เปิดตัว Lamborghini Fenomeno V12 แรงสุดในประวัติศาสตร์สายพันธุ์กระทิงดุ
Automobili Lamborghini เปิดตัว กระทิงวี 12 Fenomeno รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ผลิตจำนวนจำกั 29 คัน ในโอกาสการเฉลิมฉลองครั้งสำคัญของแบรนด์ นวัตกรรมทางเทคนิค การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ระดับไอคอนิก Lamborghini Centro Stile นำเสนอรถยนต์คันแรกที่ออกแบบโดยแผนกออกแบบของโรงงานซัง'อกาตา โบโลนเญส ในช่วงแรกของการก่อตั้งเมื่อ กว่า 20 ปีก่อน
Fenomeno คือการประกาศเจตนารมณ์แห่งงานดีไซน์ (Design Manifesto) ในแบบฉบับดั้งเดิมของ Lamborghini เพื่อยกระดับองค์ประกอบด้านการออกแบบ นอกจากงานดีไซน์ และระบบอากาศพลศาสตร์ Fenomeno ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์กระทิงเปลี่ยว ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว กำลังเครื่องรวม 1,080 แรงม้า เครื่องยนต์ V12 แบบดูดอากาศเข้าตามธรรมชาติใ ห้กำลังเครื่องสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 835 แรงม้า มอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 3 ตัว ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ทำให้ Fenomeno คือนิยามแห่งขุมพลังที่สูงเกินขีดจำกัดซึ่งยังไม่เคยปรากฏมาก่อน โซลูชันทางเทคนิคขั้นสูงติดตั้งเป็นครั้งแรก เช่น เซ็นเซอร์ 6D และระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก CCM-R Plus
สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Automobili Lamborghini กล่าวว่า “การเปิดตัว Reventón ในปี 2007 มีเป้าหมายคือ การสร้างซูเปอร์สปอร์ตคาร์ระดับสุดยอด สะท้อนถึงเอกลักษณ์ สำหรับรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดนี้ เรายังคงรักษาปรัชญาแห่งความโดดเด่นและนวัตกรรมอันเป็นรากฐานสำคัญในดีเอ็นเอของแบรนด์
Fenomeno เป็นดาวเด่นในมหกรรม Monterey Car Week 2025 สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนายานยนต์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันได้อย่างชัดเจน เริ่มจาก Reventón และรถรุ่นลิมิเต็ดอื่นๆ ซึ่งประกอบด้วย Sesto Elemento (2010), Veneno (2013), Centenario (2016), Sián (2019) และ Countach (2021) ชื่อรุ่น Fenomeno มาจากวัวกระทิงที่กล้าหาญและโด่งดัง ซึ่งเคยลงสนามสู้ในเมืองโมเรเลีย ประเทศเม็กซิโก เมื่อปี 2002 เป็นการสู้วัวกระทิงระหว่างนักสู้วัวกระทิงสองคน วัวกระทิงตัวนี้ได้รับการละเว้นโทษ จากความแข็งแกร่งทรหดอดทนที่แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ในภาษาอิตาลีและสเปน คำว่า Fenomeno แปลว่า “ปรากฏการณ์” เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งพิเศษ
แน่นอนว่า Fenomeno มีครบทั้งสมรรถนะ สไตล์ และการนำเสนอเอกลักษณ์ของ Lamborghini สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองคุณค่าและความสำเร็จของแบรนด์ ตลอดจนการอุทิศตนเพื่อลูกค้าซึ่งคาดหวังประสบการณ์สุดพิเศษ Fenomeno เหนือชั้นกว่ารถทุกรุ่นในประวัติศาสตร์ของ Automobili Lamborghini มอบประสบการณ์การขับขี่ที่พิเศษอย่างแท้จริง” มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ กล่าวเสริม
