โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รักตัวเองไม่เสียใจสักวัน แกะสูตรลับ Self. Smoothie เครื่องดื่มสุดฮีลใจที่จะทำให้คุณหลงรักการกินผักผลไม้ในทุกวัน

Ad Addict

อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 06.38 น. • AD ADDICT TH

ในสมูทที 1 แก้ว คุณเห็นอะไรในนั้น ? ผัก ผลไม้ หรือสารอาหารที่อัดแน่น แต่เรากลับเห็นถึงแพสชัน และความตั้งใจของทีมงานที่อยู่เบื้องหลัง นี่ไม่ใช่แค่น้ำผักผลไม้ปั่นธรรมดา แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการรักตัวเองจาก Self. Smoothie

Self. Smoothie แบรนด์น้ำผักผลไม้ที่เรียกตัวเองว่าเป็น Solution Smoothie คิดค้นแต่ละสูตรเพื่อแก้ปัญหาและตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ ภายใต้ความตั้งใจที่อยากจะเปลี่ยนภาพจำของการรักตัวเองให้ง่ายขึ้น และด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นกว่าใคร ๆ จึงไม่แปลกที่ Self. Smoothie จะกลายเป็นหนึ่งผู้ชนะของกิจกรรมSME on Board จาก AD ADDICT

ไม่ใช่แค่ประโยชน์ที่อัดแน่นของสมูททีเท่านั้นที่คว้าใจกรรมการ แต่เพราะความตั้งใจของแบรนด์ที่อยากให้ทุกคนหันกลับมารักตัวเองต่างหาก ที่ทำให้เราไม่ลังเลที่จะพาสมูททีแก้วเล็ก ๆ เหล่านั้น พุ่งทะยานสู่บิลบอร์ดให้ทุกคนได้รู้จัก Self. Smoothie ให้มากขึ้น !

แต่นอกจากรางวัลอย่างป้ายโฆษณาแล้ว วันนี้เรายังได้ชวนสองตัวแทนผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง “คุณมายด์-ณภัสสร ฉลาดมานะกุล” และ“คุณพี-พีรวัส ผลธนะศักดิ์” มาแชร์ประสบการณ์การทำแบรนด์ตั้งแต่ Day 1 แบบ Exclusive สุด ๆ ถ้าอยากจะรักตัวเองไปด้วยกันแล้ว ก็ตามไปอ่านกันได้เลย~

สมูททีที่เกิดจาก Pain Points ของคนรักสุขภาพ

Self. Smoothie ไม่ใช่ร้านน้ำปั่นที่ตั้งต้นเพียงแค่ความอร่อยอย่างเดียว แต่มันเกิดจากความตั้งใจที่อยากแก้ปัญหาการกินอาหารสุขภาพต้องอร่อยและไม่ฝืน ซึ่งนี่คือ Pain Point ที่ทางคุณมายด์ (ณภัสสร ฉลาดมานะกุล), คุณพี (พีรวัส ผลธนะศักดิ์) และคุณออม (ลรินดา จันทรัศมี) สามผู้ก่อตั้งเจอร่วมกันระหว่างเรียนปริญญาโทที่บอสตัน สหรัฐอเมริกา

คุณมายด์เล่าให้ฟังว่าในช่วงที่เรียน ตรงกับการระบาดของสถานการณ์โควิดพอดี ดังนั้นการจะอยู่รอดในช่วงกักตัว ก็คือการซื้อวัตถุดิบ อย่างผักผลไม้มาตุนไว้ แล้วจับตะหลิวเข้าครัวทำกินกันเองมื้อต่อมื้อ แต่ด้วยความที่กลัวผักผลไม้จะเสียเพราะกินไม่ทัน พวกเขาจึงเลือกวิธีที่ง่ายกว่า นั่นก็คือการโยนใส่เครื่องปั่น ปั่นรวมกันให้กลายสมูททีที่กินเสร็จได้ภายในแก้วเดียว

แต่เมื่อได้ลองใส่ผักเข้าไปเพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ ผลลัพธ์กลับไม่ได้อร่อยเหมือนที่เคยกินตามร้าน สุดท้ายจนเกิดเป็นไอเดียธุรกิจจากประโยคที่พูดขึ้นลอย ๆ ของคุณพีว่า..

