อัพเดต 29 ก.ย 2568 เวลา 22.12 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2568 เวลา 00.55 น. • Admin Tojo

จุรินทร์ ชี้ มีในครม.ตำแหน่งชักใบให้เรือเสีย ทำให้ ครม.ไม่สง่างาม การที่นายกฯ กล้าเปิดตัวคนนอกที่เป็นมืออาชีพ แต่สำหรับบางตำแหน่งกลับไม่กล้าเอาออกมาเปิดตัว และทำลับ ๆ ล่อ ๆ

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายในการประชุมร่วมรัฐสภา คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเริ่มต้นแสดงความยินดีกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุว่าเป็นนโยบาย “ควิกวิน” แรกที่สำเร็จตั้งแต่ยังไม่แถลงนโยบาย

นายจุรินทร์ ยืนยันว่า ตนและพรรคประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่จะไม่ค้านทุกเรื่อง โดยจะพิจารณาไปตามเนื้อผ้า ไม่มีอคติ และพร้อมร่วมมือกับฝ่ายค้านอื่นในการตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชนโดยได้อภิปรายภาพรวมนโยบายรัฐบาลว่าเขียนไว้กว้างมากเหมือนมหาสมุทร

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในเอกสารแถลงนโยบายที่ระบุว่า รัฐบาลมีข้อจำกัด 3 ข้อ คือ 1.มีเวลาจำกัด (4 เดือน) 2.ไม่ได้จัดทำงบประมาณ และ 3.เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย นั้น ตนเห็นต่าง เพราะรัฐบาลชุดนี้ต้องอยู่ยาวกว่า 4 เดือน

โดยอาจกินเวลาถึง 8-9 เดือน เนื่องจากจะต้องนับรวมช่วงเวลาตั้งแต่โปรดเกล้าฯ จนถึงวันยุบสภา (4 เดือนกว่า) ช่วงหาเสียง (2 เดือน) และช่วงรอประกาศผลเลือกตั้งจนถึงการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ (2-3 เดือน) ซึ่งไม่ต่างจากรัฐบาลชุดที่แล้วมากนัก และที่สำคัญข้อจำกัดที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการเมืองภาคพิสดาร ซึ่งรัฐบาลเลือกทางเดินนี้ด้วยความเต็มใจ และเชื่อว่ารัฐบาลคงประเมินแล้วว่าคุ้มที่จะแลกการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อไปว่า รัฐบาลชุดใหม่นี้มี "แต้มต่อ" อย่างน้อย 4 ข้อ ที่มากกว่าข้อจำกัดใด ๆ ดังนี้

1. เก้าอี้รัฐมนตรีเหลือเฟือ การที่บางพรรคเข้ามาสนับสนุนโดยไม่ขอตำแหน่ง ทำให้มีเก้าอี้รัฐมนตรีแบ่งปันกัน ถือเป็นยุคที่มีตำแหน่งมากที่สุดยุคหนึ่ง

2. มีเงินกองอยู่แล้วไม่ต้องออกแรง รัฐบาลมีเงินพร้อมใช้ทันที ทั้งงบเหลือจ่ายปี 68 กว่า 6 หมื่นล้านบาท งบปี 69 กว่า 3.78 ล้านล้านบาท และงบฉุกเฉินในอำนาจนายกฯ เกือบ 1 แสนล้านบาท

3. มีนโยบายสำเร็จรูป 5 ข้อ จาก MOA ที่ผู้มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ เตรียมไว้ให้แล้ว สามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที

4. มีภารกิจให้คิดเองแค่ 3 เรื่อง รัฐบาลมีภารกิจหลักแค่ 3 เรื่อง คือ การแถลงนโยบาย การจัดคณะรัฐมนตรี และการทำนโยบายให้สำเร็จ

นายจุรินทร์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่ง ครม. ชุดนี้ประกอบด้วยคนใน และคนนอก โดยชื่นชมว่าตำแหน่งที่เป็นคนนอกส่วนใหญ่ ถูกฝาถูกตัว แต่ก็มีบางตำแหน่งที่น่าเสียดาย กลายเป็นตำแหน่งชักใบให้เรือเสีย ทำให้ ครม.ไม่สง่างาม การที่นายกฯ กล้าเปิดตัวคนนอกที่เป็นมืออาชีพ

แต่สำหรับบางตำแหน่งกลับไม่กล้าเอาออกมาเปิดตัว และทำลับ ๆ ล่อ ๆ จนสุดท้ายก็มีคนหยิบมาวิจารณ์ ถือว่า นายอนุทิน เป็นนายกฯ "นายแน่มาก" ที่กล้าตั้งรัฐมนตรีที่แม้แต่รัฐบาลชุดที่แล้วก็ยังไม่กล้าตั้ง ซึ่งเมื่อตั้งแล้วก็ต้องรับผิดชอบ และขอให้ปฏิบัติภารกิจให้ดีที่สุด

สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยังระบุอีกว่านโยบาย 7 หน้า 5 หมวดของรัฐบาลยังมีข้อบกพร่อง การตั้งโจทย์ปัญหาประเทศ 4 ภัย (เศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม ภัยพิบัติ) ของรัฐบาลนั้นเป็นการตั้งโจทย์ไม่ครบ เนื่องจากขาด ภัยจากการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาอื่น ๆ

ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายจุรินทร์ กล่าวว่ารัฐบาลสามารถทำควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาปากท้องได้ เพราะบทเฉพาะกาลที่เป็นปัญหาใหญ่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว จึงตั้ง 2 คำถามสำคัญให้รัฐบาลตอบ

1. ถ้ามีร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 รัฐบาลชุดนี้จะยกมือสนับสนุนหรือไม่

2. หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแก้ มาตรา 160 (4) (5) ที่กำหนดคุณสมบัติรัฐมนตรีว่าต้องมีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ แล้วเป็นการแก้แบบถอยหลังเข้าคลองรัฐบาลจะสนับสนุนต่อไปหรือไม่

ในส่วนนโยบายด้านความมั่นคงเกี่ยวกับชายแดนไทย-กัมพูชา นายจุรินทร์ ชื่นชมรัฐบาลที่ใช้ยุทธศาสตร์ทหาร-เศรษฐกิจ-การทูต แต่ขอให้ชัดเจนในนโยบายที่ระบุว่า รักษาไว้ซึ่งอธิปไตยนั้น หมายถึง การยึดคืนพื้นที่ตามเส้นเขตแดนที่เป็นสากลที่ถูกครอบครองไปแล้วทั้งหมด ด้วยใช่หรือไม่ และจะดำเนินการเมื่อใด

นอกจากนี้ ยังถามถึงการจัดการบ่อนกัมพูชาที่รุกล้ำเขตแดนไทย ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายจัดการบ่อนผิดกฎหมายให้สิ้นซาก พร้อมถามถึงความชัดเจนในการยกเลิก MOU ปี 43 หรือ 44 ว่าเหตุใดรัฐบาลไม่ตัดสินใจเอง แต่เลือกทำประชามติ พร้อมเสนอแนะว่าให้ดำเนินการควบคู่กับการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่

นายจุรินทร์ ชี้ ว่า 8-9 เดือน ที่รัฐบาลจะอยู่ในตำแหน่งมีอำนาจเต็ม ซึ่งนานพอที่จะคลายทุกข์ให้เกษตรกร แต่กลับพบว่านโยบายเรื่องราคาพืชผล (ข้าว มัน ยาง ปาล์ม ข้าวโพด) เป็นคนละเรื่องกับตอนหาเสียง ซึ่งเคยเสนอราคาข้าวเปลือก 1.8 หมื่นบาท/เกวียน พร้อมทั้งระบุว่าขณะนี้ชาวนาขายข้าวได้ต่ำสุดในรอบ 20 ปี เหลือ 5-6 พันบาท/เกวียน เนื่องจากปัญหาค่าเงินบาทแข็งและการแข่งขันการส่งออกที่สูงขึ้น จึงขอให้รัฐบาลรับการบ้านไปแก้ปัญหาโดยด่วน ทั้งการระบายข้าวและหาวิธีดึงราคาสินค้าเกษตรอื่นๆ

นายจุรินทร์ ได้สนับสนุนนโยบายคนละครึ่ง ที่นำกลับมาใช้เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ แต่ตั้งข้อสังเกตเรื่องไทม์ไลน์การดำเนินการที่จะมี เฟส 2 ในช่วง ธ.ค.-ม.ค. ซึ่งอาจจะตรงกับการยุบสภาและเลือกตั้งพอดี จึงมองว่าอาจกลายเป็นนโยบายที่ผสมผสานระหว่าง เศรษฐกิจครึ่ง การเมืองครึ่ง เพื่อหาคะแนนนิยม

สำหรับนโยบายของรัฐบาลที่จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ทางการเมืองอย่างเด็ดขาดถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่นายจุรินทร์ ได้ตั้งคำถามว่า หากหน่วยงานเช่น DSI ยังเดินหน้าทำคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองอยู่ จะถือว่าเข้าข่ายทำผิดตามนโยบายนี้หรือไม่

สุดท้าย นายจุรินทร์ ได้ฝาก 5 คาถา ให้รัฐบาลอนุทินว่า

คาถาข้อที่ 1 ขอให้รัฐบาลระลึกถึงคำถวายสัตว์ปฏิญาณไว้เสมอ ที่ระบุว่า “ไม่โกง” เพราะโกงก็จะมีอันเป็นไป และ “ทวน” เป็นอาวุธ มีไว้รบกับเขมร แต่ไม่ได้มีไว้ให้ทิ้งก่อนยุบสภา

คาถาข้อที่ 2 อย่าใช้ระบบเล่นพรรคเล่นพวกเหมือนบางยุค ที่มีการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะจะทำให้คนดีหมดกำลังใจ และทำลายอนาคตของประเทศ

คาถาข้อที่ 3 อย่าเลือกปฏิบัติ อย่าเลือกพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือกมา เพราะทุกพื้นที่ต่างเป็นคนไทยเหมือนกัน

คาถาข้อที่ 4 อย่าลุแก่อำนาจซ้ำรอยอดีต จากที่เคยเห็นมาแล้วมีทั้งอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ทั้งผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ทั้งองค์กรอิสระ ถ้าเผลอตัวเมื่อไหร่จะจบไม่สวย

คาถาข้อที่ 5 อย่าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพราะนอกจากเป็นการทำลายระบบนิติรัฐแล้ว ยังเป็นของแสลง

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...