โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจแห่งอนาคต Deep Tech หัวใจใหม่โลกธุรกิจ เทคโนโลยีขั้นสูงที่จะคลายปัญหาที่โลกยังแก้ไม่ได้

Thairath Money

อัพเดต 25 ต.ค. 2568 เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 13.40 น.
ภาพไฮไลต์

หลังจากหนึ่งทศวรรษของเศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตด้วยแอปพลิเคชัน มือถือ และแพลตฟอร์มออนไลน์ โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เศรษฐกิจจะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นกว่า หรือที่เรียกกันว่า Deep Technology ที่หลายคนเชื่อว่านวัตกรรมในกลุ่มนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลก

ย้อนกลับไปในปี 2022 มีสิ่งหนึ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การใช้ชีวิตของคนเราไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อบริษัทเล็ก ๆ ที่ชื่อ OpenAI ได้เปิดตัว ChatGPT ในตอนที่ยังเป็นแค่ศูนย์วิจัยด้าน AI แต่แล้ววันนี้กลับกลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจใหม่ที่ทำให้ยักษ์ใหญ่ระดับโลกต้องปรับตัว

นี่คือเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “Deep Tech Economy” หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมระดับลึก ซึ่งไม่ได้มีแค่ AI แต่จะเป็นขั้นกว่าที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาที่ก่อนหน้านี้มนุษย์นั้นยังแก้ไขไม่ได้

Deep Tech คืออะไร?

เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Technology) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Deep Tech ถูกนิยามตาม United Nations Development Programme ว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาพลิกโฉมทุกวงการ โดยเทคโนโลยีนี้มีรากฐานมาจากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมทางวิศวกรรม หรือความก้าวหน้าทางการวิจัยครั้งสำคัญ ในสาขาต่าง ๆ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าส่งตรงมาจากห้องแล็บ

โดยจะแตกต่างจากเทคโนโลยีทั่วไปที่มักมุ่งเน้นไปที่การสร้างนวัตกรรมเพื่อทำเป็นธุรกิจ ออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อผู้ใช้ หรือการปรับปรุงแบบค่อยเป็นค่อยไป (Incremental Improvement) แต่ Deep Tech จะมีเป้าหมายเพื่อแก้โจทย์ที่ซับซ้อนระดับโครงสร้าง จะเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยหรือเทคโนโลยีเกิดใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมเชิงลึกที่โลกกำลังเผชิญอยู่

ซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมในกลุ่ม Deep Tech นี้ยังถือเป็นกุญแจสำคัญในการแก้โจทย์ความท้าทายระดับโลกของมนุษยชาติ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงานสะอาด ไปจนถึงการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

สำหรับ Deep Tech ที่น่าจับตาที่ถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ปัจจุบันมีหลายอย่างกำลังอยู่ในช่วงวิจัยและพัฒนา และจากข้อมูลของ European Institute of Innovation & Technology มีการยกเทคโนโลยีในกลุ่ม Deep Tech ที่สำคัญไว้ดังนี้

  • Artificial Intelligence และ Machine Learning: การจำลองสติปัญญาที่เทียบกับระดับของมนุษย์ การวิเคราะห์ ตลอดจนการเชื่อมโยงด้าน Big Data และการประมวลผลข้อมูล

  • Advanced Computing และ Quantum Computing: ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการประมวลผลประสิทธิภาพสูง ซึ่งรวมไปถึง Edge Computing และ Cloud Computing โดยจะมุ่งเน้นในด้านความเร็ว ความลึกและความละเอียดของการประมวลผล

  • Aerospace, Automotive และ Remote Sensing: เน้นที่วิธีการขนส่ง การเคลื่อนย้าย อย่างเช่น ยานยนต์ไร้คนขับ ตลอดจนเทคโนโลยีอวกาศใหม่ ๆ และระบบเซ็นเซอร์ ข้อมูล และการประมวลผลโทรคมนาคมที่จำเป็น

