โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สหรัฐ” จ่อถือหุ้นเหมืองแร่หายากในกรีนแลนด์ หวังลดพึ่งพาจีน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ต.ค. 2568 เวลา 13.29 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2568 เวลา 06.29 น.

"สหรัฐ" กำลังหารือเข้าถือหุ้นในบริษัท Critical Metals Corp ผู้พัฒนาเหมือง Tanbreez ซึ่งเป็นโครงการแร่แรร์เอิร์ธขนาดใหญ่ในกรีนแลนด์ หวังลดพึ่งพาจีน

วันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลา 11.59 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้หารือกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะเข้าถือหุ้นในบริษัท Critical Metals Corp ซึ่งหากข้อตกลงนี้เกิดขึ้นจริง จะทำให้รัฐบาลสหรัฐมีผลประโยชน์โดยตรงในโครงการแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earths) ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะกรีนแลนด์ ดินแดนในแถบอาร์กติกซึ่งทรัมป์เคยเสนอให้สหรัฐซื้อกิจการมาแล้วในอดีต

หากข้อตกลงดังกล่าวบรรลุผล จะถือเป็นพัฒนาการทางการเมืองครั้งสำคัญของเหมืองแร่ Tanbreez ซึ่งอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน เคยผลักดันให้ขายกิจการให้กับบริษัท Critical Metals ที่ตั้งอยู่ในนิวยอร์กในราคาต่ำกว่าที่บริษัทจีนเคยเสนอไว้มาก

ก่อนหน้านี้ สหรัฐได้เข้าถือหุ้นในบริษัท Lithium Americas และ MP Materials แล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ที่จะให้ประเทศได้ประโยชน์จากการผลิตแร่และแร่หายาก (critical minerals) ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก

แหล่งข่าวระบุว่ารายละเอียดการหารือระหว่างรัฐบาลสหัรฐกับ Critical Metals ยังไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์คนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า “ตอนนี้มีบริษัทหลายร้อยแห่งพยายามเข้ามาหาเรา เพื่อให้รัฐบาลลงทุนในโครงการแร่ยุทธศาสตร์ของพวกเขา แต่ในกรณีของบริษัทนี้ เรายังไม่มีอะไรที่ใกล้จะตกลงกันได้ในตอนนี้”

แร่หายาก (rare earths) เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติแม่เหล็กสูง จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งแต่ รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงระบบอาวุธนำวิถี (missile systems) ซึ่งปัจจุบันจีนครองการผลิตและการแปรรูปเกือบทั้งหมดของโลก ทำให้ประเทศตะวันตกพยายามแสวงหาแหล่งผลิตใหม่เพื่อลดการพึ่งพาจีน

Critical Metals ได้ทำข้อตกลงซื้อเหมือง Tanbreez ในกรีนแลนด์เมื่อปีที่แล้ว ด้วยเงินสด 5 ล้านดอลลาร์ และหุ้นมูลค่า 211 ล้านดอลลาร์ และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทได้ยื่นขอรับ เงินสนับสนุน 50 ล้านดอลลาร์ ภายใต้กฎหมาย Defense Production Act ซึ่งเป็นกฎหมายยุคสงครามเย็นที่ใช้สนับสนุนการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ

ในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐได้เริ่มหารือกับบริษัทเกี่ยวกับการ “แปลงเงินสนับสนุน” ดังกล่าวให้กลายเป็นการถือหุ้นในบริษัทแทน โดยแหล่งข่าว 3 รายระบุว่า หากการแปลงเงินทุนนี้เกิดขึ้นจริง มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์จะคิดเป็นสัดส่วนหุ้นราว 8% ของบริษัท แต่ยังอยู่ในขั้นเจรจา และขนาดของสัดส่วนถือหุ้นอาจเปลี่ยนแปลงได้

เจ้าหน้าที่รัฐบาลยังพิจารณาแนวทางจัดสรรงบประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์จากกฎหมาย CHIPS Act เพื่อสนับสนุนโครงการแร่ยุทธศาสตร์ Reuters รายงานไว้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยกฎหมายนี้ ซึ่งรู้จักกันอย่างเป็นทางการในชื่อ CHIPS and Science Act ถูกบังคับใช้โดยประธานาธิบดีไบเดนในปี 2565 เพื่อส่งเสริมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐและลดการพึ่งพาเอเชีย

การหารือเกี่ยวกับการลงทุนใน Critical Metals ถูกเลื่อนออกไปชั่วคราว เนื่องจากรัฐบาลเพิ่งเสร็จสิ้นการเจรจาถือหุ้น 5% ในบริษัท Lithium Americas เมื่อไม่นานมานี้

แหล่งข่าวสองรายระบุว่า การปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐ (shutdown) จะไม่ส่งผลต่อการเจรจานี้ เพราะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการถือเป็นบุคลากรจำเป็น

ทั้งนี้การหารือบางส่วนมุ่งไปที่วิธีออก ใบสำคัญแสดงสิทธิ (warrants) เพื่อให้รัฐบาลสามารถซื้อหุ้นในราคาที่กำหนดได้ในอนาคต ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งของการเข้าถือหุ้นโดยรัฐ

นอกจากนี้สัดส่วนการถือหุ้นของรัฐบาลจะแยกออกจากเงินกู้ 120 ล้านดอลลาร์ที่ ธนาคารเพื่อการส่งออก–นำเข้าของสหรัฐฯ (EXIM Bank) กำลังพิจารณาอนุมัติให้กับ Critical Metals เพื่อพัฒนาเหมือง Tanbreez ด้วย

แม้ก่อนที่ทรัมป์จะเคยเสนอซื้อเกาะกรีนแลนด์ สหรัฐก็มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในดินแดนนี้มานานแล้ว โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลไบเดนเคยเดินทางไปเยือนเมืองหลวง นู๊ค (Nuuk) เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน เพื่อเชิญชวนนักลงทุนเอกชนเข้ามาลงทุนในเหมืองของเกาะ ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ได้ส่งรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ (JD Vance) ไปเยือนในเดือนมีนาคมปีนี้ นอกจากนี้ยังมีฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรีนแลนด์

Critical Metals ประเมินว่า การพัฒนาเหมือง Tanbreez จะใช้เงินลงทุนรวมราว 290 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ เงินกู้จาก EXIM Bank มูลค่า 120 ล้านดอลลาร์ จะถูกใช้เพื่อทำงานด้านเทคนิคและเตรียมการผลิตเบื้องต้นภายในปี 2569 เมื่อเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ เหมืองนี้คาดว่าจะผลิต แร่ Rare Earths เข้มข้นได้ปีละ 85,000 เมตริกตัน พื้นที่ดังกล่าวยังมีแร่สำคัญอื่น ๆ เช่น แกลเลียม (Gallium) ซึ่งจีนเพิ่งจำกัดการส่งออกไปเมื่อปีที่แล้ว และ แทนทาลัม (Tantalum) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตามภาคเหมืองของกรีนแลนด์ยังพัฒนาอย่างช้า เนื่องจาก นักลงทุนให้ความสนใจน้อย, ขั้นตอนราชการซับซ้อน, และ ข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันมีเหมืองที่เปิดดำเนินการอยู่เพียง 2 แห่งเท่านั้น

ทั้งนี้ทำเลที่ตั้งของ Tanbreez ซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและมีสภาพอากาศหนาวจัด อาจเป็นความท้าทายสำคัญในการพัฒนา แต่จุดแข็งคือเหมืองตั้งอยู่ใกล้เส้นทางน้ำหลัก ทำให้สามารถขนส่งวัตถุดิบออกจากเกาะได้สะดวกขึ้น

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...