โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เสาหินพระเจ้าอโศก” ขนาดมหึมา สุลต่านแห่งเดลีทรงสั่งย้ายอย่างไรเมื่อ 600 กว่าปีก่อน?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 ต.ค. 2568 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2568 เวลา 07.49 น.
เสาหินที่สุลต่านฟีโรซทรงสั่งให้ย้ายมายังเมืองเดลี และตั้งอยู่จนถึงปัจจุบัน (ภาพ : Rangan Datta Wiki, CC BY-SA 4.0, via Wikimedia Commons)

“เสาหินพระเจ้าอโศก” ขนาดมหึมา สุลต่านแห่งเดลีทรงสั่งย้ายอย่างไรเมื่อ 600 กว่าปีก่อน?

“เสาหินพระเจ้าอโศก” หรือ “เสาอโศก” เป็นประติมากรรมชั้นเยี่ยมอายุกว่า 2,000 ปี ที่ พระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์โมริยะ (บ้างสะกด เมารยะ) ของอินเดีย ครองราชย์ 265-238 ปีก่อนคริสตกาล แต่บางแห่งระบุว่า 273-232 ปีก่อนคริสตกาล มีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเป็นดั่งการประกาศธรรมของพระองค์ ด้วยทรงมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา

ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าพระองค์ทรงให้สร้างเสาหินทั้งหมดเท่าใด แต่เท่าที่ค้นพบกระทั่งถึงปัจจุบันมีราว 20 ต้น ความสูง 12-15 เมตร บางต้นมีจารึกพระบรมราชโองการ บางต้นมีประติมากรรมรูปสัตว์ประดับที่หัวเสา

เสาหินพระเจ้าอโศกบางต้นยืนหยัดผ่านกาลเวลาอยู่ที่เดิม แต่บางต้นก็มีการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะเสาต้นที่ สุลต่านฟีโรซ ชาห์ ตุฆลัก (Firoz Shah Tughlaq ครองราชย์ ค.ศ. 1351-1388) แห่งรัฐสุลต่านเดลี ทรงค้นพบเมื่อกลางคริสตศตวรรษที่ 14 หรือเมื่อ 600 กว่าปีก่อน

แล้วพระองค์ทรงขนย้ายเสาหินขนาดมหึมา สูงกว่า 12 เมตร และมีน้ำหนักหลายสิบตันได้อย่างไร?

เรื่องของเรื่องต้องย้อนไปว่า สุลต่านฟีโรซโปรดการล่าสัตว์เป็นอย่างยิ่ง และกิจกรรมนี้ก็พาสุลต่านออกห่างจากเมืองเดลีขึ้นเหนือไปไกลนับร้อยกิโลเมตร จนถึงพื้นที่เชิงเทือกเขาหิมาลัย

ใกล้กับ หมู่บ้านโทปรา (Topra, ปัจจุบันอยู่ในรัฐหรยาณา (Haryana) ทางตอนเหนือของอินเดีย) สุลต่านได้พบเสาทำจากหินทรายขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านราวกับผุดจากพื้นดินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พื้นผิวของเสามีการขัดเงาอย่างประณีต มีสัมผัสเรียบเนียน ทำให้พระองค์ทรงสงสัยว่าใครเป็นผู้สร้าง

เมื่อเสด็จกลับถึงรัฐสุลต่านเดลี พระองค์ยังทรงครุ่นคิดถึงเสาต้นนั้นอยู่เสมอ ท้ายสุดทรงตัดสินพระทัยที่จะเคลื่อนย้ายเสาหินมายังเดลี เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังของพระองค์ โดยทรงตั้งพระทัยจะตั้งไว้ใกล้มัสยิดจามา (Jama)

แม้เป็นภารกิจที่สุดแสนจะท้าทาย แต่หากทำสำเร็จก็จะเป็นการประกาศถึงศักยภาพของพระองค์ในบทบาทผู้ปกครองให้เป็นที่ประจักษ์

สุลต่านฟีโรซทรงเริ่มเมกะโปรเจกต์นี้ใน ค.ศ. 1356 ทรงให้คนงานหลายร้อยคนเอาเชือกไหมมาตรึงเสาไม่ให้ล้ม จากนั้นให้ขุดดินรอบๆ จุดนี้ทรงค้นพบความลับที่เสาสามารถตั้งตรงอยู่ได้มานาน เพราะส่วนที่ฝังไว้ในดินมีฐานหินทำจากแผ่นหินขนาดใหญ่แผ่นหนึ่งรองรับไว้นั่นเอง

เมื่อขุดเอาฐานหินออกมาได้แล้ว ก็ค่อยๆ โน้มเสาลงสู่พื้นอย่างระมัดระวัง จนเสาวางอยู่บนฐานสำลีที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ จากนั้นห่อหุ้มด้วยต้นกกและเปลือกไม้ แล้วยกเสาขึ้นวางบนรถลากที่มีความยาวพิเศษ มีล้อมากถึง 42 ล้อ แต่ละล้อผูกอยู่กับเชือกขนาดใหญ่ ต้องใช้กำลังคนถึง 200 คนในการลาก

ด้วยน้ำหนักของเสาหินทำให้รถเคลื่อนตัวได้ทีละนิดเท่านั้น ถัดมาเป็นหน้าที่ของกองเรือที่นำเสาหินไปยังเมืองใหม่ คือ “ฟีโรซาบาด” (Firozabad) หรือเดลีในปัจจุบัน

ขั้นตอนสุดท้ายคือการตั้งเสาหิน ทำโดยการสร้างโครงค้ำเพื่อรองรับเสา จากนั้นคนงานจำนวนมหาศาลก็ช่วยกันดึงเสาขึ้น โดยใช้เชือกเส้นหนาและรอกไม้

ท้ายสุดเมื่อเสากลับมาตั้งตระหง่านอีกครั้ง สุลต่านฟีโรซก็ทรงเสริมโดมทองคำไว้บนยอด เพื่อเสริมความโดดเด่นและเพื่อให้งดงามยิ่งขึ้น

ตลอดพระชนมชีพของสุลต่านฟีโรซ พระองค์ไม่ทรงทราบเลยว่าผู้สร้างเสาหินต้นนั้นคือ “พระเจ้าอโศกมหาราช” ซึ่งทรงดำรงพระชนมชีพก่อนพระองค์กว่า 1,600 ปี

แม้สุลต่านฟีโรซจะไม่ทรงล่วงรู้ แต่ “เสาหินพระเจ้าอโศก” ที่พระองค์โปรดให้เคลื่อนย้ายมานั้น ยังคงตั้งอยู่มาถึงปัจจุบัน เป็นหนึ่งหน้าสำคัญในประวัติศาสตร์อินเดียไปแล้วเรียบร้อย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

มาร์ติน พุชเนอร์, เขียน. คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์, แปล. CULTURE ประวัติศาสตร์ “ครีเอทีฟ” ฉบับวัฒนธรรมมนุษย์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2568. สั่งซื้อหนังสือเล่มนี้จากเว็บไซต์สำนักพิมพ์มติชนได้ที่นี่

Sen, Amulya Chandra. “Ashoka”. Encyclopedia Britannica, 7 Sep. 2025. Accessed 21 October 2025.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 ตุลาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เสาหินพระเจ้าอโศก” ขนาดมหึมา สุลต่านแห่งเดลีทรงสั่งย้ายอย่างไรเมื่อ 600 กว่าปีก่อน?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...