โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

โน๊ตบุ๊ค Dell กว่าล้านเครื่อง มีช่องโหว่ร้ายแรงหลากช่อง เปิดทางให้แฮกเกอร์เข้ายึดเครื่อง

Thaiware

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • Sarun_ss777
ช่องโหว่ดังกล่าวอยู่บนฟีเจอร์รักษาข้อมูลลับอย่าง ControlVault ทำให้แฮกเกอร์เข้าถึง หรือดัดแปลงข้อมูลลับได้

แอปพลิเคชัน หรือฟีเจอร์เฉพาะบนโน้ตบุ๊คนั้นมักจะเป็นเครื่องชูโรงในการขายโน้ตบุ๊คในแต่ละแบรนด์ ที่ทำให้ถึงจะใช้ฮาร์ดแวร์หรือ Windows แบบเดียวกัน แต่ก็ยังมีข้อแตกต่างให้น่าใช้งาน แต่ว่าหลายครั้งกลับนำพามาซึ่งปัญหาจากช่องโหว่ความปลอดภัยของมันเอง

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Cyber Security News ได้กล่าวถึงการตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัยจำนวนมากบนเฟิร์มแวร์ที่ใช้ในการอัปเดตฟีเจอร์ Dell ControlVault ซึ่งเป็นฟีเจอร์ความปลอดภัยแบบอิงฮาร์ดแวร์ (Hardware-Based) สำหรับใช้ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่านต่าง ๆ, ข้อมูลด้านชีวะ (Biomatrics), และรหัสความปลอดภัย (Security Code) ไว้บนเฟิร์มแวร์ ซึ่งตัวเครื่องมือนี้จะทำงานอยู่บนบอร์ดที่แยกออกมาเฉพาะที่ถูกเรียกว่า Unified Security Hub หรือ USH โดยบอร์ดนี้จะเชื่อมต่อการฟีเจอร์ความปลอดภัยต่าง ๆ จำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเครื่องอ่านสมาร์ทการ์ด, เครื่องอ่านลายนิ้วมือ และเครื่องอ่าน NFC (Near Field Communication) เป็นต้น

โดยช่องโหว่ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นบนฮาร์ดแวร์บนโน้ตบุ๊ค Dell ที่มีชื่อว่า Broadcom BCM5820X โดยชิปดังกล่าวนั้นเป็นชิปด้านความปลอดภัย หรือ Security Chip ที่มีการใช้งานเฟิร์มแวร์ ControlVault3 ที่มีโน้ตบุ๊คมากกว่าร้อยโมเดล โดยเฉพาะอย่างยิ่งโมเดลสำหรับการใช้งานในเชิงธุรกิจอย่าง Latitude และ Precision ซึ่งเมื่อรวมจำนวนผู้ใช้งานจากทุกโมเดลแล้วจะมีผู้ใช้งานในระดับหลักล้านรายทั่วโลก

ช่องโหว่ดังกล่าวนั้นมีหลายตัว และถูกตั้งชื่อรวมกันว่า “ReVault” ซึ่งชุดช่องโหว่เหล่านี้นั้นจะช่วยเปิดช่องให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญที่ตัวเฟิร์มแวร์ทำการเก็บรักษาอยู่ เช่น ข้อมูลรหัสผ่านต่าง ๆ รวมทั้งแฮกเกอร์สามารถใช้เป็นฐานในการคงอยู่บนระบบ (Persistent) ได้อีกด้วย ซึ่งทางทีมวิจัยจาก Cisco Talos หน่วยงานย่อยภายใต้บริษัทนักพัฒนาเครื่องมือสำหรับการจัดการระบบเครือข่าย Cisco ได้ออกมาเปิดเผยถึงรายชื่อ และการทำงานของช่องโหว่ต่าง ๆ ที่อยู่ในกลุ่มนี้ โดยช่องโหว่เหล่านั้น มีดังนี้

  • CVE-2025-24311 : ปัญหาการอ่านเกินขอบเขตที่กำหนด (Out-of-Bounds Read) ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหวได้
  • CVE-2025-25050 : ปัญหาการเขียนเกินขอบเขตที่กำหนด (Out-of-Bounds Write) ทำให้สามารถรันโค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาตได้
  • CVE-2025-25215 : ช่องโหว่ที่เปิดให้แฮกเกอร์สามารถปลดที่ว่างบนหน่วยความจำเพื่อใช้งานโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตได้
  • CVE-2025-24922 : ปัญหาข้อมูล Buffer ในส่วนของ Stack ล้นเกิน (Stack-Based Buffer Overflow) ทำให้สามารถรันโค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • CVE-2025-2491: ปัญหาการปลดเลขซีเรียลอย่างไม่ปลอดภัย (Unsafe Deserialization) ในส่วน Windows APIs ของ ControlVault

ช่องโหว่เหล่านี้ทุกช่องได้รับคะแนนความร้ายแรง (CVSS Score) ที่สูงถึง 8.0 หรือที่เรียกได้ว่าร้ายแรงมาก โดยทางทีมวิจัยได้ระบุว่า นอกจากการขโมยรหัสผ่านแล้ว แฮกเกอร์ยังสามารถใช้ช่องโหว่ดังกล่าวเพื่อคงอยู่บนระบบอย่างที่เหยื่อไม่สามารถรู้ตัวได้เลย เพื่อใช้ในการปฏิบัติการอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากการขโมยรหัสผ่าน และข้อมูลอ่อนไหวต่าง ๆ ซึ่งในการประกอบการอธิบายนี้ ทางทีมวิจัยได้ทำการทดลองใช้งานต้นหอมในการปลดล็อกเครื่องโน้ตบุ๊ค Dell หลังจากที่ได้ทำการแฮกในส่วนของการบันทึกลายนิ้วมือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลคือสามารถปลดล็อกได้อย่างง่ายดาย

โน๊ตบุ๊ค Dell กว่าล้านเครื่อง มีช่องโหว่ร้ายแรงหลากช่อง เปิดทางให้แฮกเกอร์เข้ายึดเครื่อง

ภาพจาก : https://cybersecuritynews.com/dell-laptops-vulnerability/

ทาง Dell นั้นได้รับทราบถึงการมีอยู่ของช่องโหว่ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ทำการทำงานร่วมกับทางบริษัทผู้พัฒนาชิป Broadcom เพื่อสร้างแพทช์ในการอัปเดตปิดช่องโหว่ดังกล่าวและทยอยปล่อยแพทช์เพื่ออุดช่องโหว่ต่าง ๆ ที่ตรวจพบมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ปีนี้ พร้อมทั้งแจ้งเตือนผู้ใช้งาน

  • Dell ControlVault3 เวอร์ชันก่อนหน้า ถึง 5.15.10.14
  • Dell ControlVault3+ เวอร์ชันก่อนหน้า ถึง 6.2.26.36

ให้ทำการอัปเดตโดยด่วนทุกครั้งที่มีเฟิร์มแวร์ออกมาใหม่ โดยเฟิร์มแวร์จะทำการปล่อยผ่านทาง Windows Update และทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Dell สำหรับผู้ที่ไม่สามารถอัปเดทผ่านทาง Windows Update ได้

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...