ตลท. ชี้ 8 แนวทางพลิกโฉม ธุรกิจครอบครัวไทย สู่ยุค AI หนุนโตยั่งยืน
ตลท. ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุน ธุรกิจครอบครัวไทย พร้อมเผยข้อมูลชี้บริษัทธุรกิจครอบครัวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อตลาดทุนไทย และเสนอ 8 แนวทางการ Transformation ธุรกิจครอบครัวไทยสู่ยุค AI เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและ "ลบคำสาป" ธุรกิจครอบครัวจบสิ้นภายใน 3 รุ่น
26 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวในงาน The 3rd SET Annual Conference on Family Business: Transforming Family Business ในหัวข้อ “พลิกอนาคตธุรกิจครอบครัว ให้โตอย่างยั่งยืน” ว่า ธุรกิจครอบครัวกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ ในยุคความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการก้าวเข้าสู่ยุค AI เต็มตัว
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เป็นผู้นำในการจัดงานสัมมนา SET Annual Conference on Family Business อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจครอบครัวให้ปรับตัวและเติบโตอย่างยั่งยืน อาทิ โครงการสนับสนุนทุนวิจัยสำหรับอาจารย์ เพื่อผลิตงานวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัวไทย โดยมีผู้ร่วมยื่นข้อเสนอรับทุนกว่า 30 หัวข้อ และคาดว่าจะเผยแพร่ผลงานวิจัยทั้งหมดได้ภายในสิ้นปี
โครงการ Family Business Thailand ร่วมกับพันธมิตร เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว ด้วยองค์ความรู้ด้านการบริหาร การตลาดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงกฎระเบียบต่างๆ
โครงการ ห้องเรียนธุรกิจครอบครัว บน LiVE Platform ที่ปัจจุบันมีเนื้อหาหลักสูตรกว่า 180 ชิ้น ในหลากหลายรูปแบบ และมีผู้ได้รับความรู้ไปแล้วกว่า 1 หมื่นราย
“ในอนาคตตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงเป็น “บ้านแห่งโอกาส” สำหรับธุรกิจครอบครัวไทย โดยทั้งหมดนี้เพื่อร่วมกัน "พลิกอนาคตธุรกิจครอบครัว ให้โตอย่างยั่งยืน" และเสนอ 8 แนวทางในการ Transformation ของธุรกิจครอบครัวไทย สู่ยุค AI เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”
ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ กล่าวถึง แนวทางพลิกโฉมธุรกิจครอบครัวสู่ยุค AI ได้แก่
- ประเมินความพร้อมขององค์กร และทำความเข้าใจศักยภาพของ AI ในการกำหนดกลยุทธ์ เป้าหมาย โดยกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายให้ชัดเจน วางแผนการนำ AI มาใช้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะสั้นและยาว และพิจารณาปัญหาที่ AI จะช่วยแก้ได้
- พิจารณาโอกาสและความเสี่ยง วิเคราะห์โอกาส อุปสรรค และความเสี่ยงจากการใช้ AI อย่างรอบคอบ รวมถึงประเด็นกฎหมาย ความรับผิดชอบ และพัฒนาทักษะบุคลากรให้เข้าใจ AI อย่างถูกต้องตามหลักจริยธรรมและกฎหมาย
- สร้างวัฒนธรรมนวัตกรรม ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทดลอง และอาศัยศึกษาจากความล้มเหลว/ผิดพลาดจากการใช้ AI ในองค์กรอื่น พร้อมปรับปรุงวิธีการทำงานและโครงสร้างองค์กร
- เพิ่มบทบาททายาทรุ่นใหม่ (Next Gen) เปิดโอกาสให้รุ่น X, Y, Z มีส่วนร่วมในการนำ AI และเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ธุรกิจ โดยมอบหมายอำนาจบริหารจัดการภายใต้การแนะนำจากที่ปรึกษาหรือกรรมการมืออาชีพที่มีความรู้ด้าน AI
- ยินยอมกระจายอำนาจการตัดสินใจ มอบหมายงานและกระจายอำนาจให้กับทายาทรุ่นใหม่ที่มีความสามารถด้าน AI มากขึ้น เพื่อลดความล่าช้าในการปรับตัว อาจแยกธุรกิจ AI ออกมาให้คนรุ่นใหม่บริหารเพื่อสนับสนุนธุรกิจอื่น
- ลงทุนในบุคลากร เทคโนโลยี และระบบข้อมูล ลงทุนพัฒนาทักษะผู้บริหาร พนักงานเรื่อง AI อย่างจริงจัง รวมถึงการย้ายข้อมูลสู่ระบบคลาวด์ หรือใช้ Hybrid Cloud เพื่อความยืดหยุ่นและลดต้นทุน
- บริหารจัดการความเสี่ยงและจริยธรรม กำหนดนโยบายการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ คำนึงถึงผลกระทบทางจริยธรรม ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยไซเบอร์ พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- วัดผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ติดตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI และตัดสินใจปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงติดตามนโยบายและสถานการณ์การส่งเสริมจากภาครัฐ เช่น มาตรการภาษี BOI
ความสำคัญของธุรกิจครอบครัวต่อตลาดทุนไทย
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2565 – 2567) เพื่อชี้ให้เห็นว่าบริษัทธุรกิจครอบครัวได้รับประโยชน์จากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อตลาดทุนไทย
โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ เติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 9% ต่อปี และมีสัดส่วน 55% ของสินทรัพย์รวมทั้งตลาด รายได้รวม เติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 11% ต่อปี และมีสัดส่วน 48% ของรายได้รวมทั้งตลาด กำไรรวม มีสัดส่วนเฉลี่ย 54% ของกำไรรวมทั้งตลาด และ Market Cap บริษัทที่เป็น Family Business ต่อ Total Market Cap เฉลี่ย 3 ปี อยู่ในระดับ 53%
ทั้งนี้การจ้างงาน 3 ปีที่ผ่านมา มีการจ้างงานเฉลี่ยมากถึง 1 ล้าน 4 แสนอัตรา หรือร้อยละ 74 ของการจ้างงานทั้งหมดของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย
“ธุรกิจครอบครัวควรวางกลยุทธ์ที่ชัดเจน พัฒนาทักษะคนในองค์กร เปิดรับนวัตกรรม และปรับวัฒนธรรมองค์กรให้ทันสมัย โดยเฉพาะทายาทรุ่นรับมอบต้องได้รับการสนับสนุนการลงทุนอย่างเหมาะสมจากรุ่นส่งมอบ เพื่อที่จะสามารถอยู่รอดและเติบโตในยุค AI ต่อไปได้อย่างยั่งยืน” ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ กล่าว