โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดีโกงเลือกสว. มาถึงด่านสามแล้ว ถ้ายัง “คิดช้า” สว.67 จะเห็นชอบกกต.เพิ่ม 4 คนมาตัดสินตัวเอง

iLaw

อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 11.23 น. • iLaw

คดีการโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภา ชุดปี 2567 (คดีโกงเลือก สว.) ทวีความสำคัญมากขึ้นหลังจากอนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากอนุทินและรัฐมนตรีอีก 4 คน รวมถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและเครือข่ายรวม 91 คน ถูกสอบสวนในคดีโกงเลือก สว. อีกทั้งคดีนี้ยังเป็นเป็นที่จับตามองจากการ “อภิปรายไม่จบ” ระหว่างแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลอนุทินด้วย

ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยการ สอบสวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 ประกอบกับฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 และฉบับที่ 5 พ.ศ. 2566 พบว่ามีกรอบเวลาทั้งสิ้น 240 วัน หรือ 8 เดือน

ทั้งนี้ อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ว่า สำนวนคดีโกงเลือกสว. ในส่วนกกต. ดำเนินมาถึงขั้นตอนการให้ความเห็นของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้งแล้ว หากพิจารณาต่อไปก็จะพบว่า ถ้าคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดใช้เวลาลงความเห็นเต็มกรอบตามกฎหมายที่กำหนดไว้ คือ 90 วัน อาจทำให้ในขั้นตอนสุดท้ายอย่างการ "วินิจฉัยชี้ขาด" อยู่ในมือของ กกต. ที่มาจาก สว. 2567 เห็นชอบใหม่ถึง 4 คน

ในระเบียบกกต. ไม่ได้บังคับว่าต้องมี “คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด”

ตามระเบียบ กกต. ไต่สวนฯ ข้อ 74 ระบุว่า กกต. “อาจ” ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง (คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ) ชุดหนึ่ง หรือหลายชุดก็ได้เพื่อทำหน้าที่วินิจฉัยกรณีต่างๆ ที่ กกต. รับคำร้องไว้ ในขั้นตอนถัดจากการลงความเห็นของเลขาธิการ กกต.

ทั้งนี้ ระเบียบ กกต. ไต่สวนฯ ข้อดังกล่าวยังกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะอนุกรรมการดังกล่าวด้วยว่า แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ การสืบสวน การไต่สวน การบัญชี การตรวจสอบภายใน หรือด้านอื่นๆ ที่เหมาะสม ที่มีความเป็นกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ โดยตั้งจำนวนของอนุกรรมการไว้ที่ไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 7 คน

ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 หนังสือพิมพ์สยามรัฐออนไลน์ได้เผยแพร่คำสั่ง กกต. ที่ 1145/2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง จำนวน 35 คณะ โดยมีคณะละ 5 คน

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาระเบียบ กกต. ไต่สวนฯ ข้ออื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด เช่น ข้อ 48 วรรคสี่ ระบุว่า “เมื่อเลขาธิการได้รับสํานวนการสืบสวนตามวรรคสอง หรือวรรคสามแล้ว ให้จัดทําความเห็นพร้อมเหตุผลเสนอต่อคณะกรรมการ เว้นแต่มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยก็ให้ดําเนินการตามข้อ 78 ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร เลขาธิการอาจสั่งให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนดําเนินการสืบสวนเพิ่มเติมก่อนมีความเห็น”

นั่นหมายความว่า จริงๆ แล้ว กกต. จะไม่ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยขึ้นมาสักชุดเลยก็ได้ และทำให้การลงดาบวินิจฉัยชี้ขาดรวดเร็วขึ้น แต่หาก กกต. ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดขึ้นมาแล้ว ก็ให้ดำเนินการตามระเบียบและกรอบเวลาต่อไป โดยระเบียบ กกต. ไต่สวนฯ ข้อ 74 วรรคสอง ระบุวาระการดำรงตำแหน่งของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ไว้ที่ 2 ปี และกำหนดการพ้นวาระไว้ในระเบียบ กกต. ไต่สวน ข้อ 75 ระบุว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ จะพ้นจากตำแหน่งเมื่อครบวาระ ตาย ลาออก หรือ กกต. มีมติให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อเห็นสมควร

1 ใน 7 อนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด เคยสมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อีก 3 คน (เคย) เป็นที่ปรึกษา กกต.

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 สำนักข่าวเนชั่นทีวีเผยแพร่คำสั่ง กกต. ที่ 2633/2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 เพื่อพิจารณาคดีโกงเลือกสว. ประกอบด้วยบุคคลทั้งสิ้น 7 คน ดังรายชื่อต่อไปนี้

  • อนุชา จันทร์สุริยา

  • อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

  • นันทศักดิ์ พูลสุข

  • เชาวนะ ไตรมาศ

  • เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์

  • ธัชสกล พรหมจมาศ

  • ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล

แม้สำนักข่าวเนชั่นจะให้ความเห็นต่อการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดนี้ว่า ไม่มี “สี” ทางการเมืองแต่อย่างใด แต่เมื่อพิจารณาภูมิหลังของทั้ง 7 คนนี้ จะพบว่า บุคคลทั้ง 7 มีความสัมพันธ์กับการพิจารณาคดีทางการเมืองต่างๆ หรือแม้กระทั่งกับ กกต. ชุดที่ได้รับการแต่งตั้งในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติด้วย

โดยคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 มีที่ปรึกษาคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งในอดีตและปัจจุบันถึง 3 คน ได้แก่ อนุชา จันทร์สุริยา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประธาน กกต. (อิทธิพร บุญประคอง) ก่อนหน้านี้เคยเป็นเลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วีระชัย วีระเมธีกุล ซึ่งเคยเป็นสส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2554 และ 2562

อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ศาสตราจารย์สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์) เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการขนส่งทางบก จนเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2557

และธัชสกล พรหมจมาศ เคยเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี) มีรายชื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงาน เคยอยู่ในราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย เคยมีชื่ออยู่ในสมาคมองค์กรนายจ้างแห่งประเทศไทย และเคยเป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าทวีธาภิเศก

นอกจาก(อดีต)ที่ปรึกษา กกต. แล้ว ผู้มาดำรงตำแหน่งอนุกรรมการวินิจฉัยยังมาจากผู้เคยดำรงตำแหน่งในองค์กรราชการต่างๆ คือ

นันทศักดิ์ พูลสุข เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ อดีตโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โดยนันทศักดิ์เคยสั่งฟ้องคดีการเมืองต่างๆ เช่น คดียึดทรัพย์ทักษิณ ชินวัตร 46,000 ล้านบาท คดี “ที่ดินรัชดา” คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงคดีกบฏของ กปปส. ด้วย

ขณะที่เชาวนะ ไตรมาศ เป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนจะถูกลงโทษให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดจากกรณีถูกกล่าวหาว่าเอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคาเกี่ยวกับการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ 281 เครื่องของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 ทว่าศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางสั่งยกฟ้อง

ก่อนหน้านี้ เชาวนะเคยสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิสายราชการ (แทนที่ปัญญา อุดชาชน) ทว่าตกรอบไป และได้สราวุธ ทรงศิวิไล มาดำรงตำแหน่งดังกล่าวแทน

เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เมื่อพฤศจิกายน 2567 ในช่วงที่พิพัฒน์ รัชกิจประการ หนึ่งในนักการเมือง “บ้านใหญ่” คนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จนเกษียณอายุราชการเมื่อกันยายน 2568 ทั้งเคยเป็นผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน

และร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทั้งนี้ ร.ต.อ. ปิยะเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรียื่นฟ้องธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและพวก จากการแจ้งข้อหาฆ่าคนตายแก่อภิสิทธิ์และสุเทพ เนื่องจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553

หากเปรียบเทียบกับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ทั้ง 35 คณะที่มีอยู่เดิม พบว่า บุคคลในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคณะที่ 36 จำนวน 4 คน มาจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ที่มีอยู่เดิมและยังไม่หมดวาระ ได้แก่

  • อนุชา จันทร์สุริยา ดำรงตำแหน่งในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 1

  • นันทศักดิ์ พูลสุข ดำรงตำแหน่งในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 7

  • อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ดำรงตำแหน่งในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 23

  • ธัชสกล พรหมจมาศ ดำรงตำแหน่งในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 31

กรอบเวลา 90 วัน ของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดจะชนกับกกต. หมดวาระ

ระเบียบ กกต. ไต่สวนฯ ข้อ 78 วรรคสอง ระบุว่า เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยได้รับสํานวนการสืบสวนหรือไต่สวนแล้ว ให้พิจารณาด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม ส่วนข้อ 79 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 ระบุว่า “เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยพิจารณาแล้วเสร็จ ให้จัดทำความเห็นตามแบบ สตว.8 เสนอให้คณะกรรมการพิจารณาโดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับสำนวนไว้ดำเนินการ”

สำหรับคดีโกงเลือกสว. 2567 เมื่อขั้นตอนการลงความเห็นของเลขาธิการ กกต. สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ก็ได้ส่งไม้ผลัดต่อให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ ซึ่งจะมีกำหนดครบ 90 วันในวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย คือ การวินิจฉัยของที่ประชุม กกต. ชุดใหญ่ ที่จะมีกรอบเวลาต่อไปอีก 90 วัน

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 จะมี กกต. หมดวาระเพิ่มอีก 2 คน คือ เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติยุค คสช. และได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งเมื่อ 4 ธันวาคม 2561

โดยก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสรรหาเพิ่งเสนอชื่อ อนันต์ สุวรรณรัตน์ และณรงค์ รักร้อย เป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่งกกต. แทนอิทธิพร บุญประคอง และสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ที่หมดวาระไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งขณะนี้ (5 ตุลาคม 2568) รายชื่อของอนันต์และณรงค์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติของวุฒิสภา

เมื่อรวมกับตลอดปี 2568 ที่ กกต. หมดวาระไปก่อนหน้านี้ 3 คน จึงหมายความว่า หากอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 ยังคง “คิดช้า” จะเปิดช่องให้ สว. สีน้ำเงินให้ความเห็นชอบ กกต. ถึง 5 คน เพื่อเข้ามารับไม้ต่อคดีโกงเลือกสว. ไปดำเนินการจนเสร็จสิ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...