“เสาหินพระเจ้าอโศก” ขนาดมหึมา สุลต่านแห่งเดลีทรงสั่งย้ายอย่างไรเมื่อ 600 กว่าปีก่อน?
“เสาหินพระเจ้าอโศก” ขนาดมหึมา สุลต่านแห่งเดลีทรงสั่งย้ายอย่างไรเมื่อ 600 กว่าปีก่อน?
“เสาหินพระเจ้าอโศก” หรือ “เสาอโศก” เป็นประติมากรรมชั้นเยี่ยมอายุกว่า 2,000 ปี ที่ พระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์โมริยะ (บ้างสะกด เมารยะ) ของอินเดีย ครองราชย์ 265-238 ปีก่อนคริสตกาล แต่บางแห่งระบุว่า 273-232 ปีก่อนคริสตกาล มีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเป็นดั่งการประกาศธรรมของพระองค์ ด้วยทรงมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าพระองค์ทรงให้สร้างเสาหินทั้งหมดเท่าใด แต่เท่าที่ค้นพบกระทั่งถึงปัจจุบันมีราว 20 ต้น ความสูง 12-15 เมตร บางต้นมีจารึกพระบรมราชโองการ บางต้นมีประติมากรรมรูปสัตว์ประดับที่หัวเสา
เสาหินพระเจ้าอโศกบางต้นยืนหยัดผ่านกาลเวลาอยู่ที่เดิม แต่บางต้นก็มีการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะเสาต้นที่ สุลต่านฟีโรซ ชาห์ ตุฆลัก (Firoz Shah Tughlaq ครองราชย์ ค.ศ. 1351-1388) แห่งรัฐสุลต่านเดลี ทรงค้นพบเมื่อกลางคริสตศตวรรษที่ 14 หรือเมื่อ 600 กว่าปีก่อน
แล้วพระองค์ทรงขนย้ายเสาหินขนาดมหึมา สูงกว่า 12 เมตร และมีน้ำหนักหลายสิบตันได้อย่างไร?
เรื่องของเรื่องต้องย้อนไปว่า สุลต่านฟีโรซโปรดการล่าสัตว์เป็นอย่างยิ่ง และกิจกรรมนี้ก็พาสุลต่านออกห่างจากเมืองเดลีขึ้นเหนือไปไกลนับร้อยกิโลเมตร จนถึงพื้นที่เชิงเทือกเขาหิมาลัย
ใกล้กับ หมู่บ้านโทปรา (Topra, ปัจจุบันอยู่ในรัฐหรยาณา (Haryana) ทางตอนเหนือของอินเดีย) สุลต่านได้พบเสาทำจากหินทรายขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านราวกับผุดจากพื้นดินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พื้นผิวของเสามีการขัดเงาอย่างประณีต มีสัมผัสเรียบเนียน ทำให้พระองค์ทรงสงสัยว่าใครเป็นผู้สร้าง
เมื่อเสด็จกลับถึงรัฐสุลต่านเดลี พระองค์ยังทรงครุ่นคิดถึงเสาต้นนั้นอยู่เสมอ ท้ายสุดทรงตัดสินพระทัยที่จะเคลื่อนย้ายเสาหินมายังเดลี เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังของพระองค์ โดยทรงตั้งพระทัยจะตั้งไว้ใกล้มัสยิดจามา (Jama)
แม้เป็นภารกิจที่สุดแสนจะท้าทาย แต่หากทำสำเร็จก็จะเป็นการประกาศถึงศักยภาพของพระองค์ในบทบาทผู้ปกครองให้เป็นที่ประจักษ์
สุลต่านฟีโรซทรงเริ่มเมกะโปรเจกต์นี้ใน ค.ศ. 1356 ทรงให้คนงานหลายร้อยคนเอาเชือกไหมมาตรึงเสาไม่ให้ล้ม จากนั้นให้ขุดดินรอบๆ จุดนี้ทรงค้นพบความลับที่เสาสามารถตั้งตรงอยู่ได้มานาน เพราะส่วนที่ฝังไว้ในดินมีฐานหินทำจากแผ่นหินขนาดใหญ่แผ่นหนึ่งรองรับไว้นั่นเอง
เมื่อขุดเอาฐานหินออกมาได้แล้ว ก็ค่อยๆ โน้มเสาลงสู่พื้นอย่างระมัดระวัง จนเสาวางอยู่บนฐานสำลีที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ จากนั้นห่อหุ้มด้วยต้นกกและเปลือกไม้ แล้วยกเสาขึ้นวางบนรถลากที่มีความยาวพิเศษ มีล้อมากถึง 42 ล้อ แต่ละล้อผูกอยู่กับเชือกขนาดใหญ่ ต้องใช้กำลังคนถึง 200 คนในการลาก
ด้วยน้ำหนักของเสาหินทำให้รถเคลื่อนตัวได้ทีละนิดเท่านั้น ถัดมาเป็นหน้าที่ของกองเรือที่นำเสาหินไปยังเมืองใหม่ คือ “ฟีโรซาบาด” (Firozabad) หรือเดลีในปัจจุบัน
ขั้นตอนสุดท้ายคือการตั้งเสาหิน ทำโดยการสร้างโครงค้ำเพื่อรองรับเสา จากนั้นคนงานจำนวนมหาศาลก็ช่วยกันดึงเสาขึ้น โดยใช้เชือกเส้นหนาและรอกไม้
ท้ายสุดเมื่อเสากลับมาตั้งตระหง่านอีกครั้ง สุลต่านฟีโรซก็ทรงเสริมโดมทองคำไว้บนยอด เพื่อเสริมความโดดเด่นและเพื่อให้งดงามยิ่งขึ้น
ตลอดพระชนมชีพของสุลต่านฟีโรซ พระองค์ไม่ทรงทราบเลยว่าผู้สร้างเสาหินต้นนั้นคือ “พระเจ้าอโศกมหาราช” ซึ่งทรงดำรงพระชนมชีพก่อนพระองค์กว่า 1,600 ปี
แม้สุลต่านฟีโรซจะไม่ทรงล่วงรู้ แต่ “เสาหินพระเจ้าอโศก” ที่พระองค์โปรดให้เคลื่อนย้ายมานั้น ยังคงตั้งอยู่มาถึงปัจจุบัน เป็นหนึ่งหน้าสำคัญในประวัติศาสตร์อินเดียไปแล้วเรียบร้อย
อ่านเพิ่มเติม :
- 5 ผู้พิชิตในประวัติศาสตร์โลก อายุเท่าไรตอนครองอำนาจสูงสุด จนถึงวัยสิ้นชีพ
- อโศกมหาราช กับจุดเปลี่ยนที่พระองค์นับถือพุทธ ล้างพระนาม “อโศกผู้โหดเหี้ยม”
- จักรวรรดิเมารยะ หลังสิ้น “พระเจ้าอโศกมหาราช”
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
มาร์ติน พุชเนอร์, เขียน. คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์, แปล. CULTURE ประวัติศาสตร์ “ครีเอทีฟ” ฉบับวัฒนธรรมมนุษย์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2568. สั่งซื้อหนังสือเล่มนี้จากเว็บไซต์สำนักพิมพ์มติชนได้ที่นี่
Sen, Amulya Chandra. “Ashoka”. Encyclopedia Britannica, 7 Sep. 2025. Accessed 21 October 2025.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 ตุลาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เสาหินพระเจ้าอโศก” ขนาดมหึมา สุลต่านแห่งเดลีทรงสั่งย้ายอย่างไรเมื่อ 600 กว่าปีก่อน?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com