ระบบส่งกำลังถูกติดตั้งภายในโครงสร้างตัวถังแบบ Monofuselage โครงแชสซี แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน เช่นเดียวกับโครงสร้างแบบ Monocoque โครงสร้างด้านหน้าแบบ Forged Composite® วัสดุพิเศษที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์เส้นใยสั้นชุบในเรซิน โดยมีการผลิตและใช้งานวัสดุชนิดนี้มาตั้งแต่การเปิดตัว Reventón ในปี 2007 ซึ่งเป็นต้นแบบของรถลิมิเต็ดอิดิชันและเป็นรถยนต์รุ่นบุกเบิกสายการผลิต ด้วยโครงตัวถังสุดล้ำที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด
Fenomeno ใช้เทคโนโลยีที่มีเฉพาะในรถแข่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลวัตและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด เครื่องยนต์ V12 ระบบเบรก CCM-R Plus ดิสก์เบรกคาร์บอนเซรามิก การันตีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ล้ออัลลอยแบบ Single Nut Forged ยางรุ่นพิเศษ ออกแบบสำหรับสนามแข่งของบริดจสโตน มอบการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม เสริมความสมบูรณ์แบบด้วยระบบกันสะเทือนปรับแต่งในแนวสปอร์ต ทำให้ Fenomeno มีประสิทธิภาพการขับขี่ที่แม่นยำและเปี่ยมด้วยเสถียรภาพสูงสุด
กำลังเครื่องยนต์ทำให้ Fenomeno เป็นรถยนต์ Lamborghini ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใน 2.4 วินาที 0-200 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 350 กม./ชม. มีอัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Automobili Lamborghini ที่ 1.64 กก./แรงม้า
การออกแบบ
Fenomeno คือ “การประกาศเจตนารมณ์แห่งงานดีไซน์ (Design Manifesto) หัวใจสำคัญของจิตวิญญาณแบบอิตาเลียน เกิดจากการใช้รูปทรงเส้นสายที่ให้ความสำคัญกับเส้นแกนกลาง สถาปัตยกรรมห้องโดยสาร และรูปลักษณ์อันล้ำสมัยในทุกมุมมอง มีการลดทอนเส้นสาย พื้นผิวที่ดูสะอาดตา ทุกเส้นสายล้วนผสานรวมฟังก์ชันการใช้งาน เข้ากับความบริสุทธิ์ทางสุนทรียศาสตร์ เป็นจุดบรรจบของงานออกแบบและสมรรถนะรถยนต์ เจตนารมณ์นี้นำเสนอแนวคิดการผสานดีเอ็นเอในงานออกแบบ เข้ากับเส้นสายที่เรียบง่าย การเปิดตัว Fenomeno ยังถือเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของศูนย์ออกแบบ Lamborghini Centro Stile ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2005 และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ศูนย์แห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบซูเปอร์สปอร์ตคาร์ของแบรนด์
มิตจา โบร์เคิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายการออกแบบ Lamborghini กล่าวว่า “Fenomeno นับเป็นการกำหนดเส้นทางใหม่ที่เป็นต้นฉบับที่แท้จริงในการออกแบบซึ่งมุ่งเน้นการเดินหน้าสู่อนาคตของเรา เป็นรถยนต์ที่สง่างาม ประณีต เปรียบเสมือนยานอวกาศซึ่งผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ราวกับ Fenomeno กำลังบรรเลงท่วงทำนองแห่งดีเอ็นเอในงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของเรา แต่สื่อสารด้วยโทนเสียงและจังหวะที่แตกต่าง เพื่อสร้างสรรค์อีกหนึ่งตำนานอันน่าทึ่งซึ่งอยู่เหนือความคาดหมายอันสูงล้ำ ทั้งของลูกค้าและเหล่านักสะสมรถยนต์”