“มันคงดีเนอะ ถ้ามีแบรนด์ที่ตวงส่วนผสมที่มั่นใจ

ทั้งคุณประโยชน์ และรสชาติให้เราแล้ว”

หลังจากทั้งสามคนกลับมาไทย ไอเดียที่ฟุ้ง ๆ ที่เกิดขึ้นที่บอสตัน ก็ถูกนำมาพัฒนาต่อยอด จากการ brainstorm และคิดค้นสูตรเฉพาะแต่ละไลฟ์สไตล์ จนกลายเป็นธุรกิจสมูททีที่ตั้งต้นจาก Pain เพื่ออยากมีส่วนช่วยแก้ปัญหาสุขภาพด้วยผักผลไม้ปั่นที่เน้นใช้วัตถุดิบไม่แปรรูป(whole food) ที่อร่อยและดีต่อใจ โดยไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่สารปรุงแต่ง ใช้เพียงแค่ผัก ผลไม้ และคุณประโยชน์จากธรรมชาติเท่านั้น

คุณมายด์ : พอเราจะทำ เราเลยตั้งต้นจาก Pain แต่เป็นรูปแบบที่ว่าเรามาลิสต์กันเลยว่าผักผลไม้จะมีส่วนช่วยแก้ปัญหา Pain อะไรในชีวิตเราบ้าง ทั้งเรื่องผิว, ดีท็อก, คอลเลสเตอรอล, แก้แฮงค์ ,ขาดสารอาหาร ตอนนั้นได้มาเกือบ 20 Pain แต่เราก็มาเลือกว่าภายใต้ความธรรมชาติของผักผลไม้ จะช่วยสนับสนุนอะไรได้บ้าง จากนั้นก็กรุ๊ปมาได้ทั้งหมด 12 Pain Points

“Self. ไม่ได้เริ่มจากการแค่อยากกินน้ำอร่อยอย่างเดียว

แต่เราเริ่มจากการคิดว่าสมูททีที่เรามี

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และ Pain Points ยังไงได้บ้าง”

อย่าลองถูก แต่จงลองผิดซ้ำ ๆ เป็นบทเรียน

แม้จะมีไอเดียธุรกิจที่แข็งแรง แต่ความยากของเปิดร้านสมูทที คือการทำสูตรให้ทั้งมีประโยชน์และอร่อยได้ในคราวเดียวกัน ยิ่งคุณมายด์, คุณพี และคุณออมเอง ไม่มีใครทำอาหารเป็นมาก่อน ดังนั้นการคิดสูตรสมูททีจึงเป็นเรื่องท้าทายตั้งแต่ Day 1 เลยทีเดียว

สิ่งที่พวกเขาทำ คือการศึกษา, ทดลอง และฝึกทำซ้ำ ๆ จนเชี่ยวชาญ โดยเริ่มจากศึกษางานวิจัย หาหนังสือสูตรทำอาหารต่างประเทศ เพื่ออ่านคุณประโยชน์ของผักผลไม้แต่ละชนิด จนรู้ว่าถ้าอยากจะทำสูตรน้ำที่ช่วยแก้ Pain เรื่องนี้ ต้องใส่ผักผลไม้ชนิดไหนบ้าง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแต่ละสูตรของ Self. Smoothie จะมีส่วนผสมต่อแก้วเกือบ 10 ชนิดเลยทีเดียว !

คุณมายด์ : แก้วแรกที่เริ่มทำ พอใส่ผัก คือกินไม่ได้เลย ไม่อร่อย เราใช้เวลาในการปรับสัดส่วน ทำยังไงให้มันอยู่ในรสชาติที่ต้องอร่อย และยังได้คุณประโยชน์ต่อแก้วในปริมาณที่เหมาะสม เราใช้เวลากว่า 1 ปีในการคิดค้นสูตร ในปี 2021 เราคิดค้นสูตรได้ทั้งหมด 12 สูตร ที่มีส่วนช่วยแก้ปัญหา 12 Solutions ตอนนั้นเราเลยเรียกตัวเองว่า Solution Smoothie

“We are solution-based smoothies!”

นี่จึงเป็นที่มาของสมูทที 12 สูตรที่เก๋ทั้งชื่อ โดดเด่นทั้งส่วนผสม แถมยังช่วยเรื่องสุขภาพได้อย่างครบจบเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น Chonnn! ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Pain ของชาวปาร์ตี้หนักที่อยากแก้แฮงค์ จึงรวมเอาผักผลไม้บำรุงตับเข้ามาไว้ในแก้วเดียว, It’s Coming รวมเอาผักผลไม้ไฟเบอร์สูง โดยตั้งชื่อล้อกับข้าศึกบุกเวลาระบบขับถ่ายดี หรือสูตรขายดีอย่าง Greeny Does Matter ที่รวมผักสายเขียวในรูปแบบกินง่ายจนกลายเป็น Top 3 เมนูอันดับต้น ๆ ของทุกสาขา

