โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ยื่นภาษีเงินได้”...สำหรับ “เงินกินเปล่า” (ค่าหน้าดิน-เงินแป๊ะเจี๊ยะ) จากการ “ให้เช่าทรัพย์สิน” อย่างไรให้ประหยัด !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 07.04 น. • ธีรพัฒน์ มีอำพล นักวางแผนการเงิน CFP®

Wealth EZ: ปัญหาหนึ่งของคนที่มีที่ดิน อาคารบ้านเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างให้เช่า ก็คือปัญหาเกี่ยวกับการ “เสียภาษี” เพราะเงินที่ได้รับเป็นค่าเช่านั้นถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเงินได้ ดังนั้นหากได้รับค่าเช่าในแต่ละปีไม่ว่าจะมากน้อยเพียงใด เวลายื่นแบบเสียภาษีเงินได้ประจำปีก็จะต้องแสดงรายการเงินค่าเช่าที่ได้รับเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (5) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้วเหลือเงินได้สุทธิเท่าไรก็เอาไปคิดภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งใช้อัตราก้าวหน้า ถ้ามีเงินได้สุทธิมากก็ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูง
การให้เช่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง นอกจากจะได้รับเงินค่าเช่าเป็นรายเดือนหรือรายปีแล้ว ผู้ให้เช่ายังได้รับ ‘เงินกินเปล่า’ ‘ค่าหน้าดิน’ ‘เงินแป๊ะเจี๊ยะ’ ‘เงินช่วยค่าปลูกสร้าง’ ‘เงินค่าซ่อมแซม’หรือ ‘ค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์’หรือ ‘เงินได้อื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน (เงินกินเปล่า)’ เพื่อตอบแทนที่ได้ให้ผู้อื่นเช่าที่ดิน อาคารหรือโรงเรือนเป็นระยะเวลานาน เช่น 10 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี ซึ่งมักจะมีจำนวนเงินที่สูง
ตัวอย่างเช่น ให้เช่าที่ดินมีกำหนด 30ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2561 ถึงปี 2590 และได้รับเงินกินเปล่าทันทีในวันที่ทำสัญญาเช่าจำนวน 30,000,000 บาท
ซึ่งเงินก้อนที่ได้รับนี้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกันกับเงินค่าเช่าแต่การเสียภาษีเงินได้กรณี “เงินกินเปล่า” หรือเงินได้อื่นในลักษณะทำนองเดียวกันผู้ให้เช่าจะมีสิทธิเลือกคำนวณภาษีได้ ดังนี้
1.นำเงินกินเปล่าที่ได้รับทั้งจำนวนไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90) และชำระภาษีภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ได้รับเงินได้พึงประเมิน
2.นำเงินกินเปล่าไปเฉลี่ยตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่า แล้วยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 93) และชำระภาษีเงินได้จากเงินได้ที่เฉลี่ยเป็นรายปีตามจำนวนปีของอายุการเช่าเป็นการล่วงหน้าให้เสร็จสิ้นไปภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ได้รับเงินกินเปล่า ตามประกาศกระทรวงการคลังฯ ลงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ทั้งนี้เมื่อถึงกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในแต่ละปีภาษีผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 โดยนำเงินกินเปล่าตามส่วนที่ได้เฉลี่ยไว้ตามแบบ ภ.ง.ด. 93 ไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้แล้วนำจำนวนภาษีที่ได้เสียไว้ตามแบบ ภ.ง.ด. 93 มาหักจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่คำนวณได้ในแต่ละปีภาษี