  • Biotechnology และ Life Sciences: เป็นเทคโนโลยี Deep Tech ที่ล้ำสมัยในแง่ของวัสดุธรรมชาติและสังเคราะห์ และการวิจัย รวมถึงการบำบัดทางพันธุกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล อย่างเช่น การวิเคราะห์ วิจัย และบำบัดระดับเซลล์และยีน

  • Web 3.0, Blockchain, Distributed Ledgers และ NFTs: การพัฒนาอินเทอร์เน็ตรุ่นต่อไป (Web 3.0) ที่เน้นการกระจายอำนาจ โดยใช้เทคโนโลยีอย่าง Blockchain และ NFT (สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีเอกลักษณ์)

  • Robotics: การพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อการทำงานอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงหุ่นยนต์ในโรงงาน (Cobots) หุ่นยนต์ซอฟต์แวร์ (RPA) และหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Humanoid/AI) ที่ทำงานซับซ้อนได้

  • Semiconductors: การวิจัยและผลิตไมโครชิปขั้นสูง โดยเน้นการทำให้ชิปมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ (ระดับ 3-5 นาโนเมตร) มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และใช้วัสดุหรือกระบวนการผลิตแบบใหม่

  • IoT, W3C และ Semantic Web: การสร้างระบบที่ทำให้อุปกรณ์อัจฉริยะ (IoT) สามารถเชื่อมต่อและสื่อสารกันเองได้ และทำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจความหมายของข้อมูลบนเว็บได้ (Semantic Web)

  • Cybersecurity และ Data Protection: เน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Deep Tech เพื่อความปลอดภัยและการปกป้องเครือข่ายและข้อมูล รวมถึงความน่าเชื่อถือและการรับรองผลิตภัณฑ์ ICT อย่างเช่น ระบบและวิธีการเข้ารหัสระดับควอนตัม

  • VR, AR และ Metaverse: การสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่สมจริง ไม่ว่าจะเป็นการซ้อนทับข้อมูลดิจิทัลบนโลกจริง (AR) การเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริง (VR) หรือการสร้างพื้นที่เสมือนจริงสำหรับใช้งานร่วมกัน (Metaverse)

  • Sustainable Energy และ Clean Tech: การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อผลิตพลังงานสะอาด เช่น ไฮโดรเจน และพลังงานหมุนเวียนขั้นสูง การกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) และเทคโนโลยีลดคาร์บอน

  • Advanced Manufacturing: เป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่หลากหลาย ใช้งานในภาคอุตสาหกรรม และอาจทับซ้อนกับเทคโนโลยีอื่น เช่น หุ่นยนต์, AI/ML, VR/AR, 5G, และ Digital Twins ตลอดจนโซลูชันสำหรับการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • Advanced Materials: การวิจัย การพัฒนาทางวิศวกรรม และการผลิตวัสดุที่มีคุณสมบัติทางวิศวกรรม รวมถึงเซรามิก โลหะมูลค่าสูง วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ คอมโพสิต พอลิเมอร์ และวัสดุชีวภาพ

  • Communications และ Networking Technology: หมายถึงการวิจัยและนวัตกรรมในด้านต่าง ๆ ได้แก่ เครือข่าย 5G/6G ระบบนำทาง รวมถึงใยแก้วนำแสง ระบบเลเซอร์ เทคโนโลยีไมโครเวฟ การจัดการคลื่นความถี่วิทยุ ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยในการสื่อสาร

สร้างเศรษฐกิจใหม่

ที่ผ่านมา AI ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมและเศรษฐกิจไปไม่น้อย ส่วนในภาพของ Deep Tech เอง มีรายงานออกมาว่า ตลาด Deep Tech จะมีมูลค่าสูงถึง 714,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2031 โดยจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละมากถึง 48.2% เลยทีเดียว

