โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รายงานกลาโหมสหรัฐเผย คลังแสงนิวเคลียร์ของจีน “ขยายใหญ่ขึ้น”

เดลินิวส์

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 17.00 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 09.53 น. • เดลินิวส์
บรรดาผู้สันทัดกรณีด้านการทหารและการควบคุมอาวุธของสหรัฐ กล่าวว่า จีนเริ่มดำเนินการเพิ่มขนาดและขีดความสามารถของกองกำลังนิวเคลียร์อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ควบคู่กับการเพิ่มกำลังอาวุธทางทหารแบบดั้งเดิมครั้งใหญ่

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ว่า พล.อ.แอนโทนี คอตตอน ผู้บัญชาการกองบัญชาการยุทธศาสตร์สหรัฐ กล่าวต่อสภาคองเกรสเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาว่า คำสั่งของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่ระบุว่า กองทัพจีนต้องพร้อมยึดครองไต้หวันภายในปี 2570 ผลักดันให้มีการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ที่สามารถยิงได้จากทางบก ทางอากาศ และทางทะเล

กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ระบุในรายงานประจำปีเกี่ยวกับอำนาจทางทหารของจีนว่า แม้จีนแสดงจุดยืนสาธารณะเกี่ยวกับยุทธศาสตร์นิวเคลียร์เพื่อการป้องกันตนเอง และนโยบายไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน แต่กลยุทธ์ของจีน อาจรวมถึงการใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นอันดับแรก เพื่อตอบสนองต่อการโจมตีที่คุกคามความอยู่รอดของกองกำลังนิวเคลียร์ การบังคับบัญชา และการควบคุม หรือสิ่งที่ใกล้เคียงกับผลกระทบจากการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์

“รัฐบาลปักกิ่งอาจพิจารณาใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นอันดับแรก หากความพ่ายแพ้ทางทหารในไต้หวัน คุกคามความอยู่รอดของระบบคอมมิวนิสต์อย่างร้ายแรง” กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมจีนระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งคัดค้านความพยายามใด ๆ ที่จะปลุกปั่นสิ่งที่เรียกว่า “ภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ของจีน” เพื่อใส่ร้ายป้ายสี และทำลายชื่อเสียงของจีน รวมถึงการทำให้ประชาคมระหว่างประเทศเข้าใจผิดโดยเจตนา.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...