ตัวรถด้านหน้า รูปทรงเพรียวบางและกระชับเข้ากับพื้นผิวขนาดใหญ่ ฝากระโปรงหน้ามีช่องอากาศเข้าขนาดใหญ่สองช่อง แรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง Huracán GT3 ไฟ DRL สไตล์ซิกเนเจอร์ สะท้อนถึงส่วนเขาของกระทิงในโลโก้ โดยโลโก้แบบใหม่ซึ่งได้เผยโฉมไปเมื่อปี 2024 ก็ได้เปิดตัวบนรถซูเปอร์สปอร์ตจากโรงงานซัง'อกาตา โบโลนเญส ในรุ่นนี้ เสริมความโดดเด่นให้กับด้านหน้าของตัวรถที่ผสานองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น รูปทรงตัว Y ที่ประกอบเข้ากับสปลิตเตอร์ด้านหน้าที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ดีไซน์อันเฉียบคมของชุดไฟ มุมมองด้านข้าง ผ่านเส้นสายเชิงเดี่ยวที่เน้นรูปทรงของตัวรถตั้งแต่ปลายฝากระโปรงหน้าจรดส่วนท้าย ได้แรงบันดาลใจจาก “ดีไซน์ลองเทล (Long tail)” ของ Essenza SCV12 การเลือกโทนสีของชุดตกแต่งเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของตัวรถส่วนบน ซึ่งตัดกันอย่างสง่างามกับเทคนิคการออกแบบด้านอากาศพลศาสตร์ ส่วนล่างของตัวรถ ติดตั้งครีบคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อเสริมแรงด้านอากาศพลศาสตร์ เช่นเดียวกับการออกแบบซุ้มล้อ
ระบบอากาศพลศาสตร์
Fenomeno มีระบบอากาศพลศาสตร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างพิถีพิถัน ผลมาจากการวิจัยเพื่อสร้างประสิทธิภาพและสมรรถนะดในทุกสภาพการขับ ชิ้นส่วนที่ประกอบเข้ากับสปลิตเตอร์หน้าช่วยสร้างม่านอากาศสองชุดที่ควบคุมทิศทางการไหลของอากาศให้ขนานไปกับล้อ ช่วยลดแรงต้านอากาศพร้อมเพิ่มมวลอากาศให้ไหลไปยังหม้อน้ำ ระบบ S-Duct ที่ติดตั้งไว้ด้านหน้ารถช่วยเพิ่มแรงกดตามหลักอากาศอากาศพลศาสตร์บริเวณด้านหน้า พลวัตของรถที่สมบูรณ์แบบในการขับขี่แนวสปอร์ต นำอากาศไหลเข้าสู่กึ่งกลางหลังคาผ่านช่องบนฝากระโปรงหน้า ด้วยรูปทรงเว้าของหลังคา ทำให้การไหลเวียนของอากาศมีความหนาแน่น ทั้งเมื่อผ่านช่องดักอากาศบนฝากระโปรงเครื่องยนต์ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน เมื่อผ่านปีกหลังแบบเคลื่อนไหวได้ซึ่งเป็นดีไซน์พิเศษแบบ “โอเมก้า” เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของรถเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง
ดีไซน์ประตูแบบใหม่ มีบทบาทสำคัญในด้านอากาศพลศาสตร์ ช่วยนำอากาศไหลเข้าสู่ช่องรับอากาศขนาดใหญ่ด้านข้าง ช่วยระบายความร้อนของชิ้นส่วนต่างๆ ในห้องเครื่องยนต์และการทำงานที่เหมาะสมของหม้อน้ำ ดีไซน์ท่อ NACA แบบใหม่ นับตั้งแต่ Countach รุ่นแรก ผลลัพธ์ที่ได้คือประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้านข้างที่ดีขึ้นกว่าเดิม 30% เมื่อเปรียบเทียบกับ Lamborghini V12 รุ่นผลิตทั่วไป
มองจากด้านหลัง Fenomeno เป็นรถที่แปลกประหลาดในประวัติศาสตร์การออกแบบของ Automobili Lamborghini เส้นสายที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงระหว่างปีกและซุ้มล้อ ช่วยแบ่งขอบเขตระหว่างตัวถังรถและส่วนท้ายให้เห็นอย่างชัดเจน ไฟส่องสว่างล้ำสมัย การตีความตัวอักษร Y อันเป็นเอกลักษณ์ในแนวตั้ง ซึ่งเชื่อมโยงองค์ประกอบคาร์บอนไฟเบอร์ของดิฟฟิวเซอร์เข้ากับเส้นสายหกเหลี่ยมที่เด่นชัดของครอบปลายท่อไอเสีย
ดีไซน์เทอร์ไบน์ของล้อแม็กฟอร์จแบบน็อตเดี่ยว (ล้อหน้า 21 นิ้วและล้อหลัง 22 นิ้ว) ติดตั้งร่วมกับยาง Bridgestone Potenza Sport หน้า265/30 ZRF21 หลัง 355/25 ZRF22
การออกแบบภายใน
