อยุธยาไม่ได้ทำลาย “เมืองพระนคร” จนเขมรย้ายหลวงเมืองหนี แต่ยึดและปกครอง
มีข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับช่วงท้าย ๆ ของอาณาจักรเขมรแห่งเมืองพระนคร เรารู้เพียงว่าในปลายพุทธศตวรรษที่ 19 อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่แห่งนี้เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว และรู้ตัวอีกทีก็ถึงคราวล่มสลาย เมื่อกองทัพอยุธยาสามารถพิชิตนครธม ศูนย์กลางอาณาจักรได้ใน พ.ศ. 1974
กองทัพอยุธยาไม่ได้ทำลายเมืองพระนคร
เรื่องเข้าใจผิดอย่างหนึ่งในเหตุการณ์ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2(เจ้าสามพระยา) กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงตีนครธมแตกใน พ.ศ. 1974 คือการบอกว่ากองทัพอยุธยาทำลายเมือง “ราบคาบ” จนเขมรต้องย้ายเมืองหลวงไปที่อื่น เพราะความจริงแล้วราชสำนักอยุธยายึดเมืองพระนครและปกครองที่นั่นต่อไป
สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ยังโปรดให้พระราชโอรสพระนามว่า “พระนครอินทร์”ไปครองเมืองพระนครด้วย
สมัยนั้นการทำสงครามเป็นไปในลักษณะการขยายพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ แสดงถึงความเป็นพระจักรพรรดิราช หรือราชาเหนือราชาทั้งปวง กรุงศรีอยุธยายึดเมืองพระนครให้มาอยู่ใต้อำนาจแล้วยังคงให้ชาวเขมรอาศัยต่อไป โดยให้ส่งบรรณาการมาถวาย ไม่ได้ทำลายบ้านเมืองหรือปล้นสะดมจนเมืองร้างผู้คน
แม้ราชสำนักอยุธยาจะส่งเจ้านายมาปกครอง แต่คนกลุ่มใหญ่ก็ยังเป็นชาวเขมร สุดท้ายพวกเขาก็พยายามปลดแอกตนเองเป็นอิสระ ซึ่งก็จะคาบเกี่ยวกับช่วงที่ราชสำนักกรุงศรีอยุธยากำลังทำสงครามภายใน คือศึกสองราชวงศ์ระหว่างละโว้กับสุพรรณภูมิ เรื่อยมาถึงสงครามกับพม่า แผ่นดินเขมรจึงสามารถปกครองตนเองได้
อย่างไรก็ตาม เขมรเลือกที่จะย้ายศูนย์กลางอำนาจ จากเมืองพระนครลงมาอยู่ทางตอนใต้ ในแถบที่ใกล้แม่น้ำโขงมากขึ้น แต่ไม่ใช่เพื่อหนีกองทัพของกรุงศรีอยุธยาเพียงอย่างเดียว เพราะในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อยุธยาก็ยกกองทัพไปตีถึงเมืองละแวกได้อยู่ดี นักวิชาการหลายคนให้ความเห็นถึงการย้ายเมืองหลวงไปทางใต้ว่า มีเหตุปัจจัยมาจากเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า
เพราะในช่วงเวลานั้นการค้าทางทะเลกำลังคึกคักอย่างมาก ราชวงศ์หมิงของจีนส่งเสริมการค้าสำเภาทดแทนการค้าในเส้นทางสายไหมทางบก เมืองพระนครซึ่งตั้งอยู่ไกลจากชายฝั่ง จึงไม่ตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจ การย้ายเมืองลงมาใกล้แม่น้ำโขงที่สะดวกต่อการเดินเรือ เหมาะสมสำหรับใช้เป็นเมืองท่าทำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า เป็นผลดีมากกว่าการตั้งศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่เมืองพระนคร
หลังจากย้ายเมืองหลวงแล้ว เมืองพระนครก็ไม่ได้ร้างไปเสียทีเดียว เพราะยังปรากฏหลักฐานการเดินทางมาจาริกแสวงบุญที่ปราสาทนครวัดอยู่ แปลว่าเรื่องราวของเมืองพระนครไม่ได้ถูกหลงลืมไปเลย สิ่งที่สูญสลายไปจริง ๆ คือความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเขมรที่ไม่อาจหวนคืนอีก พร้อม ๆ กับเมืองพระนครที่ค่อย ๆ รกร้างผู้คน จนถูกต้นไม้และผืนป่าเข้ามาปกคลุมแทนที่
ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเราตัดสินไปเลยว่า การสิ้นสุดของอาณาจักรเขมรแห่งเมืองนครเป็นผลลัพธ์จากสงครามกับอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 1974 เท่านั้น อาจเป็นข้อสรุปที่ค่อนข้าง “ห้วน” ไปเสียหน่อย เพราะจริง ๆ แล้วเหตุแห่งการล่มสลายถูกบ่มเพาะมานาน และมีปัจจัยแวดล้อมอีกหลายเรื่องทีเดียว…
อะไรคือต้นเหตุความเสื่อมโทรมและล่มสลายของอาณาจักรอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ย้อนเวลาไปเจาะลึกประเด็นนี้ได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY อวสานเขมรสมัยพระนคร ปิดฉากยุครุ่งโรจน์แห่งอังกอร์”
อ่านเพิ่มเติม :
- ปิดฉาก “เมืองพระนคร” บ้านเมืองล่มสลาย ผู้คนถูกกวาดต้อน เหตุสงคราม “อยุธยา” บุก “เขมร”
- “เพลงชาติกัมพูชา” กับการรำลึกอดีตอันยิ่งใหญ่ ทั้ง 4 เวอร์ชันล้วนมีปราสาทหิน-เมืองพระนคร
- ทิ้งเมืองพระนคร ตั้งเมืองหลวงใหม่ หลังสงครามกับอยุธยาปี 1974
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 กันยายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อยุธยาไม่ได้ทำลาย “เมืองพระนคร” จนเขมรย้ายหลวงเมืองหนี แต่ยึดและปกครอง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com