คุณมายด์ : หลังจากเราศึกษาและอ่านวิจัยจนคิดค้นสูตรได้กันเองแล้ว เราก็เอาสูตรทั้งหมดไปให้นักโภชนาการตรวจและดูสารอาหารว่าเพียงพอมั้ยในการบอกว่าแต่ละสูตรมีส่วนช่วยในเรื่องนั้น ๆ โดยมีสูตรนึงที่ตอนแรกเราตั้งชื่อว่า Little but enough กินแค่นี้แต่ได้ประโยชน์ครบ แต่ความจริงมันไม่มีผักผลไม้ที่กินแล้วครอบคลุมทุกอย่างทีเดียว ในขณะเดียวกันนักโภชนการกลับเห็นว่าส่วนผสมในสูตรนั้นมีกลุ่มของผักผลไม้ที่มีส่วนช่วยต้านการอักเสบในร่างกายหรือการแก่ได้ เพียงเพิ่มเติมส่วนผสมอีกเล็กน้อย ดังนั้นเราจึงปรับเป็นสูตรที่มีส่วนช่วยเรื่อง Anti-Aging แทนและนั่นก็คือสูตร Younger Self ในปัจจุบัน

จากนั้นเมื่อได้สูตรที่คงที่แล้ว ทางทีมจึงลองท้าทายตัวเองอีกก้าวด้วยการไปเปิดบูธที่งาน GoodHood เพื่อทดลองตลาด และอยากได้ฟีดแบ็กจากลูกค้า พร้อม ๆ กับการพัฒนาแบรนด์ไปพร้อม ๆ กัน

คุณมายด์ : เราพยายามออกแบบแบรนด์ให้ดูเฟรนด์ลี่ อยากให้คนรู้สึกว่าน้ำผักไม่น่ากลัว เราอยากสร้างความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสี ใช้สีน้ำเงินที่เป็นสีของความน่าเชื่อถือ เพราะสินค้าเราต้องใช้การสื่อสารและอธิบายเชิงความรู้ระดับหนึ่ง ซึ่งก็เป็นสีที่ค่อนข้างแตกต่างในตลาดน้ำผลไม้ในตอนนั้น ซึ่งเรามีคอนเซปต์และสินค้าทุกอย่างชัดมากๆ ก่อนที่จะมีชื่อแบรนด์คำว่า Self. เพราะเราอยากได้ชื่อแบรนด์ที่ต้องเข้ากับสิ่งที่เราทำอย่างมีความหมาย

Self. คือชื่อเดียวที่ความหมายภายในลึกซึ้ง และตอบโจทย์ทุกอย่างที่เรามี

Self. คือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง พอวันนี้เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเราแล้ว

เราก็อยากให้ทุกคนรักและดูแลตัวเองโดยเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเค้าเองเช่นกัน

เหมือนกับหนึ่งในสโลแกนของแบรนด์อย่าง Smoothie For YourSelf ที่อยากให้ทุกคนมอบสิ่งที่ดีให้กับทั้งตัวเอง และคนที่เค้ารักรอบๆตัว

“Self ไม่ใช่แค่ตัวของใครคนใดคนหนึ่ง

แต่มันเป็นได้ทั้ง otherselves themselves

ทุก ๆ คนสามารถรักและดูแลตัวเองได้แบบง่ายๆ”

วัตถุดิบธรรมชาติ ที่ต้องแลกมาด้วยความท้าทายสุดหิน

“มันคงง่ายกว่านี้ ถ้าเราใช้น้ำผลไม้กล่อง หรือเติมน้ำเชื่อมเพิ่มสักนิด” นี่คือประโยคเปิดใจของคุณมายด์ที่พูดออกมาระหว่างสัมภาษณ์ ทำให้เรารู้เลยว่าเป้าหมายที่อยากจะสร้างน้ำผักผลไม้จากธรรมชาติ 100% โดยที่ไม่ใส่สารปรุงแต่งใด ๆ ถือเป็นเรื่องสุดหิน เนื่องจากการควมคุมคุณภาพสินค้าให้เหมือนกันในแต่ละล็อตเป็นเรื่องยาก ผลไม้ที่ได้ในแต่ละฤดูมีระดับความฝาด ความหวานที่ต่างกันไป แต่จะทำยังไงให้รสชาติเหล่านั้นมันคงที่ ?

