โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์ ประกาศเพิ่มภาษีอินเดียเป็น 50% เพื่อลงโทษการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย

THE STANDARD

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 01.19 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 01.19 น. • thestandard.co
ทรัมป์ ประกาศเพิ่มภาษีอินเดียเป็น 50% เพื่อลงโทษการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียขึ้นอีก 25% รวมเป็นทั้งหมด 50% เพื่อลงโทษการที่อินเดียยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ท่ามกลางความตึงเครียดจากสงครามยูเครน และก่อนหน้าที่ชุดภาษีขาเข้าฉบับใหม่ของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ในวันพฤหัสบดีนี้

ทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวันพุธว่าคำสั่งนี้มีผลในอีก 21 วัน โดยจะซ้อนทับบนอัตราภาษี 25% ที่ Trump เพิ่งประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนการตัดสินใจของ Trump มีขึ้นไม่นานหลังจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียเกี่ยวกับสงครามในยูเครนล้มเหลวในการหาทางออก อินเดียปกป้องการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อเศรษฐกิจของตน แต่นั่นยังไม่สามารถเปลี่ยนใจ Trump ได้

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอินเดียออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า คำสั่งของ ทรัมป์ ‘ไม่ยุติธรรม ไม่มีเหตุผล และเกินเลยความเหมาะสม’ พร้อมยืนยันว่า “รัฐบาลอินเดียจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ”

ภาษีชุดใหม่ของทรัมป์ถือเป็นหัวใจสำคัญในแผนฟื้นฟูการผลิตภายในประเทศ ลดการขาดดุลการค้า และเพิ่มรายได้ของรัฐบาลกลาง แม้จะมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งในด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทาน

แม้ทรัมป์จะเปิดช่องให้มีการเจรจาต่อไป แต่เขายังยืนกรานใช้มาตรการแข็งกร้าวต่ออินเดีย หลังจากที่การเจรจาหลายเดือนล้มเหลว โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ไม่ยอมเปิดตลาดให้นำเข้าสินค้าสหรัฐฯ และยังเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ซึ่ง ทรัมป์ มองว่าเป็นการรวมตัวที่ขัดกับผลประโยชน์ของตะวันตก นอกจากนี้อินเดียปฏิเสธที่จะนำเข้าสินค้าเกษตรเพิ่มจากสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการปกป้องเกษตรกรและอุตสาหกรรมนมในประเทศ

ท่าทีของทรัมป์ในครั้งนี้ สวนทางกับช่วงวาระแรกที่เขามีความสัมพันธ์อันดีกับโมดี โดยช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทรัมป์ได้วิจารณ์เศรษฐกิจอินเดียว่า ‘ล่มสลาย’ และกล่าวหาว่าชาวอินเดีย ‘ไม่แยแสต่อความทุกข์ของชาวยูเครน’ ขณะที่อินเดียเองก็ไม่พอใจที่ทรัมป์เคยอ้างว่า เขามีบทบาทสำคัญในการไกล่เกลี่ยปัญหาอินเดีย–ปากีสถานเมื่อต้นปีนี้

RBI มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.5%

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (6 สิงหาคม) ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.5% ท่ามกลางกระแสขู่ขึ้นภาษีสินค้าจากอินเดียโดยประธานาธิบดี ทรัมป์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การตัดสินใจดังกล่าวสอดคล้องกับความคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์ และเกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางเพิ่งลดดอกเบี้ยแบบเกินคาดลงถึง 0.50% ในการประชุมเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ผู้ว่าการธนาคารกลาง Sanjay Malhotra แถลงการณ์นโยบายการเงินว่าคณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ โดยแม้ความท้าทายด้านการค้าโลกยังคงอยู่ แต่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มลดลงเล็กน้อย หลังการประกาศคงดอกเบี้ย ดัชนี Nifty 50 ของตลาดหุ้นอินเดียลดลง 0.18% ขณะที่ Sensex ปรับตัวลงเล็กน้อย ส่วนค่าเงินรูปีแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย มาอยู่ที่ระดับ 87.72 ต่อดอลลาร์

การคงดอกเบี้ยของ RBI ครั้งนี้ มีขึ้นในช่วงเวลาที่อินเดียเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐฯ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอินเดียกับรัสเซีย โดยเมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ ได้วิจารณ์อินเดียอย่างหนักจากการซื้อทั้งน้ำมันและอาวุธจากรัสเซีย พร้อมขู่ว่าจะเพิ่มภาษีและบทลงโทษ RBI ชี้ว่า แม้เศรษฐกิจในประเทศยังแข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่น แต่แนวโน้มอุปสงค์จากต่างประเทศยังคงไม่แน่นอน

Malhotra เปิดเผยว่า จากการลดดอกเบี้ยแรงถึง 0.50% ในเดือนมิถุนายน ทำให้เหลือพื้นที่จำกัดในการใช้นโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ดังนั้นคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) จะเปลี่ยนจุดยืนจาก ‘ผ่อนคลาย’ เป็น ‘เป็นกลาง’ การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่า คณะกรรมการจะประเมินข้อมูลเศรษฐกิจใหม่ที่เข้ามาอย่างรอบคอบ และพิจารณาทิศทางของนโยบายการเงินตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...