โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทเลนอร์ฉลอง 25 ปีในไทย ควบรวม True-Dtac จับมือ CP

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ต.ค. 2568 เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2568 เวลา 10.29 น.

เทเลนอร์ส่งสัญญาณพร้อมลงทุนเชิงลึกทั้งโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และกฎระเบียบที่สมดุล เพื่อเสริมแกร่งเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในเวทีโลก ขณะเดียวกันยังตอกย้ำพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับซีพี กรุ๊ปและรัฐบาลไทย ท่ามกลางโจทย์ท้าทายการแข่งขันจากบิ๊ก เทคข้ามชาติ

เทเลนอร์ กรุ๊ป ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่จากนอร์เวย์และภูมิภาคนอร์ดิก ฉลองครบรอบ 25 ปีแห่งการดำเนินงานในประเทศไทย พร้อมประกาศความมุ่งมั่นที่จะยืนเคียงข้างการพัฒนาของไทยในยุคดิจิทัลต่อไป

โดยงานเฉลิมฉลองจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร นำโดย Jens Petter Olsen ประธานคณะกรรมการ เทเลนอร์ กรุ๊ป, Benedicte Schilbred Fasmer ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทเลนอร์ กรุ๊ป และ Jon Omund Revhaug ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ เอเชีย ซึ่งเดินทางมาร่วมงานและเป็นเจ้าภาพ พร้อมแขกผู้มีเกียรติมากกว่า 100 คนที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในหมุดหมายสำคัญครั้งนี้

การเดินทางของเทเลนอร์ในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2543 จากการเข้าถือหุ้นในบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (TAC) และต่อมาได้ร่วมสร้างแบรนด์ดีแทคจนกลายเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายสำคัญของประเทศ บทบาทตลอด 25 ปีที่ผ่านมาไม่เพียงสะท้อนถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนผ่านการสื่อสารดิจิทัล ตั้งแต่การขยายเครือข่ายสู่ชนบท ปูทางให้คนไทยเข้าถึงโทรศัพท์มือถือในราคาที่จับต้องได้ ไปจนถึงการผลักดันเทคโนโลยีใหม่อย่าง 3G, 4G และ 5G ที่เปลี่ยนโฉมสังคมไทยให้เชื่อมต่อกับโลกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

Benedicte Schilbred Fasmer ซีอีโอเทเลนอร์ กรุ๊ป กล่าวในงานว่า “ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา เทเลนอร์ภูมิใจที่ได้ยืนเคียงข้างประเทศไทยบนเส้นทางดิจิทัล เชื่อมต่อผู้คนนับล้าน สนับสนุนการเติบโตของชุมชน และร่วมสร้างสังคมดิจิทัลที่เปิดกว้างและเท่าเทียมยิ่งขึ้น เราเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ที่เรียบง่ายแต่ชัดเจนคือการสร้างการเชื่อมต่อที่เข้าถึงได้ ตั้งแต่วันแรกที่จับมือกับดีแทค

จนถึงวันนี้ที่เราร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ในทรู คอร์ปอเรชั่น เราได้เห็นแล้วว่าพลังของการเชื่อมต่อสามารถเปลี่ยนสังคมได้จริง และในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเทคโนโลยีขั้นสูง เทเลนอร์ยังคงยึดมั่นที่จะสนับสนุนเป้าหมายของประเทศด้วยความเชี่ยวชาญระดับโลก โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ”

Jon Omund Revhaug ซีอีโอเทเลนอร์ เอเชีย กล่าวเสริมว่า “เส้นทางของเทเลนอร์ในประเทศไทยคือเรื่องราวของนวัตกรรม ความร่วมมือ และเป้าหมายที่เดินไปด้วยกัน ด้วยความไว้วางใจจากพันธมิตรและลูกค้า เราสามารถสร้างรากฐานที่มั่นคงเพื่อการเติบโตดิจิทัล วันนี้ประเทศไทยนับเป็นตลาดสำคัญของเทเลนอร์ และทรู คอร์ปอเรชั่นก็เป็นสินทรัพย์ที่ทรงคุณค่าในพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของเรา ศักยภาพของทรูทำให้เราสามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคไทย และร่วมขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคดิจิทัลบทต่อไป”

