โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไชยชนก” สั่ง”สคส.” ตรวจเข้มสแกนม่านตาทุกพื้นที่ย้ำห้ามละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

เดลินิวส์

อัพเดต 04 ต.ค. 2568 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2568 เวลา 01.54 น. • เดลินิวส์
รมว.ดีอี สั่งการให้ สคส. กรณี การชักชวนให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมสแกนม่านตาเพื่อรับสินทรัพย์ดิจิทัล หรือเหรียญเงินคริปโทเคอร์เรนซี จนทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลในประเด็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ย้ำต้องไม่ละเมิดก.ม.

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการชักชวนให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมสแกนม่านตาเพื่อรับสินทรัพย์ดิจิทัล (เหรียญเงินคริปโทเคอร์เรนซี) จนทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลในประเด็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และอาจมีการนำข้อมูลนั้นไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ตนได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ตรวจสอบกรณีนี้อย่างใกล้ชิด โดยเน้นให้ความสำคัญเรื่องของการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

ทั้งนี้ที่ผ่านมา กระทรวงดีอี โดย สคส. ได้มีการแจ้งเตือนภัยถึงการสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล โดยเฉพาะประเด็นข้อมูลชีวมิติ (biometric data) ซึ่งข้อมูลม่านตาถือเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่ง สคส. ได้มีการร่วมหารือกับบริษัท ทูลส์ ฟอร์ ฮิวแมนนิตี้ (Tools for Humanity - TFH) บริษัทเจ้าของโครงการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ ติดตาม และวางแนวทางร่วมกัน โดยมีสาระที่สำคัญ 3 ประการ คือ

1.การจัดเก็บและทำลายข้อมูล โดยบริษัทต้องแสดงให้เห็นว่า ข้อมูลม่านตาจะถูกลบหรือทำลายทันทีเมื่อหมดวัตถุประสงค์ พร้อมส่งเอกสารยืนยันกระบวนการต่อ สคส.

2.การควบคุมการรับจ้างสแกนม่านตา โดยเตือนประชาชนให้ไตร่ตรองให้รอบคอบ เพราะมีข้อมูลในสื่อสาธารณะ เรื่องที่มาที่ไปของข้อมูลและแหล่งเงิน ควรต้องรอให้หน่วยงานตรวจสอบอย่างชัดเจน พร้อมขอให้บริษัทผู้ให้บริการรายงานหลักฐานเกี่ยวกับกรณีนี้

3. ความโปร่งใสในการขอความยินยอม โดยผู้ให้บริการต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนว่าข้อมูลจะถูกใช้อย่างไร แปลงเป็นรหัสรูปแบบไหน มีการป้องกันข้อมูลอย่างไร และต้องได้รับความยินยอมอย่างแท้จริงจากผู้ใช้

“ตนขอเน้นย้ำว่า เรื่องการใช้งานเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันถือเป็นสิ่งที่ดี เพื่ออำนวยความสะดวก หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันการใช้งานเทคโนโลยีนั้นจะต้องไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นไปใช้ในการอื่น” รมว.ดีอี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังคงมีประชาชนให้ความสนใจเข้ารับบริการสแกนม่านตา ซึ่งทางกระทรวงดีอี มีความห่วงใยและขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง ดังนั้นตนจึงสั่งการให้ สคส. ได้ลงตรวจสอบในทุกพื้นที่ เพื่อพิสูจน์ให้แน่ชัดว่ากิจกรรมดังกล่าวจะไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนที่ร่วมกิจกรรม เนื่องจากพบว่า หลายแห่งไม่ได้มีการระบุข้อมูลสำคัญด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ระบุวัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูลม่านตาอย่างชัดเจน ตลอดจนไม่มีการแจ้งเตือนว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลชีวมิติที่สามารถระบุตัวตนได้ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายการละเมิด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างชัดเจน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...