โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เปิดตัว Lamborghini Fenomeno V12 แรงสุดในประวัติศาสตร์สายพันธุ์กระทิงดุ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 18.53 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 02.00 น.
ภาพไฮไลต์

Automobili Lamborghini เปิดตัว กระทิงวี 12 Fenomeno รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ผลิตจำนวนจำกั 29 คัน ในโอกาสการเฉลิมฉลองครั้งสำคัญของแบรนด์ นวัตกรรมทางเทคนิค การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ระดับไอคอนิก Lamborghini Centro Stile นำเสนอรถยนต์คันแรกที่ออกแบบโดยแผนกออกแบบของโรงงานซัง'อกาตา โบโลนเญส ในช่วงแรกของการก่อตั้งเมื่อ กว่า 20 ปีก่อน

Fenomeno คือการประกาศเจตนารมณ์แห่งงานดีไซน์ (Design Manifesto) ในแบบฉบับดั้งเดิมของ Lamborghini เพื่อยกระดับองค์ประกอบด้านการออกแบบ นอกจากงานดีไซน์ และระบบอากาศพลศาสตร์ Fenomeno ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์กระทิงเปลี่ยว ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว กำลังเครื่องรวม 1,080 แรงม้า เครื่องยนต์ V12 แบบดูดอากาศเข้าตามธรรมชาติใ ห้กำลังเครื่องสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 835 แรงม้า มอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 3 ตัว ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ทำให้ Fenomeno คือนิยามแห่งขุมพลังที่สูงเกินขีดจำกัดซึ่งยังไม่เคยปรากฏมาก่อน โซลูชันทางเทคนิคขั้นสูงติดตั้งเป็นครั้งแรก เช่น เซ็นเซอร์ 6D และระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก CCM-R Plus

สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Automobili Lamborghini กล่าวว่า “การเปิดตัว Reventón ในปี 2007 มีเป้าหมายคือ การสร้างซูเปอร์สปอร์ตคาร์ระดับสุดยอด สะท้อนถึงเอกลักษณ์ สำหรับรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดนี้ เรายังคงรักษาปรัชญาแห่งความโดดเด่นและนวัตกรรมอันเป็นรากฐานสำคัญในดีเอ็นเอของแบรนด์

Fenomeno เป็นดาวเด่นในมหกรรม Monterey Car Week 2025 สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนายานยนต์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันได้อย่างชัดเจน เริ่มจาก Reventón และรถรุ่นลิมิเต็ดอื่นๆ ซึ่งประกอบด้วย Sesto Elemento (2010), Veneno (2013), Centenario (2016), Sián (2019) และ Countach (2021) ชื่อรุ่น Fenomeno มาจากวัวกระทิงที่กล้าหาญและโด่งดัง ซึ่งเคยลงสนามสู้ในเมืองโมเรเลีย ประเทศเม็กซิโก เมื่อปี 2002 เป็นการสู้วัวกระทิงระหว่างนักสู้วัวกระทิงสองคน วัวกระทิงตัวนี้ได้รับการละเว้นโทษ จากความแข็งแกร่งทรหดอดทนที่แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ในภาษาอิตาลีและสเปน คำว่า Fenomeno แปลว่า “ปรากฏการณ์” เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งพิเศษ

แน่นอนว่า Fenomeno มีครบทั้งสมรรถนะ สไตล์ และการนำเสนอเอกลักษณ์ของ Lamborghini สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองคุณค่าและความสำเร็จของแบรนด์ ตลอดจนการอุทิศตนเพื่อลูกค้าซึ่งคาดหวังประสบการณ์สุดพิเศษ Fenomeno เหนือชั้นกว่ารถทุกรุ่นในประวัติศาสตร์ของ Automobili Lamborghini มอบประสบการณ์การขับขี่ที่พิเศษอย่างแท้จริง” มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ กล่าวเสริม