ภาพรวมตลาด Deep Tech กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมี AI, ควอนตัม และเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) เป็นผู้นำในตลาด และด้วยความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงช่วยกระตุ้นให้เงินลงทุนเข้าสู่ตลาดนี้สูงขึ้นตามมา และก็หนีไม่พ้นมีสหรัฐอเมริกาและยุโรปเป็นศูนย์กลางที่ได้รับเงินทุนด้านนี้สูงที่สุด

– ความได้เปรียบในการแข่งขัน

ที่ผ่านมา การลงทุนจาก Venture Capital ในสตาร์ทอัพสาย Generative AI พุ่งขึ้นเกือบสองเท่าเป็น 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของจุดศูนย์กลางนวัตกรรมของโลก

สตาร์ทอัพด้าน AI โดยบางรายมีมูลค่าซื้อขายที่สูงถึง 70 เท่าของรายได้

เทคโนโลยี GenAI เพียงอย่างเดียว อาจสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจโลกได้มากถึง 2.6-4.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในหลายอุตสาหกรรม เช่น ธนาคาร เทคโนโลยีชั้นสูง และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences)

– สร้างตลาดใหม่

เทคโนโลยีอย่างเช่น Spatial Computing, Agentic AI, และ Quantum Computing กำลังเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น สาธารณสุข การศึกษา และความบันเทิง

ตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมชีวเทคโนโลยี (Biotech) ที่มีการค้นคว้ายาโดยใช้ AI และการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ที่ช่วยเร่งกระบวนการพัฒนาการรักษาให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

– ตอบโจทย์ความยั่งยืน

AI ถูกคาดการณ์ว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 3-6 กิกะตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีภายในปี 2035 โดยการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบพลังงาน อาหาร และการขนส่ง

มีสตาร์ทอัพสาย Deep Tech หลายรายกำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาด้านพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (Carbon Capture) และห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน (Sustainable Supply Chains) ซึ่งมุ่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรโลกโดยตรง

– เพิ่มอำนาจให้ประเทศ

ความเป็นผู้นำด้าน Deep Tech กำลังกลายเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติที่เชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงและอำนาจทางเศรษฐกิจของประเทศ อย่างที่เห็นได้ชัดในการเติบโตของบิ๊กเทคในสหรัฐอเมริกา

หรือตัวอย่างจากทางยุโรปที่ได้เพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่ เป็นสองเท่าหรือราว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 เพราะตระหนักว่าความเชี่ยวชาญในด้าน AI, Quantum Computing และฮาร์ดแวร์ขั้นสูง จะเป็นตัวกำหนดอำนาจของประเทศในอนาคต

– สร้างแรงงานแบบใหม่

ความต้องการทักษะด้าน AI, Machine Learning และ Data Science กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสัดส่วนของประกาศรับสมัครงานที่ระบุว่าต้องมีทักษะด้าน Machine Learning เพิ่มจาก 7% เป็น 14% ในปี 2025

และก็มีหลายโครงการที่ตั้งขึ้นมาใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างทักษะ ยกระดับทักษะ และปรับทักษะใหม่ ให้กับผู้คนในด้าน Deep Tech เพื่อลดช่องว่างทางทักษะลง

THAIRATH FORUM 2025 : The Next New Economy

ร่วมค้นหาโอกาสใหม่ใน The Next New Economy ที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจมหภาค และนิยามการทำธุรกิจใหม่ ในยุคที่เทคโนโลยีระดับลึกพลิกชีวิตและมนุษย์อยู่ยืนยาวกว่าที่เคย

📅 27 ตุลาคม 2568 | เวลา 18.00–20.30 น.

📺 รับชมพร้อมกันทาง LIVE ทาง Facebook เพจ Thairath TV และ YouTube ช่อง Thairath News – ข่าวไทยรัฐ

ที่มา: UNDP, EIT, StartUs, LSE, McKinsey

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐกิจแห่งอนาคต Deep Tech หัวใจใหม่โลกธุรกิจ เทคโนโลยีขั้นสูงที่จะคลายปัญหาที่โลกยังแก้ไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...