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย

ในการกล่าวสุนทรพจน์ เทเลนอร์ยังชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย โดยข้อมูลจาก GSMA ระบุว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 7 ประเทศในกลุ่ม AEK ที่มีการเปิดให้บริการ 5G แบบ Standalone เชิงพาณิชย์ ทำให้ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบนมือถือได้อย่างกว้างขวาง ปัจจุบันมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือสูงถึง 95.5% ของประชากร 71 ล้านคน และมากกว่า 89.5% เชื่อมต่อออนไลน์แล้ว

ความแพร่หลายนี้ทำให้ไทยเป็นตลาดที่อุดมด้วยโอกาสสำหรับธุรกิจดิจิทัล ขณะที่คณะกรรมการปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติยังตั้งเป้าจะพัฒนา AI Professionals 90,000 คน และ AI Developers อีก 50,000 คนภายใน 2 ปี ซึ่งเทเลนอร์มองว่าการผสานระหว่างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งกับบุคลากรดิจิทัลที่มีทักษะ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระดับภูมิภาค

เทเลนอร์ในไทยและการควบรวม

บทบาทของเทเลนอร์ในประเทศไทยสามารถแบ่งได้เป็น 3 ช่วงหลัก ช่วงแรกคือการเข้ามาในตลาดใหม่เมื่อ 25 ปีก่อน มุ่งเชื่อมต่อประชาชนทั่วไปด้วยบริการที่เข้าถึงได้ จากนั้นเมื่ออุตสาหกรรมเติบโตขึ้นก็เข้าสู่ช่วงที่สอง คือการขับเคลื่อนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ก่อนจะเข้าสู่ช่วงที่สามคือการลงทุนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และ IoT และในที่สุดก็เกิดการควบรวมทรูและดีแทคในปี 2566 จนกลายเป็นทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ร่วมกันสร้าง “Telecom-Tech Champion” ของไทย โดยมีเทเลนอร์และซีพี กรุ๊ปถือหุ้นร่วมกันในสัดส่วนเท่าๆ กัน

หลังการควบรวม ทรู คอร์ปอเรชั่น สามารถพลิกผลประกอบการสู่กำไรต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าหุ้นของเทเลนอร์เพิ่มขึ้นราว 45,000 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 5 เดือน และยังคว้ารางวัล “ดีลแห่งปี” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2567 จากผลกระทบเชิงบวกต่อระบบตลาดทุนไทย การถือครองคลื่นความถี่ที่ครอบคลุมและใหญ่ที่สุดในประเทศทำให้ทรู คอร์ปอเรชั่นพร้อมให้บริการเครือข่ายที่มีคุณภาพทั้งในเขตเมือง ชนบท และรองรับบริการ 5G ความเร็วสูงได้อย่างครอบคลุม

Active Owner ถ่ายทอดองค์ความรู้จากนอร์ดิก

เทเลนอร์ยังย้ำบทบาทของตนในฐานะ “Active Owner” ที่ไม่เพียงลงทุน แต่ยังนำความรู้และประสบการณ์จากตลาดนอร์ดิกมาช่วยยกระดับองค์กรไทย เช่น โครงการ AI Factory ในประเทศนอร์เวย์ที่ร่วมมือกับ Nvidia เพื่อพัฒนาบริการคลาวด์ AI ที่ปลอดภัยและยั่งยืน หรือการจัดตั้ง Brain Trust ที่นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีร่วมกันวิจัยตั้งแต่ AI, 6G ไปจนถึง Cybersecurity ประสบการณ์เหล่านี้ถูกถ่ายทอดสู่ทรู คอร์ปอเรชั่น ผ่านการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญและการประชุมเชิงลึกระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นความสำคัญของการทำงานร่วมกับรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแล โดยยกตัวอย่างยุโรปซึ่งการกำหนดกฎระเบียบที่เข้มงวดอาจขัดขวางไม่ให้ผู้ประกอบการเติบโตในระดับที่สามารถแข่งขันระดับโลกได้ ดังนั้นประเทศไทยควรรักษาสมดุลระหว่างการกำกับดูแลและการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเติบโต เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความท้าทายส่วนแบ่งการตลาด

