โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กทม.จ่ายปิด หนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว 3.6 หมื่นล้านบาท ให้ BTS ดึง D/E ลงมาที่ 1 เท่า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ต.ค. 2568 เวลา 17.22 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568 เวลา 10.22 น.

กทม.จ่ายปิด หนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว 3.6 หมื่นล้านบาท ให้ BTS ดึง D/E ลงมาที่ 1 เท่า จาก 1.39 เท่า พร้อมหนุนค่าโดยสาร 40 บาท

วันที่ 30 ตุลาคม 2568 นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS เปิดแถลงข่าวว่า บริษัทเพิ่งได้รับการชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถส่วนต่อขยายสายสีเขียวจาก กทม.เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ รวมดอกเบี้ยแล้วเป็นเงิน 36,444 ล้านบาท หลังจากรอคอยมานาน ทำให้รู้สึกดีใจ และจากการได้รับชำระหนี้ดังกล่าวทำให้ BTS สามารถลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) จาก 1.39 เท่า มาที่ 1 เท่า หลังจากบริษัทนำเงินไปชำระหนี้ 1.5 หมื่นล้านบาท และส่วนที่เหลือราว 2 หมื่นล้านบาทจะนำไปเตรียมการลงทุนในระยะถัดไป

"ดึใจที่สุดท้าย ผู้ว่าฯชัชชาติ เข้าใจและจ่ายหนี้ที่ค้างบริษัทมา ที่เป็นค่าจ้างเดินรถ O&M ส่วนต่อขยายสายสีเขียวได้จ่ายให้เราทั้งหมดประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท ผมดีใจเพราะว่าที่ผ่านมาหลายปีบริษัทมีความกดดันทวงถามหนี้จากกทม. กทม.ก้ยังใช้เวลาพิจารณานาน แต่ที่ผ่านมาเราก็มีค่าใช้จ่ายต่างๆ จากนี้ไปผมคิดว่าภาระนี้ไม่ต้องกดดันอีกแล้ว เพราะเข้าใจว่าทาง กทม.ทุกวันที่ 20 จะจ่ายให้เราทุกเดือน" นายคีรี กล่าว

นายคีรี กล่าวอีกว่า ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมาแม้ว่าบริษัทจะยังไม่ได้รับการชำระหนี้จาก กทม. แต่บริษัทพยายามทุกอย่างเพื่อให้สามารถเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวได้อย่างราบรื่น บริการให้กับผู้โดยสารทุกวัน โดยความเป็นจริงแม้ว่า BTS ได้รับดอกเบี้ยมาจาก กทม.กว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่มีกำไรมากกว่าต้นทุนที่ BTS จ่ายไป ก็ไม่ได้ยินดีกับดอกเบี้ยที่ได้รับ และไม่ได้ทำงานเพื่อจะเอากำไรจากดอกเบี้ย แต่มองว่าเสียโอกาสธุรกิจมากกว่า อย่างไรก็ดี บริษัทได้ลดดอกเบี้ยให้ กทม. 200 ล้านบาทเมื่อ กทม.รับปากจะชำระหนี้ภายในเดือน ต.ค.

วันนี้ BTS มีสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย และหวังว่า กทม.จะจ่ายค่าจ้างให้ตรงเวลาในทุกวันที่ 20 ของเดือน โดยบริษัทจะแจ้งชำระในวันที่ 3 ของเดือน ก็จะทำให้ กทม.ไม่มีภาระหนี้อีก ทั้งนี้ กทม.และ BTS ได้เซ็น MOU ในการชำระค่าจ้างเดินรถตรงเวลาทุกเดือนแล้ว ก็หวังว่าจะไม่มีอะไรคลาดเคลื่อนอีก

ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการ BTS และ และผู้อำนวยการใหญ่สายธุรกิจ MOVE หรือ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) กล่าวเพิ่มเติมว่า หนี้ที่บริษัทได้รับชำระจาก กทม. มาจากหนี้สัญญาการเดินรถที่บริษัทฟ้องเรียกชำระครั้งที่ 2 จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท และหนี้ค้างชำระที่เดินรถตั้งแต่ มิ.ย.64-ก.ย.68 อีก 2.4 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายทั้ง 2 ด้านคิดเป็นเงิน 740 ล้านบาท/เดือน แต่หากสัญญาสัมปทานในเส้นทางหลัก (อ่อนนุช-หมอชิต, สะพานตากสิน-สนามกีฬาฯ) สิ้นสุดในปี 72 แล้วทาง กทม.ว่าจ้างให้บริษัทเดินรถต่อเนื่องตั้งแต่ปี 73-85 จะทำให้ BTS จะได้รับค่าจ้างเดินรถสายสีเขียวทั้งเส้นทางเป็นเงิน 1,300-1,400 ล้านบาท/เดือน

นายคีรี กล่าวว่า จากที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีมีแนวคิดค่ารถไฟฟ้าแบบเหมาจ่าย 40 บาท/วัน ถือว่าราคาถูกกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วที่มีนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย/เที่ยว รวมถึงการซื้อคืนสัมปทานจากเอกชนผู้รับสัมปทานเพื่อไปดำเนินการเป็น Single Operate ถือเป็นแนวคิดที่ดี เพราะทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกสบาย ลดมลพิษ แก้ปัญหาจรจาจรได้

นอกจากนี้ มองว่าหากรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายรถไฟฟ้าเหมาจ่าย 40 บาท/วันได้จะช่วยหนุนการเติบโตผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 50-60% จากผู้ใช้รถไฟฟ้าทุกสายรวมกันกว่า 2 ล้านคน/วัน ซึ่งในช่วงที่รัฐบาลได้ให้ประชาชนขึ้นรถไฟฟ้าฟรีในช่วงที่ฝุ่น PM2.5 มากขึ้น ทำให้ผู้โดยสารของบีทีเอส เพิ่มขึ้น 40% นอกจากนี้ โครงข่ายรถไฟฟ้านับวันจะเพิ่มมากขึ้น ยิ่งต่อการบริหารของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลจะซื้อคืนสัมปทานในช่วงนี้ก็ต้องคืนต้นทุนที่บริษัทได้ลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวด้วย ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีเขียวเส้นหลักที่ BTS ขายสิทธิรายได้ให้กับกองทุน BTSGIF รัฐบาลก็ต้องซื้อจากกองทุน BTSGIF ผ่าน BTS ด้วย

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...