ภายในห้องโดยสารสะท้อนถึงแนวคิดไฮเปอร์ดีไซน์ นำเสนอการตีความใหม่ตามปรัชญา “Feel like a pilot” ของลัมโบร์กินี เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับตัวรถอย่างลึกซึ้งมากขึ้นทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร การวางตำแหน่งผู้ขับและพวงมาลัยสไตล์รถแข่งจะมอบประสบการณ์การขับขี่สุดประทับใจ พร้อมจอแสดงผลดิจิทัล 3 จอ ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบโจทย์แนวมินิมอลลิสต์ได้อย่างมีสไตล์เท่านั้น แต่ยังตัดปุ่มควบคุมส่วนใหญ่ออกไป เพื่อให้ผู้ขับขี่มีสมาธิกับท้องถนนหรือสนามแข่งขันได้อย่างเต็มที่ เสมือนกำลังขับขี่รถแข่งของจริง
Fenomeno ยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาในเรื่องวัสดุน้ำหนักเบาพิเศษ ใช้คาร์บอนไฟเบอร์เป็นวัสดุหลักในห้องโดยสาร เริ่มจากคอนโซลกลางที่ติดตั้งแผ่นรองแบบสปอร์ต ไปจนถึงแผงประตูและเบาะนั่งแบบสปอร์ตซึ่งได้รับการออกแบบมาเฉพาะรุ่น Fenomeno เท่านั้น เช่นเดียวกับช่องระบายอากาศบนแผงหน้าปัดที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และผลิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ ระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารช่วยเน้นรูปทรงที่เหมือนยานอวกาศ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่พิเศษ
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร แบบดูดอากาศเข้าตามธรรมชาติไม่มีเทอร์โบ วางตำแหน่งกลางลำตัวรถ ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยหนึ่งตัวถูกติดตั้งอยู่ในชุดเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด Fenomeno ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนน้ำหนักเบา ที่ให้กำลังจำเพาะสูง ติดตั้งอยู่บริเวณกลางโครงแชสซี เครื่องยนต์ V12 oversquare กำลังขับ 835 แรงม้าที่ 9,250 รอบต่อนาที ชุดควบคุมการเปิดและปิดวาล์วออกแบบใหม่ รองรับความเร็วรอบสูงสุด 9,500 รอบต่อนาที ให้กำลังจำเพาะสูงกว่า 128 แรงม้า/ลิตร สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเครื่องยนต์ V12 ให้แรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบต่อนาที 80% ของแรงบิดทั้งหมดจะทำงานที่รอบเครื่อง 3,500 รอบต่อนาที
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ส่งกำลังไปยังล้อหลัง พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ติดตั้งบนเพลาหน้า โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเรเดียลฟลักซ์ตัวที่สามซึ่งติดตั้งอยู่เหนือกระปุกเกียร์คอยส่งแรงบิดไปยังล้อหลังตามโหมดการขับขี่ที่เลือก แรงบิดรวมจากทั้งสี่ยูนิต ด้วยแรงบิดถึง 725 นิวตันเมตรจากเครื่องยนต์และ 350 นิวตันเมตรจากมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าแต่ละตัว ทำให้ได้แรงบิดสูงสุดรวมสูงสุด 1,080 แรงม้ แบตเตอรี่ขนาด 7 กิโลวัตต์ชั่วโมงแบบใหม่ พัฒนาขึ้นสำหรับรุ่น Fenomeno มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าสองตัวแบบระบายความร้อนด้วยน้ำมันวางตามแนวแกน และมีอัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลังอันยอดเยี่ยมที่ 110 กิโลวัตต์ต่อยูนิต มีน้ำหนักในแต่ละยูนิต 18.5 กิโลกรัม ซึ่งนอกจากขับเคลื่อนล้อหน้าแล้ว ยังมีฟังก์ชันควบคุมแรงบิดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลวัตการขับขี่ รวมถึงฟังก์ชันการสร้างพลังงานกลับคืนจากการเบรก
เกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด
