โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชงรัฐบาลจัดตั้งศูนย์ตรวจมลพิษจังหวัดเชียงราย สางปัญหาสารปนเปื้อนแม่น้ำ 4 สาย

ไทยโพสต์

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 20.57 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 13.57 น.

ชงรัฐบาลจัดตั้งศูนย์ตรวจมลพิษจังหวัดเชียงราย-กสม.จัดเวทีใหญ่ ภาคประชาชนและหลายหน่วยงานรัฐไม่เห็นด้วยสร้างฝายดักตะกอนพิษ-แนะรัฐเร่งสำรวจเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

8 สิงหาคม 2568 - ที่ห้องประชุมแสนหวี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จ.เชียงราย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องแนวทางการจัดการปัญหามลพิษ สิ่งแวดล้อม ในภาพรวมของแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย โดยมีตัวแทนจากภาครัฐและภาคประชาชน รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) และ International Rivers กล่าวว่าปัญหามลพิษแม่น้ำ 4 สาย กก สาย รวก โขง หากไม่ยุติเหมืองเถื่อนรัฐฉานโดยทันที อาจจะเป็นเหมือนประสบการณ์ที่รัฐคะฉิ่น ภาคเหนือของพม่า คือกลุ่มคนจีนเข้ามาทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ทบนภูเขาต้นน้ำลำธารกว่า 400 เหมืองเพื่อส่งแร่ราคาแพงนี้กลับไปจีน ส่งผลร้ายแรงต่อคุณภาพน้ำ แม่น้ำกลายเป็นกรด กระทบต่อสุขภาพของประชาชน ที่แม่น้ำโขงคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ได้ตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานตลอดแนวชายแดนไทยลาว และในตอนนี้แม่น้ำโขงกำลังจะถูกกั้นด้วยโครงการเขื่อนปากแบง ในลาว ซึ่งกำลังจะทำให้แม่น้ำโขงกลายเป็นอ่างนิ่งๆ สะสมสารโลหะ จึงเป็นคำถามว่าจะดำเนินการอย่างไร หากมีการเดินหน้าสร้างเขื่อนแล้วแม่น้ำโขงกลายเป็นน้ำพิษ

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่าตั้งแต่ว่ามีการตรวจพบสารโลหะหนักจนถึงปัจจุบัน การแก้ปัญหานี้ของรัฐบาลสอบตก ขณะที่องค์กรภาครัฐระดับท้องถิ่นทำงานอย่างเต็มที่ แต่ไม่เห็นภาครัฐบาลให้ความสนใจอย่างจริงจังโดยเฉพาะเรื่องอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน การทำงานของรัฐต้องยกระดับในการแก้ไขปัญหา เหมือนกับกรณีของกัมพูชา เพราะที่นี่ก็เป็นสงครามเช่นกัน เป็นวิกฤตของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เรื่องนี้ไม่ใช้เป็นปัญหาเฉพาะบ้านเรา แต่เป็นความมั่นคงของรัฐและระหว่างประเทศ ดังนั้น กสม.ก็ต้องยกระดับไปถึงสิทธิมนุษยชนของอาเซียน หากปล่อยให้เป็นอยู่เหมือนปัจจุบัน หายนะเกิดขึ้นแน่นอน เพราะตอนนี้ไม่มีการแก้ไขที่ทำให้สารพิษหายไปได้ เพราะต้นเหตุคือเหมืองแร่ก็ยังปล่อยสารพิษอยู่ ชีวิตของประชาชนเหมือนอยู่ในสงคราม

“โครงการเขื่อนปากแบงที่จะกั้นแม่น้ำโขง เป็นเรื่องใหญ่ หากสารพิษตกตะกอนในอ่างจะเป็นเรื่องแก้ไขได้ยาก อาจต้องใช้เวลาอีกนับร้อยปี” นายนิวัฒน์ กล่าว

นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่กล่าวว่า ได้เก็บตัวอย่างน้ำที่ท่าตอนเมื่อ 19 มีนาคม ผลออกปลายเดือน ตนใช้เวลาดูข้อมูลอยู่ 3 วัน ต้องถามเจ้าหน้าที่อยู่หลายรอบเพราะทราบดีว่าเมื่อประกาศออกไปว่ามีค่าสารโลหะหนักเกินค่าจะมีประเด็นตามมาอีกมาก แรกๆ ชุลมุนวุ่นวายมาก คำถามที่ย้อนมาคือผลตรวจถูกต้องหรือไม่ เราได้เพิ่มจุดตรวจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะช่วงแรกไม่มีงบประมาณ ต้องโยกงบบริหารภายใน ตอนนี้เก็บตัวอย่างมา 9 ครั้ง พบมีการปนเปื้อน บางครั้งเพิ่มขึ้น บางครั้งลดลง

“ข้อเท็จจริงคือมีการปนเปื้อนแน่นอน แต่ที่เรารู้สึกอึดอัด เมื่อเราไปคุยกับชาวบ้าน เช่น ปางช้างไม่มีนักท่องเที่ยวทำให้เหลือช้างเพียง 4 เชือก คนขายของก็ขายไม่ได้ คำถามคือเราไปเก็บข้อมูลแล้วเก็บอีก ก็พบอีก ประเด็นคือเราจะอยู่กันอย่างไร” นายอาวีระ กล่าว

