โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อยุธยาไม่ได้ทำลาย “เมืองพระนคร” จนเขมรย้ายหลวงเมืองหนี แต่ยึดและปกครอง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 07.40 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2568 เวลา 12.57 น.

มีข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับช่วงท้าย ๆ ของอาณาจักรเขมรแห่งเมืองพระนคร เรารู้เพียงว่าในปลายพุทธศตวรรษที่ 19 อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่แห่งนี้เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว และรู้ตัวอีกทีก็ถึงคราวล่มสลาย เมื่อกองทัพอยุธยาสามารถพิชิตนครธม ศูนย์กลางอาณาจักรได้ใน พ.ศ. 1974

กองทัพอยุธยาไม่ได้ทำลายเมืองพระนคร

เรื่องเข้าใจผิดอย่างหนึ่งในเหตุการณ์ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2(เจ้าสามพระยา) กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงตีนครธมแตกใน พ.ศ. 1974 คือการบอกว่ากองทัพอยุธยาทำลายเมือง “ราบคาบ” จนเขมรต้องย้ายเมืองหลวงไปที่อื่น เพราะความจริงแล้วราชสำนักอยุธยายึดเมืองพระนครและปกครองที่นั่นต่อไป

สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ยังโปรดให้พระราชโอรสพระนามว่า “พระนครอินทร์”ไปครองเมืองพระนครด้วย

สมัยนั้นการทำสงครามเป็นไปในลักษณะการขยายพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ แสดงถึงความเป็นพระจักรพรรดิราช หรือราชาเหนือราชาทั้งปวง กรุงศรีอยุธยายึดเมืองพระนครให้มาอยู่ใต้อำนาจแล้วยังคงให้ชาวเขมรอาศัยต่อไป โดยให้ส่งบรรณาการมาถวาย ไม่ได้ทำลายบ้านเมืองหรือปล้นสะดมจนเมืองร้างผู้คน

แม้ราชสำนักอยุธยาจะส่งเจ้านายมาปกครอง แต่คนกลุ่มใหญ่ก็ยังเป็นชาวเขมร สุดท้ายพวกเขาก็พยายามปลดแอกตนเองเป็นอิสระ ซึ่งก็จะคาบเกี่ยวกับช่วงที่ราชสำนักกรุงศรีอยุธยากำลังทำสงครามภายใน คือศึกสองราชวงศ์ระหว่างละโว้กับสุพรรณภูมิ เรื่อยมาถึงสงครามกับพม่า แผ่นดินเขมรจึงสามารถปกครองตนเองได้

อย่างไรก็ตาม เขมรเลือกที่จะย้ายศูนย์กลางอำนาจ จากเมืองพระนครลงมาอยู่ทางตอนใต้ ในแถบที่ใกล้แม่น้ำโขงมากขึ้น แต่ไม่ใช่เพื่อหนีกองทัพของกรุงศรีอยุธยาเพียงอย่างเดียว เพราะในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อยุธยาก็ยกกองทัพไปตีถึงเมืองละแวกได้อยู่ดี นักวิชาการหลายคนให้ความเห็นถึงการย้ายเมืองหลวงไปทางใต้ว่า มีเหตุปัจจัยมาจากเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า

เพราะในช่วงเวลานั้นการค้าทางทะเลกำลังคึกคักอย่างมาก ราชวงศ์หมิงของจีนส่งเสริมการค้าสำเภาทดแทนการค้าในเส้นทางสายไหมทางบก เมืองพระนครซึ่งตั้งอยู่ไกลจากชายฝั่ง จึงไม่ตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจ การย้ายเมืองลงมาใกล้แม่น้ำโขงที่สะดวกต่อการเดินเรือ เหมาะสมสำหรับใช้เป็นเมืองท่าทำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า เป็นผลดีมากกว่าการตั้งศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่เมืองพระนคร

หลังจากย้ายเมืองหลวงแล้ว เมืองพระนครก็ไม่ได้ร้างไปเสียทีเดียว เพราะยังปรากฏหลักฐานการเดินทางมาจาริกแสวงบุญที่ปราสาทนครวัดอยู่ แปลว่าเรื่องราวของเมืองพระนครไม่ได้ถูกหลงลืมไปเลย สิ่งที่สูญสลายไปจริง ๆ คือความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเขมรที่ไม่อาจหวนคืนอีก พร้อม ๆ กับเมืองพระนครที่ค่อย ๆ รกร้างผู้คน จนถูกต้นไม้และผืนป่าเข้ามาปกคลุมแทนที่

ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเราตัดสินไปเลยว่า การสิ้นสุดของอาณาจักรเขมรแห่งเมืองนครเป็นผลลัพธ์จากสงครามกับอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 1974 เท่านั้น อาจเป็นข้อสรุปที่ค่อนข้าง “ห้วน” ไปเสียหน่อย เพราะจริง ๆ แล้วเหตุแห่งการล่มสลายถูกบ่มเพาะมานาน และมีปัจจัยแวดล้อมอีกหลายเรื่องทีเดียว…

อะไรคือต้นเหตุความเสื่อมโทรมและล่มสลายของอาณาจักรอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ย้อนเวลาไปเจาะลึกประเด็นนี้ได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY อวสานเขมรสมัยพระนคร ปิดฉากยุครุ่งโรจน์แห่งอังกอร์”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อยุธยาไม่ได้ทำลาย “เมืองพระนคร” จนเขมรย้ายหลวงเมืองหนี แต่ยึดและปกครอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...