Fenomeno ใช้เกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีดที่ติดตั้งในแนวขวางด้านหลังเครื่องยนต์ V12 ตามแนวยาว จึงเหลือพื้นที่ใต้ท้องรถสำหรับติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพื่อจ่ายพลังงานให้กับมอเตอร์ไฟฟ้า การวางผังเครื่องยนต์แบบนี้ยังช่วยลดน้ำหนักสุดท้ายของตัวรถและทำให้พื้นที่ฐานเครื่องเล็กกะทัดรัดยิ่งขึ้น เกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับการขับขี่สมรรถนะสูงสุดแนวสปอร์ต เนื่องจากใช้เวลาเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็ว การเพิ่มเกียร์ 8 สปีดยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ความรู้สึกสบายในขณะขับขี่ ส่วนฟังก์ชันลดเกียร์ต่อเนื่องซึ่งสามารถลดเกียร์ได้หลายเกียร์พร้อมกัน แค่กดปุ่มเปลี่ยนเกียร์ด้านซ้ายค้างไว้ ช่วยให้ผู้ขับสามารถเลือกเกียร์ที่เหมาะสมตามความเร็วได้ในขณะเบรก สร้างความรู้สึกในการควบคุมรถได้อย่างเต็มเปี่ยม
ชุดมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งตั้งอยู่บริเวณเหนือกระปุกเกียร์ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของมอเตอร์สตาร์ทและเครื่องปั่นไฟ รวมถึงจ่ายพลังงานให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าทั้งสองตัวผ่านแบตเตอรี่ที่อยู่ใต้ช่องว่าง ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มกำลังเครื่องเมื่อขับขี่ในโหมดไฟฟ้า 100% และช่วยให้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อปลอดมลพิษผ่านการขับเคลื่อนด้วยเพลาหลังโดยตรง การทำงานของระบบจะมีความแตกต่างกันไปตามโหมดการขับขี่ผ่านการใช้กลไกแบบแยกส่วน ด้วยเหตุนี้ จึงมีการติดตั้งซิงโครไนเซอร์เฉพาะทางที่สามารถเชื่อมต่อกับกระปุกเกียร์แบบคลัตช์คู่ เมื่อต้องเสริมการทำงานของเครื่องยนต์ V12 มอเตอร์ไฟฟ้าจะมาอยู่ในตำแหน่ง P3 โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะอยู่ด้านล่างกระปุกเกียร์ และจะเปลี่ยนไปยังตำแหน่ง P2 เพื่อชาร์จแบตเตอรี่เมื่อจอดนิ่งหรือวิ่งด้วยความเร็วต่ำ เมื่ออยู่ในตำแหน่ง P3 รถยนต์ Fenomeno จะทำงานเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบโดยขึ้นอยู่กับโหมดการขับขี่ที่เลือก ตอกย้ำประสิทธิภาพขับเคลื่อนสี่ล้อของซูเปอร์สปอร์ตคาร์ตามแบบฉบับลัมโบร์กินี แม้ในขณะขับขี่แบบปลอดมลพิษ
ระบบเบรกและระบบกันสะเทือน
เมื่อสร้างกำลังเครื่องยนต์และสมรรถนะที่เพิ่มสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องออกแบบระบบเบรกใหม่ทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความแข็งแกร่งและความทนทาน โดยยังต้องรักษาเสถียรภาพในการเบรกที่ยอดเยี่ยม Fenomeno ใช้ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก CCM-R Plus ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งคล้ายกับเทคโนโลยีเบรก LMDh ที่ใช้ในรถแข่ง เช่นรุ่น SC63 เพื่อนำสมรรถนะจากสนามแข่งมาสู่ท้องถนน ดิสก์เบรกผลิตขึ้นด้วยโครงสร้าง 3 มิติ โดยผสานคาร์บอนไฟเบอร์เส้นยาวในคาร์บอนเมทริกซ์ และเคลือบสารที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะโครงการนี้ ซึ่งไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของดิสก์เบรกเท่านั้น แต่ยังเพิ่มค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน สร้างเสถียรภาพสูงสุดในการเบรก รวมถึงความทนทานและความมั่นใจ ทั้งยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมความสม่ำเสมอและความมั่นคงของการตอบสนองอย่างเหนือชั้นในทุกสภาวะ ระบบนี้ได้รับการยกระดับผ่านการออกแบบที่พิถีพิถันภายใต้แนวคิดการควบคุมอุณหภูมิของรถยนต์ด้วยอากาศทั้งหมด (Entire aerothermal concept) โดยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศไปยังดิสก์เบรกและคาลิปเปอร์ เพื่อประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ดีที่สุด
