คาดปิดด่านเขมรยาวถึงปีหน้า ธุรกิจวอนเยียวยาเหมือนโควิด
นักธุรกิจกังวล “ปิดด่าน” ชายแดนไทย-กัมพูชา ลากยาวถึงต้นปี 2569 ดับฝันการค้า กระทบหนักธุรกิจส่งออก ท่องเที่ยววูบ 60% ขณะที่หลายธุรกิจดิ้นปรับตัวหาตลาดใหม่ทดแทน คาดใช้เวลา 2-3 ปีกว่าจะกลับมาปกติ จี้รัฐออกมาตรการกระตุ้น หรือใช้โมเดลเยียวยาเหมือนช่วงสถานการณ์โควิด-19
ภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพมีมติให้ “คงการปิดด่าน” ทั้งจุดผ่านแดนถาวรและจุดผ่อนปรนทางการค้าต่อไป จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติและมั่นใจได้ว่ากัมพูชาไม่เป็นภัยคุกคามต่อไทยนั้น นายเทอดศักดิ์ วงษ์โพธิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า โอกาสเป็นไปได้ยากที่จะกลับมาเปิดด่าน คิดว่าคงใช้ระยะอีกยาวนาน อาจจะถึงต้นปี 2569 เพราะชาวบ้านที่ทำเกษตรต้องการได้ที่ดินคืน และไม่ได้เดือดร้อนจากการปิดด่าน ผลกระทบอยู่ที่บริษัทผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกขนาดใหญ่
ในความคิดเห็นส่วนตัวมองว่าถึงกลับมาเปิดด่านได้ การค้าขายคงยังไม่กลับมาปกติ เพราะปัจจุบันกลายเป็นความขัดแย้งเรื่องเชื้อชาติ ความเกลียดชังกัน ทำให้อาจจะไม่อยากใช้สินค้าของไทย กว่าไทยจะกลับมาค้าขายได้ปกติอาจต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี
ตราดเร่งระบายสต๊อกเก่า
แหล่งข่าวผู้ส่งออกสินค้าไปกัมพูชาใน จ.ตราด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงปิดด่านไทย-กัมพูชาครั้งแรกให้ขนส่งทางเรือได้ สามารถระบายสินค้าที่ส่งออกไปได้กว่า 50% และเริ่มมีความหวังตามข่าวจังหวัดตราดและจันทบุรีเป็นโซนที่ 3 มีความตึงเครียดน้อยที่สุดจะได้รับการผ่อนผันขนส่งสินค้า
แต่เมื่อมีประกาศปิดด่านทั้งจุดผ่านแดนถาวรและจุดผ่อนปรนทางการค้าต่อไป จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ คาดว่าสถานการณ์ปิดด่านยาวอย่างน้อยถึงสิ้นปี จำเป็นต้องลดค่าใช้จ่าย ปรับเปลี่ยนแผนเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด คือ การลดสต๊อกให้มากที่สุด
“ไม่คาดหวังเรื่องการเปิดด่านในรัฐบาลชุดนี้ เพราะเรื่องการเปิดด่านสุ่มเสี่ยง ตอนนี้คือระบายสินค้าในสต๊อกออกให้มากที่สุด ตลาดภายในเองกำลังซื้อลดลง ต้องพยายามรัดเข็มขัด ตอนนี้ทราบว่าเริ่มลดการทำงานของลูกจ้างรายวัน เหลือ 4 วันต่อสัปดาห์แล้ว”
สินค้าส่งอ้อมลาวต้นทุนพุ่ง
นายทศพล เครือลอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพพรชัยอุตสาหกรรม จำกัด จ.ตราด ผู้ผลิตน้ำปลาสามกระต่าย กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนในการเปิดด่าน และไม่แน่ใจว่าหากเปิดด่านแล้วสินค้าจะกลับมาทำตลาดได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่ ตัดสินใจหันมาโฟกัสลูกค้าหลักตลาดภายในประเทศ เพราะการขนส่งทางอ้อมผ่านไปทาง สปป.ลาว และเวียดนาม ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น 30% สูงเกินไป
นอกจากนี้ สินค้าที่ส่งไปขายในกัมพูชายังต้องแข่งขันทั้งแบรนด์ ทั้งราคาจากสินค้าของ สปป.ลาว และเวียดนาม ทำตลาดยาก เพราะในสื่อโซเชียลสินค้าโปรดักต์ไทยถูกต่อต้าน ซึ่งตลาดภายในประเทศมีการแข่งขันสูง ทำตลาดได้น้อย เปรียบเทียบกับยอดการผลิตส่งออกกัมพูชา 80% จะลดลงเหลือ 50% อยากให้หน่วยงานภาครัฐช่วยพัฒนาส่งเสริมผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานสินค้า สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง สนับสนุนเงินกองทุน เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
วอนเยียวยาเหมือนช่วงโควิด
แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการขนส่งสินค้าส่งออกทางชายแดนด่านบ้านหาดเล็กกล่าวว่า ประกอบการธุรกิจรับจ้างขนส่งสินค้า วัสดุก่อสร้าง อุปโภคบริโภคไปกัมพูชา ทางด่านบ้านหาดเล็กและบ้านแหลม จ.จันทบุรี กว่า 10 ปีในช่วงที่มีการปิดด่านและห้ามส่งออกทางน้ำขาดรายได้จากที่เคยรับจ้างขนส่งเดือนละ 12 เที่ยว รายได้เกือบ 200,000 บาท
“ปัญหาตอนนี้ เดือนกันยายนถึงรอบทำทะเบียน จะต้องเสียค่าใช้จ่ายร่วม ๆ เกือบ 100,000/คัน/ปี คือ ค่าต่อทะเบียนรถ ทั้งหัวพ่วง-หางพ่วง ค่าประกันรถ ค่าประกันสินค้า ค่าเช่าที่จอดรถ ถ้าใครรอบต่อทะเบียน พ.ย.-ธ.ค. จะได้ยืดเวลาออกไป แต่ถ้าไม่มีงานทำ เจอสภาพแบบเดียวกัน ตอนนี้ผู้รับจ้างขับรถหลายรายต้องไปหางานอื่นทำ อยากให้มีมาตรการพิเศษเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 3-5 เดือน เหมือนช่วงโควิด-19 มีพักหนี้ พักดอกเบี้ย”
ท่องเที่ยววูบกว่า 60%