ตัวอย่าง

นายเขียวนำที่ดินของตนเองไปให้บริษัทเจ้าพระยา จำกัด เช่า เพื่อสร้างห้างสรรพสินค้า โดยสัญญาเช่ามีกำหนดระยะเวลา 30 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2561ถึงปี 2590โดยนายเขียวได้รับเงินกินเปล่าจำนวน 30,000,000บาท และได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ไว้ร้อยละ 5 (1,500,000 บาท ) จะมีสิทธิเลือกคำนวณภาษีได้ ดังนี้
1.นำเงินกินเปล่าทั้งจำนวน 30,000,000 บาท ไปถือเป็นเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี 2561 แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 และชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภายในเดือนมีนาคม 2562โดยมีสิทธินำเงิน 1,500,000 บาท ที่ถูกบริษัทเจ้าพระยา จำกัด หัก ณ ที่จ่ายไว้ทั้งจำนวนมาหักออกจากภาษีเงินได้ที่ต้องเสีย
2.ขอใช้สิทธิตามประกาศกระทรวงการคลังฯ ลงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 โดยนำเงินกินเปล่าจำนวน 30,000,000 บาท ไปเฉลี่ยเป็นเงินได้พึงประเมินของปีภาษี 2561ถึงปีภาษี 2590จำนวน 30 ปี คิดเป็นเงินได้พึงประเมินปีละ 1,000,000บาท แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด. 93 จำนวน 30 ฉบับ และชำระภาษีเงินได้ของแต่ละปีภาษีทั้งหมด 30 ปีเป็นการล่วงหน้าให้เสร็จ ภายในเดือนมีนาคม 2562
และเมื่อถึงกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประจำปีภาษี2561ถึงปีภาษี 2590ต้องนำเงินกินเปล่าดังกล่าวมาคำนวณภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา โดยการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 แล้วนำจำนวนภาษีที่ได้เสียไว้ตามแบบ ภ.ง.ด. 93 มาหักจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่คำนวณได้ในแต่ละปีภาษีนั้น ทั้งนี้มีสิทธินำภาษีเงินได้ 1,500,000 บาท ที่ถูกบริษัทเจ้าพระยา จำกัด ได้หักไว้ ณ ที่จ่ายทั้งจำนวน มาหักจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี2561ได้
“จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า หากผู้ให้เช่าเลือกนำเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซม หรือค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์ หรือเงินได้อื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน (เงินกินเปล่า) จำนวน 30,000,000 บาท มายื่นเป็นเงินได้พึงประเมินทั้งหมดในปีเดียวกับที่ได้รับเงินก้อนนั้นแล้ว ก็จะเป็นภาระหนักแก่ผู้ให้เช่าเพราะการคิดคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า หากมีเงินได้สุทธิสูงก็จะต้องเสียภาษีสูงตามไปด้วยดังนั้นวิธีที่สอง (เฉลี่ยตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่า) จึงเป็นวิธีที่ประหยัดภาษีมากกว่าการยื่นเงินกินเปล่าทั้งจำนวน”
ส่วนกรณีผู้มีเงินได้ได้รับเงินกินเปล่าเป็นจำนวนหลายครั้ง เช่น ให้เช่า 10 ปี แล้วได้รับเงินกินเปล่าในปีที่ 1 จำนวน 1,000,000 บาท ในปีที่ 3 จำนวน 1,000,000บาท หากผู้มีเงินได้นำเงินกินเปล่าไปเฉลี่ยตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่า แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด. 93และชำระภาษีเงินได้จากเงินได้ที่เฉลี่ยเป็นรายปีตามจำนวนปีของอายุการเช่าเป็นการล่วงหน้าให้เสร็จสิ้นไปภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ได้รับเงินกินเปล่า โดยให้เฉลี่ยเงินกินเปล่าตามจำนวนปีของอายุการเช่าที่เหลือ กล่าวคือ ได้รับเงินกินเปล่าในปีที่ 1จำนวน 1ล้านบาท ให้เฉลี่ยเป็นจำนวน 10ปีแล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด. 93จำนวน 10ฉบับ และชำระภาษีเงินได้ของแต่ละปีภาษีทั้งหมด 10ปีภาษีภายในเดือนมีนาคมของปีที่ 2
“ส่วนเงินกินเปล่าที่ได้รับในปีที่ 3จำนวน 1ล้านบาท ให้เฉลี่ยเป็นจำนวน 8ปีแล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด. 93จำนวน 8ฉบับ และชำระภาษีเงินได้ของแต่ละปีภาษีทั้งหมด 8ปีภาษีภายในเดือนมีนาคมของปีที่ 4 เป็นต้น ก็จะประหยัดภาษีกว่าการนำเงินกินเปล่าที่ได้รับทั้งจำนวนไปยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 ในปีที่มีเงินได้พึงประเมิน”
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...