ระบบส่งกำลังถูกติดตั้งภายในโครงสร้างตัวถังแบบ Monofuselage โครงแชสซี แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน เช่นเดียวกับโครงสร้างแบบ Monocoque โครงสร้างด้านหน้าแบบ Forged Composite® วัสดุพิเศษที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์เส้นใยสั้นชุบในเรซิน โดยมีการผลิตและใช้งานวัสดุชนิดนี้มาตั้งแต่การเปิดตัว Reventón ในปี 2007 ซึ่งเป็นต้นแบบของรถลิมิเต็ดอิดิชันและเป็นรถยนต์รุ่นบุกเบิกสายการผลิต ด้วยโครงตัวถังสุดล้ำที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด

Fenomeno ใช้เทคโนโลยีที่มีเฉพาะในรถแข่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลวัตและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด เครื่องยนต์ V12 ระบบเบรก CCM-R Plus ดิสก์เบรกคาร์บอนเซรามิก การันตีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ล้ออัลลอยแบบ Single Nut Forged ยางรุ่นพิเศษ ออกแบบสำหรับสนามแข่งของบริดจสโตน มอบการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม เสริมความสมบูรณ์แบบด้วยระบบกันสะเทือนปรับแต่งในแนวสปอร์ต ทำให้ Fenomeno มีประสิทธิภาพการขับขี่ที่แม่นยำและเปี่ยมด้วยเสถียรภาพสูงสุด

กำลังเครื่องยนต์ทำให้ Fenomeno เป็นรถยนต์ Lamborghini ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใน 2.4 วินาที 0-200 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 350 กม./ชม. มีอัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Automobili Lamborghini ที่ 1.64 กก./แรงม้า

การออกแบบ

Fenomeno คือ “การประกาศเจตนารมณ์แห่งงานดีไซน์ (Design Manifesto) หัวใจสำคัญของจิตวิญญาณแบบอิตาเลียน เกิดจากการใช้รูปทรงเส้นสายที่ให้ความสำคัญกับเส้นแกนกลาง สถาปัตยกรรมห้องโดยสาร และรูปลักษณ์อันล้ำสมัยในทุกมุมมอง มีการลดทอนเส้นสาย พื้นผิวที่ดูสะอาดตา ทุกเส้นสายล้วนผสานรวมฟังก์ชันการใช้งาน เข้ากับความบริสุทธิ์ทางสุนทรียศาสตร์ เป็นจุดบรรจบของงานออกแบบและสมรรถนะรถยนต์ เจตนารมณ์นี้นำเสนอแนวคิดการผสานดีเอ็นเอในงานออกแบบ เข้ากับเส้นสายที่เรียบง่าย การเปิดตัว Fenomeno ยังถือเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของศูนย์ออกแบบ Lamborghini Centro Stile ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2005 และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ศูนย์แห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบซูเปอร์สปอร์ตคาร์ของแบรนด์

มิตจา โบร์เคิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายการออกแบบ Lamborghini กล่าวว่า “Fenomeno นับเป็นการกำหนดเส้นทางใหม่ที่เป็นต้นฉบับที่แท้จริงในการออกแบบซึ่งมุ่งเน้นการเดินหน้าสู่อนาคตของเรา เป็นรถยนต์ที่สง่างาม ประณีต เปรียบเสมือนยานอวกาศซึ่งผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ราวกับ Fenomeno กำลังบรรเลงท่วงทำนองแห่งดีเอ็นเอในงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของเรา แต่สื่อสารด้วยโทนเสียงและจังหวะที่แตกต่าง เพื่อสร้างสรรค์อีกหนึ่งตำนานอันน่าทึ่งซึ่งอยู่เหนือความคาดหมายอันสูงล้ำ ทั้งของลูกค้าและเหล่านักสะสมรถยนต์”