ทพญ.วิภา สุเนตร ประธานหอการค้าจังหวัดตราด กล่าวว่า ช่วงที่มีปัญหาชายแดนตรงกับโลว์ซีซั่นของ จ.ตราด ทำให้นักท่องเที่ยวที่ลดลงอยู่แล้วลดหนักลงไปอีก รายได้หายไปกว่า 60% ตอนนี้ห่วงช่วงไฮซีซั่น ยอดบุ๊กกิ้งเดือนสิงหาคม-กันยายนหายไปจากปกติ
ส่วนหนึ่งเพราะยังประกาศกฎอัยการศึกอยู่ และเยอรมนีประกาศ จ.ตราด เป็นพื้นที่สีแดง (Red Zone) ให้หลีกเลี่ยง ซึ่งมีผลต่อการทำประกันคุ้มครองนักท่องเที่ยวของบริษัทประกันภัย ซึ่งต้องเร่งประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังเรื่องความปลอดภัยทุก ๆ ช่องทาง เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวกลับมาหรือสนใจที่จะมาท่องเที่ยวจังหวัดตราด
“7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ควรมีมาตรการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพื่อกระจายรายได้ จากหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยว จาก สสปน. ททท. หรือ อปท. จัดประชุมสัมมนา ศึกษาดูงาน นิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนที่จัดประชุมศึกษาดูงาน นำไปหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง” ทพญ.วิภากล่าว
อุบลฯกระทบคนขาดความเชื่อมั่น
นายรัฐธนินท์ เตชะไชยสิทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า เนื่องจากอุบลราชธานีมีเพียงจุดผ่อนปรนการค้าช่องอานม้า มีมูลค่าการค้าประมาณ 100 ล้านบาท/ปี จึงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปิดด่านการค้า แต่สิ่งที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจังหวัดคือ “ความเชื่อมั่น” ที่หดหายไป
ปัญหาของจังหวัดอุบลราชธานี คือความเชื่อมั่น เพราะเป็นจังหวัดชายแดน คนจึงกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ในความเป็นจริง จังหวัดไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามโดยตรงมากนัก ปัจจุบันสถานการณ์เงียบสงบแล้ว แต่ยังถูกบุคคลภายนอกมองว่า อุบลฯยังเป็นจังหวัดที่มีสงครามอยู่ ตอนนี้ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหารและโรงแรม นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติยกเลิกการจองที่พัก กระทบกว่า 70-80% สิ่งที่ผู้ประกอบการทำได้ คือ ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น
ศรีสะเกษชี้ธุรกิจฟื้นหลังเลือกตั้ง
นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า แม้เหตุการณ์ความตึงเครียดชายแดนเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ แต่ภาคการท่องเที่ยวยังหดตัวลง และยังไม่มีแนวโน้มการลงทุนเพิ่มทุกภาคส่วน หอการค้าจังหวัดจำเป็นต้องใช้กลไกภาครัฐเป็นตัวกระตุ้น เช่น เสนอเร่งรัดการแก้ไขผังเมือง, การสร้างถนนวงแหวนเมืองศรีสะเกษ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภาครัฐ
รวมถึงมาตรการเยียวยาที่เคยได้เสนอไปยังไร้การตอบรับ โดยหวังว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะเร่งเข้ามาช่วยเหลือและมีนโยบายที่เข้ามาพลิกฟื้นเศรษฐกิจภาคอีสานได้ ผู้ประกอบการต่างหวังว่าจะสามารถประคับประคองไปให้จนถึงการเลือกตั้งได้ เพราะมองว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เพียงแต่เป็นสัญญาณว่าในอนาคตมันจะดีขึ้น แล้วเมื่อเลือกตั้งเสร็จสิ้น เชื่อว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะกลับมา
สุรินทร์ปิดด่านสูญ 900 ล้าน
นายวิรัตน์ เศรษฐวิพัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ด่านช่องจอมถูกปิดมาแล้ว 3 เดือน การค้าชายแดนเสียไปอย่างน้อย 900 ล้านบาท แม้ประชาชนยังมีการจับจ่ายใช้สอยสำหรับชีวิตประจำวันปกติ แต่ในส่วนที่ใช้สอยเป็นส่วนฟุ่มเฟือยต่างลดลง นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการลงทุนในจังหวัดชะลอตัวลงไปเรื่อย ๆ นักธุรกิจไม่กล้าลงทุนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ประกอบกับกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้ภาคธุรกิจต่างอยู่ในภาวะการประคองตัวให้รอดกันไป ไม่จ้างงานเพิ่ม และการควบคุมจำนวนแรงงาน โดยที่ยังไม่สามารถเลิกจ้างได้ เนื่องจากไม่มีเงินสำรองจ่ายค่าชดเชย รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ที่เสนอไปให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ ยังไม่มีนโยบายอะไรที่ชัดเจนทั้งที่ผ่านหยุดยิงมาเกือบ 1 เดือนแล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คาดปิดด่านเขมรยาวถึงปีหน้า ธุรกิจวอนเยียวยาเหมือนโควิด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net