ผศ.ดร.เสถียร ฉันทะ นักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย กล่าวว่าการตั้งศูนย์ตรวจเคยมีการเสนอแต่ถูกผลักตกจากราชการเพราะกลัวซ้ำซ้อน จริงๆเรื่องของการเก็บตัวอย่าง หากมีมาตรฐานสากลก็ไม่มีอะไรต้องถกเถียงเพราะเกินค่ามาตรฐานเหมือนกันอยู่แล้ว เพียงแต่ผลที่ออกมาแล้วจะนำไปขับเคลื่อนอย่างไร ถ้ามีศูนย์ตรวจสอบของมหาวิทยาลัย 3 แห่งของเชียงราย สามารถวางแผนจัดการร่วมกันได้

เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศกล่าวว่า ตอนนี้ทุกหน่วยงานกำลังแบกรับปัญหาที่ใหญ่ แต่รัฐบาลนิ่งมากโดยเฉพาะรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข ที่ควรทำงานใกลิชิดกัน เพราะกรณีนี้มีความเสี่ยงสูงร้ายแรงในวันข้างหน้า ควรมีการตั้งกลไกระดับประเทศของ 2 หน่วยงานนี้ร่วมกัน และให้ทุกหน่วยงานมาทำงาน ที่สำคัญคือประชาชนอยู่กันอย่างไรเมื่อตรวจพบแล้ว เพราะมันหมายถึงชีวิตของเขา

“ทั้ง 2 กระทรวงควรคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง เช่น การสำรวจความเสียงหายครอบคลุมพื้นที่เท่าไร ลักษณะความเสียหายเป็นอย่างไร ประสานความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ 2 กระทรวงนี้ต้องเป็นเจ้าภาพ ต้องมีมาตรการเป็นรูปธรรม เช่นผู้เสียหายทางเศรษฐกิจ จะมีมาตรการพิเศษช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร เช่น มาตรการลดภาษีให้ผู้ประสบภัยมลพิษข้ามพรมแดน เรื่องนี้เช่นนี้จะปล่อยให้ทำงานไปตามยถากรรมไม่ได้ และเรื่องนี้ควรขยับให้เป็นมลพิษข้ามแดนของอาเซียน” เพ็ญโฉม กล่าว

ขณะที่ผู้แทนของประมงจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการสร้างฝายดักตะกอน เพราะไม่มีงานวิจัยรองรับ และฝายจะทำลายบ้านของปลา จึงไม่เห็นด้วยที่เอาน้ำกกกลายเป็นส้วมสาธารณะแล้วต้องคอยดูดอุจาระออกไป

“เราเก็บตัวอย่างปลาแค้ที่เป็นตุ่มไม่ได้ ปลาตัวใดที่เป็นตุ่มชาวบ้านโยนทิ้งเลย เพราะชาวประมงเขากลัวขายปลาไม่ได้จึงไม่ยอมให้สำนักงานประมงเอาไปตรวจ อยากให้มีการเยียวยาชาวประมง เพราะเขาหาปลาแต่ขายไม่ได้ เห็นด้วยว่าควรตั้งศูนย์ตรวจไว้ที่เดียว มีงบกลาง” ผู้แทนประมงจังหวัด กล่าว

ทั้งนี้ในที่ประชุมเห็นตรงกันว่าควรมีศูนย์ตรวจสอบและความร่วมมือของจังหวัดเชียงรายโดยใช้มหาวิทยาลัย 3 แห่งเป็นฐาน เนื่องจากในปัจจุบันมีหลายองค์กรที่เข้ามาตรวจคุณภาพน้ำ ดิน สัตว์ พืชและระบบนิเวศ แม้ผลออกมาจะตรงกันว่ามีสารโลหะหนักในแม่น้ำเกินมาตรฐาน แต่กำลังจะกลายเป็นความสับสนให้กับชาวบ้าน ดังนั้นจึงควรมีการจัดตั้งศูนย์ขึ้นมา

นอกจากนี้ในที่ประชุม ภาคประชาชนได้ร่วมกันสะท้อนปัญหาหลากหลาย แต่สิ่งที่อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการคือการยุติเหมืองแร่ต้นแม่น้ำซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสารพิษ โดยขณะนี้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำได้ส่งผลกระทบด้านสุขภาพจิต เพราะทุกคนต่างวิตกกังวลและเป็นความเครียดสะสม บางคนเป็นโรคซึมเศร้า เพราะหาทางออกไม่ได้ เนื่องจากแม่น้ำกลายเป็นแม่น้ำพิษ โดยมีข้อเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์การตรวจสอบ

ผู้แทนภาคประชาชนทั้งหมดยังไม่เห็นด้วยกับการสร้างฝายดักตะกอน โดย นส.จุฑามาศ ราชประสิทธิ์ มูลนิธิพชภ. กล่าวว่าโครงการฝายดักตะกอนแม่น้ำกก ทราบว่าขณะนี้ได้รับอนุมัติแล้ว งบประมาณไม่ต่ำกว่า 7 พันล้านบาท ซึ่งจะมีการประชุมชาวบ้านแล้วเริ่มก่อสร้างทันทีซึ่งถือว่าเสี่ยงมากเนื่องจากยังไม่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยอ้างว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่ไม่มีการพิจารณาทางเลือกอื่นๆ ในการแก้ปัญหามลพิษครั้งนี้ และกรมป่าไม้เองก็ยอมทำข้อตกลงพิเศษให้ใช้พื้นที่

ทส.จังหวัดเชียงราย กล่าวว่ามีพืชบางชนิดกินสารหนูได้ เราควรใช้พืชเหล่านี้ได้หรือไม่ ควรเอาธรรมชาติมาแก้ไขธรรมชาติ ไม่ใช่เอาวิทยาศาสตร์มาแก้ไขธรรมชาติ

ทั้งนี้ในช่วงท้าย กสม.ได้มีการนำข้อเสนอส่งให้รองผู้ว่าราชการเชียงรายเพื่อดำเนินการต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...