โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักแสดง GMMTV แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ ‘ซาแซง’ ที่รุกล้ำชีวิตส่วนตัว จนทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ถึงเวลาที่วัฒนธรรมการติ่งนี้ควรหายไปเสียที เพราะ ‘การสะกดรอยตาม’ นอกเหนือเวลางานไม่ใช่ความรัก แต่คือการคุกคามผู้อื่น

Mirror Thailand

อัพเดต 06 ต.ค. 2568 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2568 เวลา 09.42 น.
ภาพไฮไลต์

หนึ่งในวัฒนธรรมการติ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นคือ ‘การรุกล้ำความเป็นส่วนตัว’ ของศิลปินนักแสดง ทว่า เหตุการณ์เช่นนี้กลับเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นการดักรอที่ลานจอดรถ การจงใจเดินทางไฟลต์บินเดียวกันกับศิลปินที่ชอบ หรือการติดตามไปยังสถานที่ต่างๆ นอกเหนือตารางงาน โดยในหมู่แฟนคลับได้นิยามชื่อเรียกกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ว่า ‘ซาแซง’ ซึ่งคือแฟนคลับที่คลั่งไคล้ศิลปินมากเกินไป จนล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว และสร้างความเดือดร้อนให้กับศิลปิน

คนกลุ่มนี้อาจให้เหตุผลว่า การกระทำของพวกเขาเกิดจาก ‘ความรัก’ ที่มีต่อศิลปิน หากจะเชื่ออย่างนั้น มันก็คงเป็น ‘ความรักที่เป็นพิษ’ (Toxic Relationship) เพราะฝ่ายหนึ่งพยายามควบคุมให้อีกฝ่ายอยู่ในสายตาตลอด โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ยินยอม อีกทั้ง พฤติกรรมข้างต้นยังล้วนเข้าข่ายการเป็น ‘Stalker’ บุคคลที่สะกดรอยตามผู้อื่น จนทำให้เหยื่อรู้สึกหวาดกลัวหรือไม่ปลอดภัย

ล่าสุด เหล่านักแสดง GMMTV เริ่มออกมาแสดงจุดยืนต่อประเด็นนี้บนแพลตฟอร์ม X (Twitter) โดย ‘เลิฟ ภัทรานิษฐ์’ ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีส่วนตัวว่า “รบกวนไม่ดักรอหรือตามเลิฟมาสถานที่ทำงานบริษัทส่วนตัวนะคะ ถ้าหากเราบังเอิญกันจริงๆ สามารถพูดคุยเล่นกันได้ให้ของขวัญหรือขนมได้ตามปกติเหมือนที่ผ่านมา ขอบคุณและดีใจเสมอที่ได้พูดคุยกับแฟนๆ แต่ในกรณีที่ดักรอหรือติดตาม ขออนุญาตไม่รับของนะคะ เลิฟและทีมงานบริษัทรู้สึกไม่ปลอดภัยค่ะ รบกวนขอความเป็นส่วนตัวด้วยนะคะ” ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เธอไม่ได้ปฏิเสธความรักของแฟนคลับ แต่รู้สึกไม่ปลอดภัยจากการโดนสะกดรอยตาม

ขณะเดียวกัน ‘ปอนด์ ณราวิชญ์’ และ ‘ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน’ ได้ไลฟ์สดออกกำลังกายที่ฟิตเนส แต่กลับเจอกลุ่มซาแซงดักรออยู่ด้านนอก ซึ่งทำให้แฟนคลับบางส่วนเริ่มพูดถึงเหตุการณ์นี้ในช่องทาง X หลังจากนั้น ‘ฟอส จิรัชพงศ์’ ก็ได้ออกมาอ้างอิงโพสต์ดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “ไหนมาดักตรูบ้างสิ”

อีกทั้ง เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2567 ‘ปอนด์ ณราวิชญ์’ ก็เคยทวีตว่า “วันนี้ผมเจอคนขับรถตาม ขับหนีเท่าไหร่ก็ตามไม่หยุดจนต้องหนีมาอยู่กับเพื่อน ผมไม่ทราบว่ามีเจตนาอะไร หากเป็นคนที่ชื่นชอบผม ผมขอเว้นพื้นที่ระยะห่างส่วนตัวไว้สักนิดนะครับ ยอมรับว่ากังวลเรื่องความปลอดภัยทั้งของตัวเองและคนใกล้ตัว หวังว่าจะเข้าใจกันนะครับ ขอบคุณครับ🙏🏻” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การสะกดรอยตามนั้นสร้างความหวาดกลัวให้แก่นักแสดงจริง เพราะตัวนักแสดงไม่อาจทราบได้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาเช่นไร