โช้คอัพสำหรับรถแข่ง ปรับอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ระยะและการตั้งค่าที่สมบูรณ์แบบสำหรับแต่ละสนามแข่งและลักษณะการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมอบประสิทธิภาพการหน่วงที่ดีที่สุดเพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวรถ รวมถึงอัตราทดระหว่างล้อและโช้กอัปที่สูงขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าโช้กอัปจะทำงานได้อย่างแม่นยำที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ กลไกการทำงานของระบบกันสะเทือนที่ช่วยให้โช้กอัปทำงานดีที่สุด เพื่อมอบการขับขี่แนวสปอร์ตที่ไม่ธรรมดา
พลศาสตร์รถยนต์
การบริหารพลศาสตร์รถยนต์เกิดจากการใช้ชุดชิ้นส่วนเฉพาะ โดยหัวใจสำคัญของระบบควบคุมแบบบูรณาการของ Fenomeno คือเซ็นเซอร์ 6D ที่มาพร้อมกับชุดควบคุมพลศาสตร์รถยนต์อันล้ำสมัยซึ่งเปิดตัวในรถยนต์ลัมโบร์กินีเป็นครั้งแรก เซ็นเซอร์ 6D นี้ถูกติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมใกล้กับจุดศูนย์ถ่วงของรถและเชื่อมต่อโดยตรงกับชุดควบคุม IPB (Integrated Power Brake) โดยหน้าที่ของเซ็นเซอร์คือการตรวจวัดความเร่งบนแกนทั้งสาม (แกนด้านข้าง แกนตามยาว และแกนแนวตั้ง) แบบเรียลไทม์ รวมถึงวัดความเร็วเชิงมุมของแกนทั้งสาม (แกนพิตช์ แกนหมุน และแกนหัน) ข้อมูลนี้ช่วยในการประเมินความเร็วของรถ มุมลื่นไถลด้านข้าง และค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานระหว่างยางและพื้นผิวถนน ให้มีความแม่นยำสูง
เซ็นเซอร์ 6D ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบ IVE (Integrated Vehicle Estimator) ซึ่งใช้ในกระบวนการคำนวณตัวกรองคาลมาน (Kalman filtering) ซึ่งเป็นอัลกอริทึมด้านมิติเชิงคาดการณ์เกี่ยวกับพลวัตของรถ ช่วยให้ระบบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถปรับการทำงานให้สอดคล้องกันในทุกสถานการณ์การขับขี่ โดยระบบเหล่านี้ยังรวมถึง IBC (Integrated Brake Controller) ซึ่งใช้ฟังก์ชันควบคุมการลื่นไถลของล้อขณะเบรกและช่วยลดระยะเบรกได้ถึง 10% การเชื่อมต่อโดยตรงกับ IVE ช่วยให้ระบบ IPB เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกบนทางโค้ง รวมถึงในสถานการณ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในการขับขี่ เช่น การแซงชิดขอบถนน โดยทั้งหมดนี้มาจากการประเมินที่แม่นยำของระบบ IVE ผ่านเซ็นเซอร์ 6D นั่นเอง
ยาง