คุณมายด์เล่าให้ฟังว่า เราจะพัฒนาสินค้าโดยมี range ที่รสชาติที่เป็นมาตรฐาน อาจจะมี Taste Note เหมือนเดิม แต่มีความหวานหอมที่เพิ่มขึ้น/ลดลง หรือเปรี้ยวขึ้นหน่อย ตามล็อตของผักผลไม้นั้นๆ จากนั้นก็กลับไปให้ความสำคัญกับการควบคุมวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทาง มีเครื่องวัดค่าความหวานของผลไม้แต่ละล็อต ซึ่งพอมาถึงครัวกลาง ก็ต้องมีการวัดด้วยการชิมจากปากพนักงานอีกทีหนึ่ง

“การที่รสชาติไม่เหมือนกันบ้าง

มันคือความสนุกของการได้เรียนรู้ธรรมชาติ”

อีกหนึ่งวิธีการในการควบคุมวัตถุดิบคือการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ โดยแบรนด์มีการใช้ กระบวนการ Shock Freeze! หรือการหั่นผักผลไม้เป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำไปแช่แข็งอย่างฉับพลัน ซึ่งถือเป็นวิธีการล็อคคุณค่าทางสารอาหารและคุณภาพของวัตถุดิบให้สดที่สุดครบถ้วนและที่สำคัญไม่ลดลงตามกาลเวลา

Self. Smoothie มีการนำผลไม้ไทยมาเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มตามฤดูกาล กลายเป็นเมนู Soft Power ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความสดใหม่ให้กับเมนูของร้าน และยังช่วยพี่ ๆ เกษตรกรไทยแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดอีกด้วย

คุณมายด์ : เราเห็นเรื่องผลผลิตล้นตลาดของเกษตรกรไทย ซึ่งบ้านเราเป็นประเทศที่มีหน้าดินเอื้ออำนวยต่อการสร้างผลผลิตให้กับเกษตรกรไทย แต่ในขณะเดียวกัน ผลผลิตเกษตรกรไม่สามารถเอาเข้า Modern Trade หรือห้างได้ 100% ซึ่งบางทีอาจจะเป็นเพราะไซซ์ ขนาดมันยังไม่ได้ แต่เราเป็นน้ำสมูทที เราไม่ได้ขายเป็นผล เราขายคุณประโยชน์ของผลผลิต เราจึงอยากสนับสนุนเกษตรกรไทย เพื่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในไทย และเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ได้ให้คนไทยได้บริโภควัตถุดิบดีๆของบ้านเรา

เดินหน้าต่อไม่ย่อท้อ ด้วย Can-Do Attitude

แน่นอนว่าเส้นทางการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย เราไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยแพสชันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ทั้งพลัง แรงกาย แรงใจในการเอาชนะอุปสรรคที่เข้ามา ยิ่งในสนามของ SME ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะถ้าหมุนใบเรือพลาดไปเพียงนิดเดียว ก็อาจทำให้เรือล่มได้ทั้งลำ

“อยู่ในวงการอาหารเราต้อง Catch the trend ให้ได้

แต่เราจะ Catch the trend ยังไงให้เป็นตัวของตัวเองอยู่”

คุณมายด์ : ตอนนั้นเรามองว่าการตามกระแส อาจจะทำให้เราเสียตัวตนของตัวเอง แต่จริง ๆ แล้วเราสามารถตามกระแสโดยที่ยังมีตัวตนของตัวเองอยู่ เราเรียนรู้สิ่งนี้ในปีที่แล้ว และปีนี้เราได้ปรับตัวตามตลาดได้เร็วขึ้น

นอกจากนั้นคุณมายด์และคุณพียังได้แชร์บทเรียนสำคัญสำหรับ SME ที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจเอาไว้ 2 ข้อใหญ่ ๆ นั่นก็คือการทำงานด้วย Can-do Attitude และ หาเข็มทิศให้เจอ นั่นเอง

คุณมายด์ : เราต้องคิดก่อนว่าสิ่งที่เราทำ มันให้อะไรกับการที่เขาจะเอาเงินมาให้เรา เขาดีขึ้นจากสิ่งที่เราจะมอบให้เขาได้ยังไง จากนั้นก็กลับมาดู ว่าเรามีแพสชันกับสิ่งที่ทำขนาดไหน เพราะการทำธุรกิจมีอุปสรรคเยอะมากๆ ซึ่งถ้าเราเชื่อในสิ่งที่เราทำ มีไฟมากพอ ต่อให้เราเจอปัญหาอะไรเราก็จะลุกขึ้นมาเสมอและพร้อมไปต่อ พร้อมลุยหาทางแก้ ท้อก็แปปเดียวแล้วเอาใหม่ แต่ถ้าเราไม่อินกับสิ่งที่เราทำ เราอาจจะได้ท้อหรือยอมแพ้ได้ง่ายเวลาเจอปัญหา