ตัวรถด้านหน้า รูปทรงเพรียวบางและกระชับเข้ากับพื้นผิวขนาดใหญ่ ฝากระโปรงหน้ามีช่องอากาศเข้าขนาดใหญ่สองช่อง แรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง Huracán GT3 ไฟ DRL สไตล์ซิกเนเจอร์ สะท้อนถึงส่วนเขาของกระทิงในโลโก้ โดยโลโก้แบบใหม่ซึ่งได้เผยโฉมไปเมื่อปี 2024 ก็ได้เปิดตัวบนรถซูเปอร์สปอร์ตจากโรงงานซัง'อกาตา โบโลนเญส ในรุ่นนี้ เสริมความโดดเด่นให้กับด้านหน้าของตัวรถที่ผสานองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น รูปทรงตัว Y ที่ประกอบเข้ากับสปลิตเตอร์ด้านหน้าที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ดีไซน์อันเฉียบคมของชุดไฟ มุมมองด้านข้าง ผ่านเส้นสายเชิงเดี่ยวที่เน้นรูปทรงของตัวรถตั้งแต่ปลายฝากระโปรงหน้าจรดส่วนท้าย ได้แรงบันดาลใจจาก “ดีไซน์ลองเทล (Long tail)” ของ Essenza SCV12 การเลือกโทนสีของชุดตกแต่งเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของตัวรถส่วนบน ซึ่งตัดกันอย่างสง่างามกับเทคนิคการออกแบบด้านอากาศพลศาสตร์ ส่วนล่างของตัวรถ ติดตั้งครีบคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อเสริมแรงด้านอากาศพลศาสตร์ เช่นเดียวกับการออกแบบซุ้มล้อ

ระบบอากาศพลศาสตร์

Fenomeno มีระบบอากาศพลศาสตร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างพิถีพิถัน ผลมาจากการวิจัยเพื่อสร้างประสิทธิภาพและสมรรถนะดในทุกสภาพการขับ ชิ้นส่วนที่ประกอบเข้ากับสปลิตเตอร์หน้าช่วยสร้างม่านอากาศสองชุดที่ควบคุมทิศทางการไหลของอากาศให้ขนานไปกับล้อ ช่วยลดแรงต้านอากาศพร้อมเพิ่มมวลอากาศให้ไหลไปยังหม้อน้ำ ระบบ S-Duct ที่ติดตั้งไว้ด้านหน้ารถช่วยเพิ่มแรงกดตามหลักอากาศอากาศพลศาสตร์บริเวณด้านหน้า พลวัตของรถที่สมบูรณ์แบบในการขับขี่แนวสปอร์ต นำอากาศไหลเข้าสู่กึ่งกลางหลังคาผ่านช่องบนฝากระโปรงหน้า ด้วยรูปทรงเว้าของหลังคา ทำให้การไหลเวียนของอากาศมีความหนาแน่น ทั้งเมื่อผ่านช่องดักอากาศบนฝากระโปรงเครื่องยนต์ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน เมื่อผ่านปีกหลังแบบเคลื่อนไหวได้ซึ่งเป็นดีไซน์พิเศษแบบ “โอเมก้า” เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของรถเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง

ดีไซน์ประตูแบบใหม่ มีบทบาทสำคัญในด้านอากาศพลศาสตร์ ช่วยนำอากาศไหลเข้าสู่ช่องรับอากาศขนาดใหญ่ด้านข้าง ช่วยระบายความร้อนของชิ้นส่วนต่างๆ ในห้องเครื่องยนต์และการทำงานที่เหมาะสมของหม้อน้ำ ดีไซน์ท่อ NACA แบบใหม่ นับตั้งแต่ Countach รุ่นแรก ผลลัพธ์ที่ได้คือประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้านข้างที่ดีขึ้นกว่าเดิม 30% เมื่อเปรียบเทียบกับ Lamborghini V12 รุ่นผลิตทั่วไป

มองจากด้านหลัง Fenomeno เป็นรถที่แปลกประหลาดในประวัติศาสตร์การออกแบบของ Automobili Lamborghini เส้นสายที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงระหว่างปีกและซุ้มล้อ ช่วยแบ่งขอบเขตระหว่างตัวถังรถและส่วนท้ายให้เห็นอย่างชัดเจน ไฟส่องสว่างล้ำสมัย การตีความตัวอักษร Y อันเป็นเอกลักษณ์ในแนวตั้ง ซึ่งเชื่อมโยงองค์ประกอบคาร์บอนไฟเบอร์ของดิฟฟิวเซอร์เข้ากับเส้นสายหกเหลี่ยมที่เด่นชัดของครอบปลายท่อไอเสีย

ดีไซน์เทอร์ไบน์ของล้อแม็กฟอร์จแบบน็อตเดี่ยว (ล้อหน้า 21 นิ้วและล้อหลัง 22 นิ้ว) ติดตั้งร่วมกับยาง Bridgestone Potenza Sport หน้า265/30 ZRF21 หลัง 355/25 ZRF22

การออกแบบภายใน

ภายในห้องโดยสารสะท้อนถึงแนวคิดไฮเปอร์ดีไซน์ นำเสนอการตีความใหม่ตามปรัชญา “Feel like a pilot” ของลัมโบร์กินี เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับตัวรถอย่างลึกซึ้งมากขึ้นทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร การวางตำแหน่งผู้ขับและพวงมาลัยสไตล์รถแข่งจะมอบประสบการณ์การขับขี่สุดประทับใจ พร้อมจอแสดงผลดิจิทัล 3 จอ ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบโจทย์แนวมินิมอลลิสต์ได้อย่างมีสไตล์เท่านั้น แต่ยังตัดปุ่มควบคุมส่วนใหญ่ออกไป เพื่อให้ผู้ขับขี่มีสมาธิกับท้องถนนหรือสนามแข่งขันได้อย่างเต็มที่ เสมือนกำลังขับขี่รถแข่งของจริง

Fenomeno ยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาในเรื่องวัสดุน้ำหนักเบาพิเศษ ใช้คาร์บอนไฟเบอร์เป็นวัสดุหลักในห้องโดยสาร เริ่มจากคอนโซลกลางที่ติดตั้งแผ่นรองแบบสปอร์ต ไปจนถึงแผงประตูและเบาะนั่งแบบสปอร์ตซึ่งได้รับการออกแบบมาเฉพาะรุ่น Fenomeno เท่านั้น เช่นเดียวกับช่องระบายอากาศบนแผงหน้าปัดที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และผลิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ ระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารช่วยเน้นรูปทรงที่เหมือนยานอวกาศ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่พิเศษ

ระบบส่งกำลัง

เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร แบบดูดอากาศเข้าตามธรรมชาติไม่มีเทอร์โบ วางตำแหน่งกลางลำตัวรถ ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยหนึ่งตัวถูกติดตั้งอยู่ในชุดเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด Fenomeno ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนน้ำหนักเบา ที่ให้กำลังจำเพาะสูง ติดตั้งอยู่บริเวณกลางโครงแชสซี เครื่องยนต์ V12 oversquare กำลังขับ 835 แรงม้าที่ 9,250 รอบต่อนาที ชุดควบคุมการเปิดและปิดวาล์วออกแบบใหม่ รองรับความเร็วรอบสูงสุด 9,500 รอบต่อนาที ให้กำลังจำเพาะสูงกว่า 128 แรงม้า/ลิตร สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเครื่องยนต์ V12 ให้แรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบต่อนาที 80% ของแรงบิดทั้งหมดจะทำงานที่รอบเครื่อง 3,500 รอบต่อนาที

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ส่งกำลังไปยังล้อหลัง พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ติดตั้งบนเพลาหน้า โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเรเดียลฟลักซ์ตัวที่สามซึ่งติดตั้งอยู่เหนือกระปุกเกียร์คอยส่งแรงบิดไปยังล้อหลังตามโหมดการขับขี่ที่เลือก แรงบิดรวมจากทั้งสี่ยูนิต ด้วยแรงบิดถึง 725 นิวตันเมตรจากเครื่องยนต์และ 350 นิวตันเมตรจากมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าแต่ละตัว ทำให้ได้แรงบิดสูงสุดรวมสูงสุด 1,080 แรงม้ แบตเตอรี่ขนาด 7 กิโลวัตต์ชั่วโมงแบบใหม่ พัฒนาขึ้นสำหรับรุ่น Fenomeno มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าสองตัวแบบระบายความร้อนด้วยน้ำมันวางตามแนวแกน และมีอัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลังอันยอดเยี่ยมที่ 110 กิโลวัตต์ต่อยูนิต มีน้ำหนักในแต่ละยูนิต 18.5 กิโลกรัม ซึ่งนอกจากขับเคลื่อนล้อหน้าแล้ว ยังมีฟังก์ชันควบคุมแรงบิดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลวัตการขับขี่ รวมถึงฟังก์ชันการสร้างพลังงานกลับคืนจากการเบรก

เกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด

Fenomeno ใช้เกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีดที่ติดตั้งในแนวขวางด้านหลังเครื่องยนต์ V12 ตามแนวยาว จึงเหลือพื้นที่ใต้ท้องรถสำหรับติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพื่อจ่ายพลังงานให้กับมอเตอร์ไฟฟ้า การวางผังเครื่องยนต์แบบนี้ยังช่วยลดน้ำหนักสุดท้ายของตัวรถและทำให้พื้นที่ฐานเครื่องเล็กกะทัดรัดยิ่งขึ้น เกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับการขับขี่สมรรถนะสูงสุดแนวสปอร์ต เนื่องจากใช้เวลาเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็ว การเพิ่มเกียร์ 8 สปีดยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ความรู้สึกสบายในขณะขับขี่ ส่วนฟังก์ชันลดเกียร์ต่อเนื่องซึ่งสามารถลดเกียร์ได้หลายเกียร์พร้อมกัน แค่กดปุ่มเปลี่ยนเกียร์ด้านซ้ายค้างไว้ ช่วยให้ผู้ขับสามารถเลือกเกียร์ที่เหมาะสมตามความเร็วได้ในขณะเบรก สร้างความรู้สึกในการควบคุมรถได้อย่างเต็มเปี่ยม

ชุดมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งตั้งอยู่บริเวณเหนือกระปุกเกียร์ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของมอเตอร์สตาร์ทและเครื่องปั่นไฟ รวมถึงจ่ายพลังงานให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าทั้งสองตัวผ่านแบตเตอรี่ที่อยู่ใต้ช่องว่าง ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มกำลังเครื่องเมื่อขับขี่ในโหมดไฟฟ้า 100% และช่วยให้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อปลอดมลพิษผ่านการขับเคลื่อนด้วยเพลาหลังโดยตรง การทำงานของระบบจะมีความแตกต่างกันไปตามโหมดการขับขี่ผ่านการใช้กลไกแบบแยกส่วน ด้วยเหตุนี้ จึงมีการติดตั้งซิงโครไนเซอร์เฉพาะทางที่สามารถเชื่อมต่อกับกระปุกเกียร์แบบคลัตช์คู่ เมื่อต้องเสริมการทำงานของเครื่องยนต์ V12 มอเตอร์ไฟฟ้าจะมาอยู่ในตำแหน่ง P3 โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะอยู่ด้านล่างกระปุกเกียร์ และจะเปลี่ยนไปยังตำแหน่ง P2 เพื่อชาร์จแบตเตอรี่เมื่อจอดนิ่งหรือวิ่งด้วยความเร็วต่ำ เมื่ออยู่ในตำแหน่ง P3 รถยนต์ Fenomeno จะทำงานเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบโดยขึ้นอยู่กับโหมดการขับขี่ที่เลือก ตอกย้ำประสิทธิภาพขับเคลื่อนสี่ล้อของซูเปอร์สปอร์ตคาร์ตามแบบฉบับลัมโบร์กินี แม้ในขณะขับขี่แบบปลอดมลพิษ

ระบบเบรกและระบบกันสะเทือน

เมื่อสร้างกำลังเครื่องยนต์และสมรรถนะที่เพิ่มสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องออกแบบระบบเบรกใหม่ทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความแข็งแกร่งและความทนทาน โดยยังต้องรักษาเสถียรภาพในการเบรกที่ยอดเยี่ยม Fenomeno ใช้ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก CCM-R Plus ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งคล้ายกับเทคโนโลยีเบรก LMDh ที่ใช้ในรถแข่ง เช่นรุ่น SC63 เพื่อนำสมรรถนะจากสนามแข่งมาสู่ท้องถนน ดิสก์เบรกผลิตขึ้นด้วยโครงสร้าง 3 มิติ โดยผสานคาร์บอนไฟเบอร์เส้นยาวในคาร์บอนเมทริกซ์ และเคลือบสารที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะโครงการนี้ ซึ่งไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของดิสก์เบรกเท่านั้น แต่ยังเพิ่มค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน สร้างเสถียรภาพสูงสุดในการเบรก รวมถึงความทนทานและความมั่นใจ ทั้งยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมความสม่ำเสมอและความมั่นคงของการตอบสนองอย่างเหนือชั้นในทุกสภาวะ ระบบนี้ได้รับการยกระดับผ่านการออกแบบที่พิถีพิถันภายใต้แนวคิดการควบคุมอุณหภูมิของรถยนต์ด้วยอากาศทั้งหมด (Entire aerothermal concept) โดยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศไปยังดิสก์เบรกและคาลิปเปอร์ เพื่อประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ดีที่สุด

โช้คอัพสำหรับรถแข่ง ปรับอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ระยะและการตั้งค่าที่สมบูรณ์แบบสำหรับแต่ละสนามแข่งและลักษณะการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมอบประสิทธิภาพการหน่วงที่ดีที่สุดเพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวรถ รวมถึงอัตราทดระหว่างล้อและโช้กอัปที่สูงขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าโช้กอัปจะทำงานได้อย่างแม่นยำที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ กลไกการทำงานของระบบกันสะเทือนที่ช่วยให้โช้กอัปทำงานดีที่สุด เพื่อมอบการขับขี่แนวสปอร์ตที่ไม่ธรรมดา

พลศาสตร์รถยนต์

การบริหารพลศาสตร์รถยนต์เกิดจากการใช้ชุดชิ้นส่วนเฉพาะ โดยหัวใจสำคัญของระบบควบคุมแบบบูรณาการของ Fenomeno คือเซ็นเซอร์ 6D ที่มาพร้อมกับชุดควบคุมพลศาสตร์รถยนต์อันล้ำสมัยซึ่งเปิดตัวในรถยนต์ลัมโบร์กินีเป็นครั้งแรก เซ็นเซอร์ 6D นี้ถูกติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมใกล้กับจุดศูนย์ถ่วงของรถและเชื่อมต่อโดยตรงกับชุดควบคุม IPB (Integrated Power Brake) โดยหน้าที่ของเซ็นเซอร์คือการตรวจวัดความเร่งบนแกนทั้งสาม (แกนด้านข้าง แกนตามยาว และแกนแนวตั้ง) แบบเรียลไทม์ รวมถึงวัดความเร็วเชิงมุมของแกนทั้งสาม (แกนพิตช์ แกนหมุน และแกนหัน) ข้อมูลนี้ช่วยในการประเมินความเร็วของรถ มุมลื่นไถลด้านข้าง และค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานระหว่างยางและพื้นผิวถนน ให้มีความแม่นยำสูง

เซ็นเซอร์ 6D ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบ IVE (Integrated Vehicle Estimator) ซึ่งใช้ในกระบวนการคำนวณตัวกรองคาลมาน (Kalman filtering) ซึ่งเป็นอัลกอริทึมด้านมิติเชิงคาดการณ์เกี่ยวกับพลวัตของรถ ช่วยให้ระบบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถปรับการทำงานให้สอดคล้องกันในทุกสถานการณ์การขับขี่ โดยระบบเหล่านี้ยังรวมถึง IBC (Integrated Brake Controller) ซึ่งใช้ฟังก์ชันควบคุมการลื่นไถลของล้อขณะเบรกและช่วยลดระยะเบรกได้ถึง 10% การเชื่อมต่อโดยตรงกับ IVE ช่วยให้ระบบ IPB เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกบนทางโค้ง รวมถึงในสถานการณ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในการขับขี่ เช่น การแซงชิดขอบถนน โดยทั้งหมดนี้มาจากการประเมินที่แม่นยำของระบบ IVE ผ่านเซ็นเซอร์ 6D นั่นเอง