บริดจสโตน (Bridgestone เป็นพันธมิตรด้านยางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวของรถยนต์ Fenomeno โดยติดตั้งยางระดับพรีเมียมรุ่น Bridgestone Potenza ที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่นี้ ในฐานะพันธมิตรด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการของ Automobili Lamborghini บริดจสโตนได้พัฒนายางรุ่น Potenza Sport สมรรถนะสูงพิเศษสำหรับ Fenomeno เพื่อให้มั่นใจได้ถึงการถ่ายเทแรงบิดจากสมรรถนะสูงสุดของเครื่องยนต์ V12 ยางระดับพรีเมียมรุ่นนี้มีให้เลือกทั้งขนาด 265/30 ZRF21 (ล้อหน้า) และ 355/25 ZRF22 (ล้อหลัง) พร้อมการตอบสนองของพวงมาลัย ความแม่นยำในการควบคุมระบบส่งกำลัง 1,080 แรงม้า ยางรุ่นพิเศษ มาพร้อมเทคโนโลยี Run Flat (RFT) ของบริดจสโตน แม้จะรั่ว ก็ยังสามารถขับที่ความเร็ว 80 กม./ชม. เป็นระยะทาง 80 กม. แม้ว่าแรงดันลมยางจะอยู่ที่ศูนย์ ยางระดับพรีเมียมรุ่นนี้ผลิตขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี Virtual Tire Development เอกสิทธิ์ของบริดจสโตน ซึ่งช่วยลดทั้งปริมาณการใช้วัตถุดิบและการปล่อยมลพิษได้อย่างมากตลอดกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์
Fenomeno คือการนำเสนอซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันที่ไร้คู่แข่งอีกครั้งของลัมโบร์กินี การผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ เข้ากับดีไซน์อันน่าทึ่ง ระบบอากาศพลศาสตร์ที่เหนือชั้น และเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างโครงสร้างน้ำหนักเบา ทำให้ Fenomeno กลายเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่พิเศษสุดของยุคนี้ มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ กล่าว
Fenomeno คือการประกาศเจตนารมณ์ทางเทคโนโลยีและงานดีไซน์อย่างแท้จริง และสิ่งนี้ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองซัง'อกาตา โบโลนเญส
ข้อมูลทางเทคนิค
ขนาดตัวรถ
ความยาว: 5014 มม.
ความกว้าง: 2076 มม.
ความสูง: 1161 มม.
ฐานล้อ: 2779 มม.
เบรก
หน้า: 420x40 มม.
หลัง: 410x32 มม.
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์ (ICE + BEV)
ปริมาตรกระบอกสูบ: 6498 ลบ.ซม.
กระบอกสูบและช่วงชัก: 95 x 76.4 มม.
กำลังสูงสุด (รอบต่อนาที) (ICE): 835 แรงม้า ที่ 9250 รอบต่อนาที
กำลังสูงสุด (รวม ICE + EE): 1.080 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด (ICE): 725 นิวตันเมตร ที่ 6750 รอบต่อนาที
กำลังขับเฉพาะ: 128 แรงม้า/ลิตร
รอบสูงสุด: 9500 รอบต่อนาที
อัตราส่วนกำลังอัด: 12.6:1
ระบบส่งกำลังและกระปุกเกียร์
กระปุกเกียร์แบบคลัตช์คู่ 8 สปีด
สมรรถนะ
ความเร็วสูงสุด: มากกว่า 350 กม./ชม.
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.4 วินาที
อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม.: 6.7 วินาที
ระยะเบรก 100-0 กม./ชม.: 30 ม.
อัตราส่วนน้ำหนักแห้ง/กำลัง: 1.64 กก./แรงม้า
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcomhttps://
www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดตัว Lamborghini Fenomeno V12 แรงสุดในประวัติศาสตร์สายพันธุ์กระทิงดุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เตือนประชาชนเลือกซื้อยางรถให้ดู ECO sticker หลังพบยางตกเกรด ไม่ได้มาตรฐาน
- เกาะสนามยานยนต์: ฮอนด้าปล่อยแคมเปญ ชวนวิ่งให้สุดหยุดที่บุรีรัมย์ มาราธอน 2026
- รถไฟฟ้า JAECOO 5 EV ราคาพิเศษเริ่ม 549,000 บาท ชูจุดเด่นวิ่งไกล 461 กม.
- ช่วงล่างรถเนี๊ยบ ต้องยกให้ "เฮียเกี๊ยก สุทธิสารการช่าง" ที่ร้านจริงๆ อยู่ปทุมธานี
- LEXUS เปิดตัวรถต้นแบบ SPORT CONCEPT
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath