โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชน. บุกร้อง ปค. แฉขบวนการส่วยสัญชาติ ‘กัณวีร์’ จี้ อนุทิน เร่งแก้ปัญหา ชง5ข้อเสนอ

Khaosod

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 06.20 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 04.41 น.
ปชน. บุกร้อง ปค. แฉขบวนการส่วยสัญชาติ ‘กัณวีร์’ จี้ อนุทิน เร่งแก้ปัญหา ชง5ข้อเสนอ

วิโรจน์-สมดุลย์ บุกร้องกรมการปกครอง แฉขบวนการจ่ายส่วยสัญชาติ เรียกเงินหลักหมื่น คาดเงินสะพัด 2,400 ล้าน “กัณวีร์” จี้ อนุทิน เร่งแก้ปัญหา ชง 5 ข้อเสนอ

วันที่ 18 ก.ย. 2568 ที่กรมการปกครอง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายสมดุลย์ อุตเจริญ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง กรณีมีการเรียกรับผลประโยชน์หลักหมื่นบาทจากชาวบ้านที่ประสงค์จะทำบัตรประชาชนตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2567

นายวิโรจน์ กล่าวว่า จากกรณี นายสมดุลย์ ลงพื้นที่รับข้อร้องเรียนจากประชาชนใน อ.ฝาง อ.แม่อาย และอ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จากการขอสัญชาติและการทำบัตรประชาชน ตามมติครม. เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2567 ซึ่งมติดังกล่าวไม่ได้เป็นการให้สัญชาติแก่แรงงานต่างชาติหรือชาวต่างชาติผู้หนีภัยสงคราม แต่เป็นการปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้นสำหรับประชาชนจำนวน 483,626 คน

โดยครอบคลุมถึงกลุ่มที่ได้มีการสำรวจและขึ้นทะเบียนไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 หรือกว่า 25 ปีมาแล้ว กลุ่มประชาชนที่สำรวจเพิ่มเติมในช่วงปี พ.ศ. 2548-2554 และผู้ที่ถูกตกหล่นจากการสำรวจก่อนหน้า รวมถึงบุตรที่เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยผู้ที่จะได้รับสัญชาติต้องอยู่อาศัยต่อเนื่องในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 15 ปี และต้องมีเลขบัตรประชาชนประเภท 6 ประเภท 0 กลุ่ม 89 และกลุ่ม 00

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ตามระเบียบราชการ ประชาชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมติ ครม. 29 ต.ค. 2567 ต้องชำระค่าธรรมเนียมเพียง 160 บาทเท่านั้น แต่ประชาชนจำนวนมากใน อ.ฝาง อ.แม่อาย และอ.ไชยปราการ กลับถูกเรียกรับผลประโยชน์เป็นเงินหลักหมื่นบาท เพื่อขอสัญชาติและจัดทำบัตรประชาชน

ซึ่งปัญหาในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ เพียงแห่งเดียว เพราะจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่ จ.ระนอง ที่ถูกขู่บังคับให้จ่ายค่าลายเซ็นเป็นเงินหลายหมื่นบาทในการขอสัญชาติและทำบัตรประชาชน ทั้งๆ ที่ผ่านการตรวจพิสูจน์หลักฐานและตรวจ DNA ยืนยันแล้วว่าเป็นคนไทยโดยชัดเจน

ตน และนายสมดุลย์ เชื่อว่าพฤติกรรมในการเรียกรับส่วยสัญชาติในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ อ.ฝาง อ.แม่อาย และอ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เท่านั้น แต่อาจเกิดขึ้นในหลายจังหวัดทั่วประเทศ หากกลุ่มเป้าหมายจำนวน 483,626 คน มีเพียงร้อยละ 25 ที่ต้องจ่ายส่วยสัญชาติในอัตราคนละ 20,000 บาท จะเท่ากับว่าการเรียกรับผลประโยชน์ครั้งนี้อาจมีมูลค่าสูงถึง 2,400 ล้านบาท

ด้วยเหตุนี้จึงมายื่นหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมการปกครองในวันนี้ โดยเราจะติดตามอย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าค่าธรรมเนียมที่จะต้องจ่ายมีเพียงคนละ 160 บาทเท่านั้น หากมีการเรียกรับผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นหลักพันหรือหลักหมื่นบาท ถือเป็นการเรียกรับสินบน และเป็นการคอร์รัปชันอย่างชัดเจน

ประชาชนที่ถูกเรียกรับเงินควรเก็บหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย ข้อความแชท คลิปเสียง หรือคลิปวิดีโอ แล้วส่งมายังเพจเฟซบุ๊กของนายสมดุลย์โดยทันที เพื่อเร่งประสานให้อธิบดีกรมการปกครองดำเนินการและเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด

ด้าน นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม แถลงข่าวที่รัฐสภา กรณีการเรียกรับส่วยเพื่อขอสัญชาติว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนลงพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งรับฟังจากประชาชนในพื้นที่ มีการเรียกเก็บเงินในการขอสถานะบุคคลจากคนไร้สัญชาติ ตามมติของครม. เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2567 ซึ่งมีการเรียกเก็บเงินตั้งแต่ 3,000-40,000 บาท

หากคำนวณจากคนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทยจำนวน 483,626 คน และต้องจ่ายเงินคนละ 5 พันบาท ทำให้มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท เป็นเงินที่อยู่นอกระบบใต้พรม รัฐบาลจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญ โดยตนมีข้อเสนอ 5 ข้อ ได้แก่

1.เร่งปราบคอร์รัปชั่นให้ชัดเจนรวดเร็ว ไม่เช่นนั้น ประชาชนกลุ่มชาติพันธ์ที่อยู่บริเวณชายแดนไทยและพื้นที่อื่น จะต้องเสียเงินจำนวนมาก

2.จะต้องมีมาตรการจากส่วนกลาง แต่ละจังหวัดและแต่ละอำเภอ จะให้คนไร้สัญชาติเข้าถึงขั้นตอนได้อย่างไร เนื่องจากขณะนี้ ในแต่ละพื้นที่ใช้มาตรการไม่เหมือนกัน จึงมีช่องว่างให้เจ้าหน้าที่รัฐตั้งแต่ระดับสูงถึงล่าง เรียกรับเงินจากประชาชน

3.อำเภอและจังหวัดจะต้องเคลื่อนที่ไปหาประชาชน ไม่ใช่ให้ประชาชนเข้าหา

4.ต้องใช้งบประมาณ กำลังพล และอุปกรณ์ โดยกระทรวงมหาดไทยต้องจัดสรรงบประมาณให้กับท้องถิ่น

5.จำเป็นต้องมีกรอบเวลาในการให้สัญชาติกับคนจำนวน 4 แสนกว่าคน

นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่า ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ท่านมาถามว่า เรื่องส่วยสัญชาติคืออะไร พอเรียนให้ทราบ นายอนุทินก็บอกว่ายังไม่มีอำนาจเต็ม ตนจึงบอกไปว่า มีอำนาจเต็มเมื่อไหร่ต้องจัดการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ หลังจากที่ตนลงพื้นที่ใน จ.เชียงใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าได้จัดทำมาตรการต่างๆ พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการคอร์รัปชันเรียกรับสินบน แต่ล่าสุดที่ อ.ฝาง ยังมีการเรียกรับเงิน ตนจึงได้แจ้งไปยังผู้ว่าฯ แต่ก็ไม่สามารถจัดการอะไรได้

ตนจึงตั้งคำถามว่า เหตุใดถึงทำไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่ามีการรับสินบน แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เลย ทำให้รู้สึกว่ายังมีช่องว่างมากมาย แค่อำเภอเดียวของ 1 จังหวัด แต่คนไร้สัญชาติอยู่ในหลายจังหวัดของไทย

ตนจึงขอเรียกร้องให้แก้ปัญหานี้โดยด่วน ส่วนราชการอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีเจตจำนงทางการเมืองด้วย โดยเฉพาะนายอนุทิน ต้องออกมาตรการ การคอร์รัปชันต้องไม่มีอีกต่อไป ส่วยสัญชาติยังมีอยู่ ยังไม่จบ ประเทศไทยอยู่ในคอร์รัปชันมาอย่างยาวนาน

นายกัณวีร์ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าจะนำคนผิดมาลงโทษได้ หากจัดการเร่งด่วนก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้ แต่ตนกังวลว่าภาคการเมืองจะมีเจตจำนงในเรื่องนี้อย่างไร เพราะการปราบคอร์รัปชันเป็นสิ่งสำคัญ และจะต้องออกมาจากฝ่ายบริหาร คือนายกฯ

ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะมีมูลค่าความเสียหาย 2,500 ล้านบาท และยังไม่ทราบว่าเส้นทางการเงินไปถึงตรงไหนบ้าง หากนายอนุทินบอกชัดเจนว่าจัดการได้ ก็แก้ปัญหาได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปชน. บุกร้อง ปค. แฉขบวนการส่วยสัญชาติ ‘กัณวีร์’ จี้ อนุทิน เร่งแก้ปัญหา ชง5ข้อเสนอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...