“อีกหนึ่งสิ่งคือเราต้องมี Can-do Attitude และอย่ากลัวที่จะผิดพลาด”

คุณพี : เราต้องสามารถสร้างโมเดลที่ล้มแล้วลุกได้ ล้มในลักษณะที่ไม่เจ็บตัวเกินไป Self เกิดมาในช่วงเวลาที่ค่อย ๆ โต เราเห็น Pain เราไปออกบูธ ผลตอบรับดี คนเริ่มเห็น มีห้างโทรมาติดต่อ เราค่อยๆโตไปแบบขั้นบันได

“การหาเข็มทิศในแต่ละสเตจสำคัญ เราต้องรู้ว่าสเตจไหนช้าได้ สเตจไหนเร็วได้”

คุณพี : Self อาจจะเป็นแบรนด์ที่เร็ว เพราะเราเล็ก แต่อย่าลืมว่าเราทำทุกอย่างไม่ได้ เพราะเราเล็ก ความท้าทายของ Self คือการเลือกว่าเราจะทำอะไร และไม่ทำอะไร ทุกอย่างน่าทำหมด ทุกอย่างสวยงามหมด แต่สุดท้ายพอเราเลือกทำอย่างหนึ่ง ลูกค้าไม่รู้หรอกว่าเราทิ้งอะไรไปบ้างเพื่อที่จะทำสิ่งนี้ ดังนั้นในวันที่แย่ที่สุด วันที่ไม่เป็นเหมือนที่เราคาดหวัง สิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่คือ”ความเชื่อ” และหน้าที่ของแบรนด์คือการหาคนที่เชื่อแบบเดียวกัน มาอยู่ในองค์กรเดียวกัน

“ความคิดสร้างสรรค์” อาวุธลับที่ทำให้ SME อยู่รอดในตลาด

ปิดท้ายบทสัมภาษณ์ เราอยากพาทุกคนไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังการส่งผลงานเข้าประกวดในกิจกรรม SME on Board จนสามารถคว้าใจกรรมการ และเป็น 1 ใน 3 ผู้ชนะในครั้งนี้จนได้ โดยคุณมายด์ได้เล่าให้เราฟังถึงมุมมองความคิดสร้างสรรค์กับธุรกิจที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า

คุณมายด์ : ทุกวันนี้ สินค้าอะไรก็ตาม แทบจะไม่มีอะไรที่เป็นของใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นบนโลก เราต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ยังไง ทำให้สิ่งที่มีอยู่ในตลาดทุกวันนี้ มันดีขึ้นกว่าเดิม เห็นช่องว่างว่าของที่มีมานานแล้ว ยังตอบโจทย์อะไรลูกค้าไม่ได้บ้าง

“เราต้องใช้ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ยังไง

ทำให้สิ่งที่มีอยู่ในตลาดทุกวันนี้ มันดีขึ้นกว่าเดิม”

โดยเป้าหมายสูงสูดที่ Self. Smoothie ที่อยากไปให้ถึงในอนาคต คือการเป็นแบรนด์ที่เปลี่ยนหรือให้อะไรกับคนในสังคมได้จริง ๆ โดยตั้งต้นจากความตั้งใจที่ว่าการที่เค้าจ่ายเงินให้เรา ชีวิตเค้าต้องดีขึ้น จากนั้นก็ต่อยอดสู่ Regional Brand ที่อยากให้ทุกคนนึกถึงเวลาจะกินสมูทที เพื่อกลายเป็น Everyday Smoothie ของทุกคน และการขึ้นบิลบอร์ดเอง ก็เป็นหนึ่งในการปูทางสู่เป้าหมายของ Self. Smoothie เพื่อสร้างการมองเห็น ให้คนรู้จักในวงกว้างมายิ่งขึ้น

“SME on Board เป็นโอกาสที่ดี

ที่จะช่วยให้เราได้ประกาศหรือตะโกน Value ของเราไปให้กว้างขึ้น”

เชื่อว่าใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะมอง ‘สมูทที 1 แก้ว’ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะสำหรับ Self. Smoothie แล้ว มันไม่ใช่แค่น้ำผักผลไม้ปั่น แต่มันคือจิตวิญญาณของธุรกิจ SME ที่อยากส่งต่อสินค้าดี ๆ ไปยังผู้บริโภค และเปลี่ยนมุมมองของการรักตัวเองให้ง่ายและอร่อยขึ้นกว่าเดิม

เริ่มต้นรักตัวเองกันง่าย ๆ ด้วย Self. Smoothie

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...