รวบคนร้ายวิ่งราวสร้อยร้านทอง ทำทีขอดู-ถ่ายรูปก่อนวิ่งหนี สารภาพตกงาน
รวบคนร้ายวิ่งราวสร้อยร้านทอง ทำทีขอดู-ถ่ายรูปก่อนวิ่งหนี สารภาพตกงาน ทหารพ่อลูกอ่อนช่วยจับแต่ชวดหวุดหวิด
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 ส.ค.2568 พ.ต.อ.ชาตรี รัตนคช ผกก.สภ.สิงหนคร พร้อมด้วย ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สิงหนคร, ภ.จว.สงขลา นำตัว นายธนกฤต อายุ 25 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 สลึง จากร้านขายทองแห่งหนึ่งที่แยกเขาแดง ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปทำแผนตามจุดต่าง ประกอบด้วย 5 จุด คือ จุดแรก ที่คนร้ายนำหมวกที่สวมในวันก่อเหตุไปทิ้ง จุดที่ 2 บ้านของเพื่อนที่ไปอยู่ หลังก่อเหตุชิงทอง ใน ต.วัดจันทร์ อ.สทิงพระ จุดที่ 3 จุดที่วงจรปิดเห็นป้ายทะเบียนรถามอเตอร์ไซต์คันที่ใช้ไปก่อเหตุ จุดที่ 4 คือร้านขายทองที่ก่อเหตุชิงทอง จุดที่ 5 ตอนไปก่อเหตุ วิ่งราวสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 สลึง
นายธนกฤต ให้การรับสารภาพว่าในวันดังกล่าว ตนเองได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน ต.ท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา ผ่านร้านขายทอง ที่ตลาดสทิงพระ จึงทำทีเข้าไปขอดูสร้อยคอทองคำ แต่สังเกตเห็นว่าร้านดังกล่าว มีประตูนิรภัย จากนั้นได้ขับรถจักรยานยนต์ ไปตามถนน สายสงขลา-นครศรีธรรมราช กระทั่งผ่านหน้าร้านที่ก่อเหตุ ก็เดินเข้าไป
โดยออกอุบายหลอกพนักงานขายทองว่าจะซื้อสร้อยคอทองคำ และขอดูสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 สลึง เมื่อพนักงานหยิบให้ดู ก็ได้นำมาถ่ายรูป ก่อนบอกพนักงานว่าขอดูอีกเส้น ซึ่งจังหวะดังกล่าว ได้หยิบสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 สลึงแล้ววิ่งหนีออกจากร้านทันที
พลเมืองดีซึ่งเป็นทหารที่อยู่นอกร้านทองเห็นเหตุการณ์พอดี ได้พยายามจับตัวนายธนกฤต แต่นายธนกฤต ได้สะบัดจนหลุด แล้วรีบขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป หลังจากนั้นก็นำทองไปขายร้านใกล้ๆกับร้านที่ก่อเหตุ แต่สุดท้ายก็ถูกจับ
รายงานว่า พ.ต..อ.ชาตรี ได้มอบเงินเป็นขวัญกำลังใจให้ พลเมืองดี คือ สิบเอก นัฐพงศ์ ช่อดอก ตำแหน่งหัวหน้าชุดปฎิบัติการ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่47 กองร้อย ทพ 4709 ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา ที่อยู่หน้าร้านพอดี แล้วได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากพนักงานในร้าน ไปช่วยจับคนร้าย แต่ ถูกคนร้ายต่อสู้ขัดขืนสามารถหนีไปได้ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ด้าน น.ส.กัญญาพัชร อายุ 26 ปี พนักงานขาย เล่าว่าเหตุการณ์คือ น้องเขาเดินเข้ามา แล้วก็มาขอดูสร้อยคอ 1 สลึง ก็หยิบให้ดู แล้วก็ดูกันเสร็จปุ๊บ เขาบอกว่าขอดูอีกเส้น เส้นแรก เขาว่าจะถ่ายรูปส่งให้แฟนดู เขาก็ถ่ายรูปจริง กดโทรศัพท์จริง พอเสร็จปุ๊บ เขาก็บอกว่าขอนะเส้นนี้ แล้วเขาก็วิ่งไปเลย
ตนตะโกนขอความช่วยเหลือจากพี่ผู้ชาย พี่ผู้ชายเขาก็ช่วย แต่ว่าไปล้มพี่เขาพาลูกเล็ก 2 คน เขาไม่ทันได้ตั้งตัว ขอบคุณตำรวจ แล้วก็ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ ที่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือร้านทองได้เร็ว แล้วก็สามารถจับคนร้ายได้ทันท่วงที
ขณะที่ สิบเอกนัฐพงศ์ กล่าวว่าช่วงนั้นตนพาลูกมากิน KFC หลังกินเสร็จพาลูกมาติดฟิล์มโทรศัพท์ กำลังจะกลับบ้านแล้ว รถผมจอดหน้าร้านทอง แล้วผมจูงลูกมา 2 คน ลูกคนหนึ่งขึ้นรถแล้ว แต่อีกคนกำลังจะขึ้น เปิดประตูค้างไว้ ยังไม่ได้ขึ้น ได้ยินน้องเขาตะโกนมาว่า "พี่ช่วยด้วย" โดนชิงทอง คนร้ายสตาร์ทรถแล้ว ตนวิ่งไปคว้าคอ กระชากอยู่สักพัก แต่ไม่ถนัด เพราะประคองโทรศัพท์และประคองลูกด้วย มันหลายอย่าง
และคิดว่าคนร้ายต้องมีอาวุธอยู่แล้วครับ แต่ผมไม่มีอาวุธ ก็ช่วย และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ็บใจมากกว่า เพราะว่ามันเอาไม่ทัน จังหวะมันคาดไม่ถึง ถ้าไม่พาลูกมา น่าจะจับตัวไว้ได้ อีกอย่าง ไม่มีคนเข้ามาช่วย เพราะคิดว่าทะเลาะวิวาทกัน
ด้าน พ.ต.อ.ชาตรี กล่าวว่า หลังคนร้ายก่อเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบจนรู้ว่าผู้ก่อเหตุคือใคร จนนำไปสู่การจับกุมตัวที่บ้านของเพื่อน ซึ่งชนวนเหตุของการก่อเหตุเนื่องจากผู้ก่อเหตุตกงาน ไม่มีเงิน จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว และฝากไปถึงร้านทอง และประชาชนที่สวมของมีค่าให้ระมัดระวัง เนื่องจากเศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ดี อาจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบคนร้ายวิ่งราวสร้อยร้านทอง ทำทีขอดู-ถ่ายรูปก่อนวิ่งหนี สารภาพตกงาน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th