นอกจากนี้ นักแสดงหลายคนยังโดน ‘แอนตี้แฟน’ โจมตีด้วย Hate speech วิจารณ์ในเชิงลบ รวมถึงเผยแพร่ข่าวปลอม (Fake News) มาเป็นระยะเวลานาน หนึ่งในนั้นคือ ‘ตู ต้นตะวัน’ ซึ่งกลุ่มแฟนคลับพยายามเรียกร้องให้ค่ายต้นสังกัด GMMTV จัดการปัญหานี้และดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ใช้บัญชี @hazaeii ส่งผลให้ ‘ตู ต้นตะวัน’ ออกมาแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์นี้ว่า “ตั้งแต่โดนยัยนี่ตาม stalk ตามด่า ชีวิตดีขึ้นทุกวัน 😋 ต้องเข้าใจนะ บางคนเขามีความ insecurity บางอย่างในชีวิตจริง เป็น loser ทำได้แค่นั่งพิมพ์ข้อความที่ผ่านกระบวนการคิดแบบสัตว์เซลล์เดียว ส่วนเราสมองและจิตใจมีการพัฒนาไปไกลกว่านั้นมาก ดังนั้นไม่ต้องไปให้ค่างับ🥰”

ไม่ว่าจะ ‘การสะกดรอยตามด้วยความรัก’ หรือ ‘การโจมตีด้วยความเกลียดชัง’ ก็ไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องปกติในหมู่แฟนคลับ เพราะพฤติกรรมทั้งสองต่างเป็น ‘การคุกคามผู้อื่น’ ซึ่งผิดหลักกฎหมายอย่างชัดเจน และจริงๆ แล้ว เราไม่จำเป็นต้องรอให้ศิลปินคนใดออกมาปกป้องและเรียกร้องสิทธิของตนเองก่อน จึงจะตระหนักถึงปัญหานี้ เพราะไม่มีใครทราบล่วงหน้าว่า เหตุการณ์รุนแรงอย่างการสะกดรอยตามเพื่อลักพาตัว ชิงทรัพย์ ล่วงละเมิด หรือทำร้ายร่างกาย จะเกิดขึ้นกับเหยื่อเมื่อไร

อีกหนึ่งแนวทางที่น่าพิจารณา อย่างเช่นวงการ K-POP ที่มี ‘ปัญหาการบุกรุกและสะกดรอยตามศิลปิน’ เกิดขึ้นจำนวนมาก ส่งผลให้ค่ายต้นสังกัดดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ยิ่งไปกว่านั้น ภาครัฐเกาหลีใต้ยังปรับปรุงข้อกฎหมายใหม่ให้เข้มงวดขึ้นกว่าเดิม โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการลงโทษอาชญากรรมการสะกดรอยตาม (Punishment of Crime of Stalking) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30 ล้านวอน หากเกี่ยวข้องกับอาวุธหรือวัตถุอันตราย โทษอาจเพิ่มขึ้นเป็นจำคุกสูงสุด 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50 ล้านวอน

ค่ายต้นสังกัดและภาครัฐไทยอาจนำ ‘กฎหมายต่อต้านการสะกดรอยตามของเกาหลีใต้’ ไปเป็นอีกหนึ่งโมเดลเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ดีขึ้น เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า อุตสาหกรรมบันเทิงไทยเติบโตขึ้นทุกวัน ปัญหาซาแซงจึงอาจเพิ่มมากขึ้น หากยังขาดข้อกฎหมายที่เข้มงวดและรัดกุม

อ้างอิง

https://x.com/tontawan_t/status/1974836562379903433

https://x.com/loverrukk/status/1973696241348510060

https://x.com/fforcejs/status/1974734161786314934

https://x.com/ppnaravit/status/1814689308210831651

https://www.scmp.com/week-asia/people/article/3324751/stalking-reports-jump-south-korea-after-tougher-laws-enacted-over-murder-case

https://www.koreaherald.com/article/10565284

บทความต้นฉบับได้ที่ : นักแสดง GMMTV แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ ‘ซาแซง’ ที่รุกล้ำชีวิตส่วนตัว จนทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ถึงเวลาที่วัฒนธรรมการติ่งนี้ควรหายไปเสียที เพราะ ‘การสะกดรอยตาม’ นอกเหนือเวลางานไม่ใช่ความรัก แต่คือการคุกคามผู้อื่น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...