ในมิติความท้าทาย ผู้บริหารเทเลนอร์ยอมรับว่าการบริหารต้นทุน การแข่งขันกับผู้เล่นใหม่อย่างบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ และการปรับตัวสู่บริการดิจิทัลขั้นสูงเป็นโจทย์ใหญ่ แต่การสร้างจุดเด่นจะอยู่ที่การพัฒนาบริการบนเครือข่าย เช่น การให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ บริการสุขภาพดิจิทัล และโซลูชันเฉพาะสำหรับสถาบันต่างๆ ซึ่งจะสร้างความแตกต่างจากบริการพื้นฐานของผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วไป

อีกมิติหนึ่งที่เทเลนอร์ให้ความสำคัญคือการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ โดยทรู คอร์ปอเรชั่นเป็นองค์กรแรกในไทยที่นำกรอบการประเมิน Responsible AI Maturity Framework ของ GSMA มาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนา AI จะเป็นไปอย่างมีจริยธรรมและคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม พร้อมทั้งตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนให้สอดคล้องกับเป้าหมายปี 2030 ที่ได้รับการรับรองจาก Science Based Targets Initiative (SBTi)

จากข้อมูลรายงาน Digital Lives Decoded 2025 ของเทเลนอร์ เอเชีย พบว่ามากถึง 9 ใน 10 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือในไทยมีการใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ขณะที่การขยายตัวของ 5G และการปรับตัวของภาคธุรกิจสู่ดิจิทัลกำลังสะท้อนศักยภาพมหาศาลของไทยในการก้าวสู่ประเทศดิจิทัลเต็มรูปแบบ เทเลนอร์มองว่าสิ่งนี้คือโอกาสสำคัญที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

ปีนี้ยังถือเป็นวาระครบรอบ 120 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและนอร์เวย์ เทเลนอร์จึงมองว่าความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับประเทศไทยไม่เพียงเป็นการลงทุนทางธุรกิจ แต่ยังสะท้อนถึงการสร้างสะพานเชื่อมด้านนวัตกรรม วัฒนธรรม และโอกาสใหม่ๆ ให้กับสังคมไทยและภูมิภาคอาเซียน

หากย้อนมองเส้นทาง 25 ปีของเทเลนอร์ในไทย จะเห็นได้ว่าบริษัทมีส่วนร่วมในทุกช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ตั้งแต่การเปิดตัวบริการเติมเงิน Happy ในปี 2546 ที่ช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงการสื่อสาร ไปจนถึงการก่อตั้ง dtac accelerate ในปี 2556 เพื่อบ่มเพาะสตาร์ทอัพและสร้างระบบนิเวศดิจิทัล การเปิดบริการ 4G และ 5G ที่วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ตลอดจนการควบรวมกิจการทรู–ดีแทคที่สร้างบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เหตุการณ์แต่ละช่วงกลายเป็นหมุดหมายที่สะท้อนความตั้งใจของเทเลนอร์ที่จะไม่เพียงเข้ามาลงทุน แต่ยังพัฒนาและยกระดับศักยภาพของประเทศเจ้าบ้าน

ในวันนี้ เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่บทใหม่ของยุคดิจิทัลที่มี AI, IoT, Cloud และ 5G เป็นหัวใจ เทเลนอร์ยืนยันว่าจะยังคงยืนเคียงข้างประเทศไทยในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ พร้อมใช้ประสบการณ์จากประเทศนอร์ดิกที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ถ่ายทอดสู่การพัฒนาของไทย ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การสร้างบุคลากร AI การใช้เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม และการขับเคลื่อนสังคมอย่างมีความรับผิดชอบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทเลนอร์ฉลอง 25 ปีในไทย ควบรวม True-Dtac จับมือ CP

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...