ยาง

บริดจสโตน (Bridgestone เป็นพันธมิตรด้านยางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวของรถยนต์ Fenomeno โดยติดตั้งยางระดับพรีเมียมรุ่น Bridgestone Potenza ที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่นี้ ในฐานะพันธมิตรด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการของ Automobili Lamborghini บริดจสโตนได้พัฒนายางรุ่น Potenza Sport สมรรถนะสูงพิเศษสำหรับ Fenomeno เพื่อให้มั่นใจได้ถึงการถ่ายเทแรงบิดจากสมรรถนะสูงสุดของเครื่องยนต์ V12 ยางระดับพรีเมียมรุ่นนี้มีให้เลือกทั้งขนาด 265/30 ZRF21 (ล้อหน้า) และ 355/25 ZRF22 (ล้อหลัง) พร้อมการตอบสนองของพวงมาลัย ความแม่นยำในการควบคุมระบบส่งกำลัง 1,080 แรงม้า ยางรุ่นพิเศษ มาพร้อมเทคโนโลยี Run Flat (RFT) ของบริดจสโตน แม้จะรั่ว ก็ยังสามารถขับที่ความเร็ว 80 กม./ชม. เป็นระยะทาง 80 กม. แม้ว่าแรงดันลมยางจะอยู่ที่ศูนย์ ยางระดับพรีเมียมรุ่นนี้ผลิตขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี Virtual Tire Development เอกสิทธิ์ของบริดจสโตน ซึ่งช่วยลดทั้งปริมาณการใช้วัตถุดิบและการปล่อยมลพิษได้อย่างมากตลอดกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์

Fenomeno คือการนำเสนอซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันที่ไร้คู่แข่งอีกครั้งของลัมโบร์กินี การผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ เข้ากับดีไซน์อันน่าทึ่ง ระบบอากาศพลศาสตร์ที่เหนือชั้น และเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างโครงสร้างน้ำหนักเบา ทำให้ Fenomeno กลายเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่พิเศษสุดของยุคนี้ มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ กล่าว

Fenomeno คือการประกาศเจตนารมณ์ทางเทคโนโลยีและงานดีไซน์อย่างแท้จริง และสิ่งนี้ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองซัง'อกาตา โบโลนเญส

ข้อมูลทางเทคนิค

ขนาดตัวรถ

ความยาว: 5014 มม.

ความกว้าง: 2076 มม.

ความสูง: 1161 มม.

ฐานล้อ: 2779 มม.

เบรก

หน้า: 420x40 มม.

หลัง: 410x32 มม.

ระบบส่งกำลัง

เครื่องยนต์ (ICE + BEV)

ปริมาตรกระบอกสูบ: 6498 ลบ.ซม.

กระบอกสูบและช่วงชัก: 95 x 76.4 มม.

กำลังสูงสุด (รอบต่อนาที) (ICE): 835 แรงม้า ที่ 9250 รอบต่อนาที

กำลังสูงสุด (รวม ICE + EE): 1.080 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด (ICE): 725 นิวตันเมตร ที่ 6750 รอบต่อนาที

กำลังขับเฉพาะ: 128 แรงม้า/ลิตร

รอบสูงสุด: 9500 รอบต่อนาที

อัตราส่วนกำลังอัด: 12.6:1

ระบบส่งกำลังและกระปุกเกียร์

กระปุกเกียร์แบบคลัตช์คู่ 8 สปีด

สมรรถนะ

ความเร็วสูงสุด: มากกว่า 350 กม./ชม.

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.4 วินาที

อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม.: 6.7 วินาที

ระยะเบรก 100-0 กม./ชม.: 30 ม.

อัตราส่วนน้ำหนักแห้ง/กำลัง: 1.64 กก./แรงม้า

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcomhttps://
www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดตัว Lamborghini Fenomeno V12 แรงสุดในประวัติศาสตร์สายพันธุ์กระทิงดุ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...