โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ดาวโจนส์” ทะลุ 47,000 จุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังเงินเฟ้อสหรัฐชะลอลง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ต.ค. 2568 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2568 เวลา 00.58 น.

“ดาวโจนส์” ทะลุ 47,000 จุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังเงินเฟ้อสหรัฐชะลอลง สร้างแรงหนุนให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าเฟดจะสามารถเดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยได้ต่อไปในปีนี้

วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 03.14 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อวันศุกร์ (24 ต.ค.) หลังข้อมูลเงินเฟ้อที่ออกมา “เย็นลง” จุดกระแสความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะสามารถเดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยต่อไปได้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนการประเมินมูลค่าหุ้นในระดับสูงขึ้น

  • ดัชนี ดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) พุ่งขึ้น 472.51 จุด หรือ 1.01% ปิดที่ 47,207.12 จุด ซึ่งเป็นการปิดเหนือระดับ 47,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
  • ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.79% ปิดที่ 6,791.69 จุด
  • ส่วน แนสแด็ก คอมโพสิต (Nasdaq Composite) พุ่งขึ้น 1.15% ปิดที่ 23,204.87 จุด

ทั้งสามดัชนีหลักต่างปิดทำการที่ระดับ “สูงสุดเป็นประวัติการณ์”

รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายน ซึ่งล่าช้าเพราะการปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐ (shutdown) ระบุว่าเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.3% ต่อเดือน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อรายปีอยู่ที่ 3% ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ Dow Jones คาดไว้ที่ 0.4% และ 3.1% ตามลำดับ

เมื่อหักราคาอาหารและพลังงานออก (Core CPI) พบว่าเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ต่อเดือน และ 3% ต่อปี ซึ่งก็ต่ำกว่าที่คาดไว้ (0.3% และ 3.1%) เช่นกัน

หลังข้อมูล CPI เผยแพร่ออกมา นักลงทุนในตลาดเพิ่มความคาดหวังว่า เฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมที่เหลืออีกสองครั้งในปีนี้

เครื่องมือ CME FedWatch แสดงให้เห็นว่า ความน่าจะเป็นที่เฟดจะลดดอกเบี้ยเดือนธันวาคม พุ่งขึ้นเป็น 98.5% จากระดับเดิมราว 91% ก่อนข้อมูลเผยแพร่ ขณะที่โอกาสการลดดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้ายังอยู่เหนือ 95%

ความหวังว่าการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารดีดตัวขึ้นระหว่างวัน

โดยหุ้นของ JPMorgan, Wells Fargo และ Citigroup ต่างปรับขึ้นราว 2%

ส่วนหุ้นในกลุ่มการเงินอื่น ๆ เช่น Goldman Sachs และ Bank of America ก็ขยับขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อรายปีที่ปรับขึ้น 3% ยังคงสูงขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของรัฐบาล รวมถึงตัวเลขจ้างงานรายสัปดาห์และรายเดือน ยังคงเลื่อนการประกาศ เพราะการปิดหน่วยงานภาครัฐ

“รายงาน CPI ที่ออกมาวันนี้ไม่มีสิ่งใดที่อาจทำให้เฟด ‘ตกใจ’”

ลินด์ซีย์ รอสเนอร์ (Lindsay Rosner) หัวหน้าฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้หลายประเภทของ Goldman Sachs Asset Management กล่าว

“เรายังคาดว่าเฟดจะผ่อนคลายเพิ่มเติมในการประชุมสัปดาห์หน้า และการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมก็ยังมีแนวโน้มสูงเช่นกัน เนื่องจากการขาดข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงนี้ ทำให้เฟดไม่มีเหตุผลมากพอที่จะเบี่ยงเบนจากแนวทางใน dot plot ที่วางไว้”

ตลาดแทบไม่สะทกสะท้านต่อคำประกาศของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าเขาจะ “ยุติการเจรจาการค้ากับแคนาดา” หลังไม่พอใจโฆษณาของรัฐบาลรัฐออนแทรีโอซึ่งใช้ภาพอดีตประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน พูดถึงผลเสียของกำแพงภาษี โดยทรัมป์กล่าวหาว่าเป็น “ของปลอม (FAKE)”

เนื้อหาในโฆษณานั้นอ้างอิงคำกล่าวของเรแกนในรายการวิทยุเมื่อเดือนเมษายน 1987 ที่ว่า

“กำแพงภาษีทำร้ายแรงงานและผู้บริโภคชาวอเมริกันทุกคนในระยะยาว”

ต่อมา ดัก ฟอร์ด (Doug Ford) มุขมนตรีรัฐออนแทรีโอ กล่าวในวันศุกร์ว่า รัฐจะ “หยุดออกอากาศโฆษณา” ชั่วคราวหลังจบการแข่งขัน World Series สุดสัปดาห์นี้ เพื่อเปิดทางให้การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ–แคนาดาเริ่มต้นใหม่

ดัชนีหลักทั้งสามบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน โดยแต่ละดัชนีเพิ่มขึ้นราว 2% ตลอดสัปดาห์

ขณะนี้ S&P 500 ปรับขึ้นแล้ว 15% นับตั้งแต่ต้นปี ส่วน แนสแด็ก พุ่งขึ้นถึง 20%

อ้างอิง : cnbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...