โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินเดือนขึ้น แต่จนกว่าเดิม
ปรากฏการณ์ “เงินหด” ของคนเมือง พฤติกรรมอะไรบ้าง ที่ทำให้เราไม่รวยสักที

Thairath Money

อัพเดต 10 ส.ค. 2568 เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2568 เวลา 04.30 น.
ภาพไฮไลต์

แม้รายได้จะขยับขึ้นทุกปี แต่กลับรู้สึกว่ากระเป๋าเบากว่าเดิมนี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึก เพราะตัวเลขก็ยืนยัน — เจาะข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า เส้นรายได้และเส้นรายจ่าย (เฉลี่ย) ของคนไทยกำลังเดินสวนทางกันอย่างชัดเจน

  • ปี 2562 ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ย 15,082 บาท/เดือน แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 17,945 บาท
  • ปี 2564 รายได้เพิ่มเล็กน้อยเป็น 15,305 บาท แต่ค่าใช้จ่ายพุ่งไปถึง 18,802 บาท
  • จนถึงปี 2567 รายได้เฉลี่ยแตะ 15,901 บาท ทว่า ภาระรายเดือนกระโดดเป็น 19,319 บาท

นั่นหมายความว่า แม้เราจะ “หาเงินได้มากขึ้น” แต่ก็ “ใช้มากกว่าที่หา” และช่องว่างนี้กำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆที่น่ากังวลคือ ช่องว่างนี้ไม่ได้เกิดจากค่าครองชีพแพงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจาก “Lifestyle Inflation” หรือ ภาวะใช้เงินฟุ้งตามรายได้ กับดักทางการเงินที่แยบยล เพราะมักมาในรูปของ “รางวัลให้ตัวเอง” และ “การอัปเกรดชีวิต” ที่ฟังดูสมเหตุสมผล

เมื่อเงินเดือนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลายคนรู้สึกว่าตัวเอง “พร้อมใช้” มากกว่าเดิม จึงเผลอปรับวิถีชีวิตให้กินดี อยู่ดี และสะดวกขึ้นทันที แต่สิ่งที่มาพร้อมกับความสะดวกและความรู้สึกพิเศษ ก็คือค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นแบบถาวร

พฤติกรรมที่กลายเป็นช่องรั่วทางการเงิน เช่น…

  • กินข้าวนอกบ้านบ่อยขึ้น เพราะเหนื่อยเกินจะทำเอง — ค่าอาหารเพิ่ม 2–3 เท่า และมักบวกค่ารถหรือค่าส่ง
  • ผ่อนของใหญ่ เช่น รถ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพง — เพราะคิดว่าเงินเดือนสูงขึ้นแล้วไหว แต่ลืมคิดถึงดอกเบี้ยและค่าซ่อมบำรุงในอนาคต
  • ซื้อคอร์ส–สมัครแอป เพราะกลัวตกเทรนด์ เช่น ฟิตเนส, คอร์สเรียน, สตรีมมิ่ง — ค่าใช้จ่ายรายเดือนเหล่านี้สะสมจนกลายเป็นก้อนใหญ่
  • เช่าห้องคนเดียว ด้วยเหตุผลว่า “โตแล้วต้องมีพื้นที่ส่วนตัว” — ทำให้ค่าเช่า ค่าน้ำไฟ ค่าตกแต่ง เพิ่มขึ้นเท่าตัว
  • ใช้เงินเป็นรางวัลชีวิต เช่น ซื้อกระเป๋า นาฬิกา หรือทริปเที่ยว — ซึ่งมักให้ความสุขชั่วคราว แต่ไม่มีผลต่อความมั่นคงในระยะยาว

ผลลัพธ์คือ เงินเดือนขึ้น แต่เงินเก็บหดเช่น ปี 2563 เงินเดือน 25,000 บาท ใช้ 20,000 เหลือเก็บ 5,000 บาทแต่ปี 2568 เงินเดือนเพิ่มเป็น 30,000 บาท ใช้พุ่งเป็น 29,000 เหลือเก็บเพียง 1,000 บาท แทบไม่เหลือกันชนทางการเงินเลย

ยิ่งไปกว่านั้น คนเมืองยังต้องเผชิญ ค่าครองชีพแฝง ที่ไม่ค่อยถูกนับรวมเวลาเราวางแผนการเงิน เช่น

  • ค่าเดินทาง + เวลา (ทำงานไกลขึ้น เปลืองค่าน้ำมัน/โดยสาร และสูญเสียเวลาที่สามารถใช้สร้างรายได้เสริม)
  • ค่าแลกเวลาสบาย (เรียก Grab, Foodpanda, จ้างซักรีด — ทุกครั้งที่เราซื้อเวลา เราก็เสียเงินมากขึ้น)
  • ค่าดูดีในสังคม (ต้องอัปเดตเสื้อผ้า เครื่องสำอาง อุปกรณ์ เพื่อรักษาภาพลักษณ์)
  • ค่าความเครียด (จ่ายเพื่อความบันเทิง/หนีปัญหา เช่น ช้อปปิ้ง เที่ยว หรือกินหรู)

เมื่อบวกทั้งหมดเข้าด้วยกัน จึงไม่แปลกที่หลายคนรู้สึกว่า “เงินไม่เคยพอ” เพราะรายได้ที่เพิ่มขึ้น ถูกดูดออกไปจากหลายทิศทางแบบเงียบ ๆ

ภาพลักษณ์ กับดักที่ทำให้จนแบบไม่รู้ตัว

อีกหนึ่งแรงผลักดันที่ซ่อนอยู่ในภาวะ “เงินหด” คือ การสร้างภาพลักษณ์ให้ดูรวย ดูดี เพื่อเข้ากับสังคม วงเพื่อน หรือโลกโซเชียลปัญหาคือ ภาพลักษณ์เหล่านี้ต้อง “ใช้เงินหล่อเลี้ยง” ตลอดเวลา และแทบไม่มีมูลค่าจริงในอนาคต

Thairath Money ชวนคุณลองเช็กตัวเองว่า… คุณกำลัง “รวยปลอม” อยู่หรือเปล่า?

  • รายได้เพิ่ม แต่เงินเก็บน้อยลง
  • มีของดีขึ้น แต่ไม่มีเวลาใช้
  • ใช้เงินปลอบความเหนื่อยบ่อยขึ้น
  • กลัวเปิดแอปธนาคารทุกปลายเดือน
  • ใช้ชีวิตให้ “ดูดี” มากกว่า “อยู่ดี”

ถ้าตอบ “ใช่” หลายข้อ แปลว่าคุณอาจกำลังแลก อิสรภาพทางการเงิน กับ ภาพลักษณ์ที่อยู่ได้ไม่นานและนี่คือเหตุผลที่แม้ เงินเดือนจะขึ้น แต่เรากลับ จนกว่าเดิม — ปรากฏการณ์ “เงินหด” ที่กำลังเกิดขึ้นกับคนเมืองแทบทุกคนในวันนี้

ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ,สภาพัฒน์ ,ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินเดือนขึ้น แต่จนกว่าเดิม
ปรากฏการณ์ “เงินหด” ของคนเมือง พฤติกรรมอะไรบ้าง ที่ทำให้เราไม่รวยสักที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...